- เมื่อกว่า 2 ปีมาแล้ว ได้เสวนาธรรมกับพี่หนึ่งที่เคยตั้งใจว่าจะบวชไม่สึก ตอนนั้นผมศึกษาปริยัติธรรม (ทฤษฏี) จนถึงขึ้นอ่านพระไตรปิฎอย่างหนัก แต่ยังไม่เคยปฏิบัติเลย พอคุยกันไปสักพักพี่คนนั้นก็พูดขึ้นทำนองว่า "หยุดอ่าน หยุดศึกษาเถอะ ให้ปฏิบัติเอาเลย" ... ในตอนนั้นผมคิดเพียงว่า พี่เขาคงยังศึกษามาไม่มากพอ และยึดติดกับแนวปฏิบัติที่ทำสืบต่อกันมา ทำให้ตอนนั้น คำสอนต่อจากประโยคดังกล่าว ผมไม่ยอมฟัง (ทำเหมือนฟัง แต่ก็ตัดสินในใจไปแล้วว่า ไม่ใช่) ... จนเวลาผ่านมาเกือบปี เมื่อผมปริยัติมากเข้า รู้มากเข้า มีการบูรณาการสู่วิถีชีวิตมากขึ้น ผมถึงได้นึกถึงการสนทนาในคืนนั้น ว่า เป็นบันไดอีกขั้นหนึ่ง หรือคลื่นที่สูงกว่า ภูมิธรรมผมจะรับได้ จะเข้าใจได้
- จุดอ่อนของการสนทนาในครั้งนั้น คือ พี่เขาบอกว่า ตอนที่ปฏิบัติมาก ๆ นั่งสมาธิมาก ๆ เหมือนตัวลอยได้ เหมือนส่วนขาหายไป และมีอยู่วันหนึ่งที่ไปธุดงค์ สามารถเห็นนิมิตเหตุการณ์ล่วงหน้าว่า คนที่ขับรถผ่านไปนั้นจะเกิดอุบัติเหตุในแยกข้างหน้า ... คำบอกเล่าเหล่านี้ทำให้ผมคิดไปเองว่า พี่แก "โม้" แน่ ๆ เลย แต่พี่เขาก็พูดตบท้ายว่า ปกติแล้วเขาไม่ค่อยเล่าให้ใครฟัง...
สวัสดีค่ะ
* ปฏิบัติและเรียนรู้จากธรรมชาติก็เป็นขั้นหนึ่งของการศึกษาธรรม
* โม้หรือเปล่าคนเล่าคือผู้ตัดสิน อิอิ
* สุขกายสุขใจนะคะ
สวัสดีครับ
* ปฏิบัติและเรียนรู้จากธรรมชาติก็เป็นขั้นหนึ่งของการศึกษาธรรม
* โม้หรือเปล่าคนเล่าคือผู้ตัดสิน อิอิ
* สุขกายสุขใจนะคะ