ลูกเอ๋ย...ตอนนี้พ่อจะเล่าสิ่งบันเทิงร่าเริงใจในบ้านนอกให้เจ้าฟังนะ บรรดาเด็ก ๆ หลังจากเลิกเรียนหรือเป็นวันหยุด สนามเด็กเล่นก็คือไม่พ้นลานวัดอีกนั้นละ บางคนขี่ม้ากาบกล้วยวิ่งทั่วทุ่ง
บางคนมีล้อท่อไปอุปกรณ์มีเพียงลำไผ่เจาะปลายด้านหนึ่งใส่ล้อไม้ตรงกลางำเจาะไม้เสียบสำรับจับเวลาเล่นเอาไม้ไผ่มาค้ำที่บ่าข้างหนึ่งให้ล้ออยู่ด้านหน้าแล้วท่อวิ่งไปทั่วทุ่ง บางกลุ่มคนหาลูกหินกลม ๆ มาเล่นหมากเก็บบ้าง เล่นตั้งเรียงกันแล้วหมุนลูกหินให้ไปชนบางทีคล้ายโยนลูกหินให้ไปชนเอาความแม่นยำ
ต่อมานาน ๆ หน้าแล้งจะมีหนังขายยามาฉายหนัง 16 ใช้เครื่องป่นไฟจากตัวรถยนต์ เย็นวันนั้นเด็กจะเที่ยววิ่งเล่นกันสนุกสนาน รอเวลาค่ำคืนก็ทำการฉายหนังแต่ขาดประเภทหนังเปื่อยนะบ่อยมาก และขายยาคนพูดนานมาก
เวลาฉายหนังชอบดูคนภาคหนังคนเดียวพูดได้ครบตัวแสดงในหนังเลยประมาณ5 – 6 เสียง ทำเสียงผู้ชายคนแก่เฒ่าเสียงพระเอก เสียงนางเอก ทำเสียงได้ครบหมดเลย พระเอกในหนังนั้นจะเป็นคุณมิตร ชัยบัญชา คู่กับนางเอกชื่อเพชรา นั้นเองละ
นอกจากนั้นก็มีงานบุญของวัดนานจัดครั้งหนึ่งแต่บรรยากาศน่าเที่ยวชมเพราะของที่มาขายแบกะดินนั้นล้วนคนบ้าน ๆ ทำมาขาย มีตะเกียงน้ำมันกาดตั้งพอมีแสงสว่าง ทางร้านหมอลำที่จ้างมาแสดงในงานบุญนี้เขาแสดงกันยันฟ้าแจ้งจางปางตะวันทอแสงอรุณรุ่งเลยละส่วนตอนกลางคืนก็ใช้ไฟจากตะเกียงจ้าวพายุบ้าง
เริ่มมีการเล่นไพ่ไฮโล น้ำเต้า ของวงผู้ใหญ่ แต่ไม่มีตำรวจเพราะเข้าไปไม่ถึงยังเป็นบ้านนอกอยู่ไงละ. ..อิ อิ อิ.
สวัสดีค่ะ
* เล่าไว้ให้ลูกฟังดีค่ะบันทึกประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นไว้ศึกษาในภายหน้า
* แฮ่ะ ชอบดูหนังกลางแปลง(ขายยา หรืองานบุญ )
* จองที่นั่งหน้าจอตั้งแต่ตะวันยังไม่ตกดินเลย
* ชอบดูหนังข่าว และพระราชกรณียกิจของในหลวง
* หนังเรื่องไม่ทันได้ดูหรอก..หลับทุกที..
* พอหนังเลิกพี่ๆ ก็ปลุกบ้าง แบกบ้าง...พากลับบ้าน
* สุขกายสุขใจนะคะ
สวัสดีครับ นาง พรรณา ผิวเผือก (ไม่มีชื่อกลาง)
เจอคนคอหนังตัวจริงแล้วละนี่ อิ อิ อิ
สนุกนะครับในวัยเด็ก ๆ
ขอบคุณครับผม