การจัดการความรู้เพื่อพัฒนางานป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

 

          หลังจุดประเด็นสร้างกระแสการตื่นตัวให้บุคลากรสาธารณสุขนำเอาการจัดการความรู้มาใช้เป็นเครื่องมือพัฒนาตนเองและงาน มากว่า ๑ ปี ปีนี้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน ได้กำหนดกลยุทธ์ขององค์กรไว้อันหนึ่งที่จะใช้การจัดการความรู้ในการพัฒนางาน ๗ ประเด็น ได้แก่ ชุมชนลดปัจจัยเสี่ยง, องค์กรไร้พุง, เหล้า, การพัฒนาหน่วยบริการปฐมภูมิ, นวัตกรรมอสม., และระบบข้อมูล โดยหวังว่าจะเป็นกลไกหนึ่งที่จะนำองค์กรไปสู่การเป็นผู้นำการสร้างสุขภาพได้

          ผมและคุณศุภวรรณ นันทวาส ผู้ประสานงานป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน จึงได้ออกเดินสายไปเล่าเรื่อง KM และการนำ KM มาใช้ในงานป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ให้แก่บุคลากรสาธารณสุขระดับอำเภอ (รพ. สสอ.)และตำบล (สอ. สสช.) เพื่อให้มีความเข้าใจและเกิดแรงบันดาลใจที่จะนำเอา KM มาเป็นเครื่องมือพัฒนางานในพื้นที่

          วันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๒ ณ ห้องประชุมโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว มีบุคลากรสายเหนือสุด (อำเภอปัว, บ่อเกลือ, เชียงกลาง, เฉลิมพระเกียรติ)

          วันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๕๒ ณ ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเวียงสา มีบุคลากรสายใต้ (อำเภอเวียงสา, นาน้อย, นาหมื่น)

          วันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๒ ณ ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขอำเภอท่าวังผา มีบุคลากรสายเหนือ (อำเภอท่าวังผา, สองแคว, ทุ่งช้าง)

          วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ ณ ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน มีบุคลากรสายกลาง (อำเภอเมือง, ภูเพียง, บ้านหลวง, แม่จริม, สันติสุข)

          ผมเริ่มต้นเล่าเรื่องการจัดการความรู้ด้วยการเปิดวีดิทัศน์เรื่อง “KM 2 DM” ที่ได้รับความอนุเคราะห์จากอาจารย์ดร.วัลลา ตันตโยทัย สามารถสร้างแรงบันดาลใจและความสนใจในที่ประชุมเป็นอย่างดี หลังจากนั้นผมเล่าเรือง การจัดการความรู้ ผ่านสไลด์โปรแกรม Powerpoint เล่าเรื่องที่มา วิธีคิด หลักการ กระบวนการ และตัวอย่างเครื่องมือการจัดการความรู้

          หลังจากนั้นคุณศุภวรรณ ก็ได้เล่าถึงกรอบงานและแนวทางการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรังจังหวัดน่าน รวมถึงคุยถึงโปรแกรมระบบฐานข้อมูลการคัดกรองผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

          ในช่วงพักมีน้องๆ หลายคนสนใจเรื่อง การเขียนบล็อก จึงได้แนะนำการเขียนให้ ก็หวังว่าหลังจากนี้จะมีบุคลากรสาธารณสุขเขียนบล็อกมากขึ้น จะได้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันหลากหลายมากขึ้น

          หลังจากนี้คงจะได้ชักชวนผู้ประสานงานหลักของแต่ละประเด็นที่จะจัดการความรู้และแกนหลักของทีมจัดการความรู้เข้ามาตั้งวงคุยกำหนดทิศทาง วิธีการทำงานร่วมกันอีกครั้ง