ลูกเอ๋ย...ตอนนี้พ่อจะเล่าเรื่องคนแปลกให้เจ้าฟัง คือปกติเราก็จะเห็นคนในหมู่บ้านแทบจะจำกันได้ทุกคน เพราะล้วนเป็นเครือญาติเดียวกัน การที่คนไม่เคยเห็นมาก่อนแล้วมาสู่หมู่บ้านนี้จึงมีน้อยมาก นาน ๆ จะมีคนเดิม ๆ มาหาเศษเหล็กบ้างกระดูกวัว ควาย โดยเอาขนมเป็นเม็ดเล็ก ๆ เท่าไข่จิ้งจกมาล่อให้พวกเด็กไปหาสิ่งเหล่านี้เอามาแลกเปลี่ยนเป็นขนมกินหวาน ๆ ที่พวกเด็ก ๆ เรียกว่าขนมไข่ขี้เกี้ยม
มาคิดดูเดี๋ยวนี้ขนมอย่างนี้ไม่น่ากิน เพราะเจือสีไม่สะอาดเลยละ
จากเหตุการณ์ความไม่สงบมีการสู้รบกันในประเทศลาวอย่างต่อเนื่องยาวนานในช่วงนั้น ส่งผลให้แถวชายแดนไทยตามริมฝั่งแม่น้ำโขงมีการป้องกันมีทหารรั้วของชาติออกลาดตะเวน แล้วบ้านนอกแห่งนั้นจู่ ๆ ก็มีรถถังตีนตระขาบไปได้ทุกที่ลงน้ำก็ลอยไปเหมือนเรือขึ้นเนินบุกป่าได้ทั้งนั้นรอบข้างจะมีทหารเดินไป
บรรดาเด็ก ๆ ต่างก็วิ่งออกจากบ้านมามุงดูด้วยความแปลกและทหารก็หน้าตาไม่เหมือนคนไทยเพราะเป็นทหารฝรั่งนั้นเอง หน้าตาทาสีดูหน้ากลัว พวกเด็ก ๆ ยืนดูแบบกล้า ๆ กลัว ๆ เพราะเห็นคนแปลกนั้นเองละ.
เพราะเจือสีไม่สะอาจ สะอาดเลยละ คะ
ขนมสมัยเด็กๆก็จะมีลักษณะสีเหมือนลูกกวาด
ขนมปังลูกกลมๆ ที่เอามาร้อยพวงมาลัย
ก็ยังมีน้ำตาลใส่สีหยอดเป็นกระจุกเล็กๆ
เด็กๆจะชอบสีที่สะดุดตา
พ่อค้าหัวใสก็จะหลอกเอาสตางค์เด็ก
ด้วยการเอาสีฉูดฉาดมาแต่งแต้มขนม
เรียกความสนใจเด็ก ให้ควัดสตางค์จากกระเป๋า
ขอบคุณที่เรียกน้ำย่อยความทรงจำกลับมาค่ะ
สวัสดีครับ คุณ krutoi
ดีจังได้ช่วยพิสูจน์อักษรให้ด้วยนะนี่
อิ อิ อิ จนป่านนี้ยังสงสัยอยู่ว่า เขาเอากระดูกวัว-ควายนั้นไปทำอะไร..?
มีความสุขมาก ๆ นะครับผม
ขอบคุณครับ
"ขนมไข่ขี้เกี้ยม" เคยได้ยินค่ะ เพราะเป็นลูกอีสาน คุณพ่อเป็นชาวเลย ไม่ทราบว่ปัจจุบัน ยังมีขนมชนิดนี้อยู่ไหมคะ...สมัยก่อนทานแล้ว รู้สึกปวดฟันค่ะเพราะมีรสหวาน...ขอบพระคุณค่ะ อ่านแล้วย้อนรอยชีวิตวัยเด็กไปด้วย
สวัสดีครับ คุณSila Phu-Chaya
เออ...นะ ไม่รู้ยังมีอยู่รึไม่ คงต้องถมคนที่อยู่ภาคนี้ดูละนะ
รอยชีวิตบางครั้งยังจดจำมานะ อิ อิ อิ
ขอบคุณครับ