อ่านถูก...อ่านผิด...ยิ่งคิด..ยิ่งเครียด

     ผมเป็นครูที่เรียนวิชาเอกภาษาไทยมาแต่กำเนิด...ตั้งแต่ ป.กศ.สูง ,ค.บ. หรือ ศษ.บ. แม้เรียนปริญญาโทก็ยังเรียนสาขาจารึกภาษาไทยเมื่อเป็นครูก็เป็นครูสอนภาษาไทยมาตลอด เรียกว่าสอนตรงความถนัดตรงวิชาเอก

     ปัญหาที่ผมกำลังพบก็คือปัญหาการสอนอ่าน ผมสอนในระดับมัธยมศึกษา ปัญหานักเรียนอ่านหนังสือไม่ออก พอมีให้เห็นบ้าง แต่ปัญหาส่วนใหญ่คืออ่านไม่ถูก เท่าที่ผมรวบรวมได้คือ

     ๑. นักเรียนรัวลิ้น ตัว ร ฤ ฤา ไม่ค่อยได้ ลิ้นแข็ง

     ๒. ปัญหาที่ตามมาคือ การออกเสียงควบกล้ำ ไม่ว่าจะควบกับ ร กับ ล หรือ กับ ว  นักเรียนออกเสียงไม่ค่อยชัดเจน บางทีก็ไม่ควบเสียเลย

     ๓. อักษรควบไม่แท้ นักเรียนกลับ ออกเป็นควบแท้ เช่น จริง สร้าง ที่จริงต้องออกเสียง พยัญชนะต้นตัว จ ตัว ส เท่านั้น

     ๔. นักเรียนออกเสียงวรรณยุกต์ไม่ถูกต้อง ผันผิดเสียง เช่น เยิ่นเย้อ ออกเป็น เหยิ่นเย่อ

     ๕. ออกเสียงอักษร ว ควบกล้ำเป็น สระอัว เช่น ขวนขวาย ในคำ ขวน ต้องออกเสียงกล้ำ ขว สระโอะ ลดรูป สะกดด้วย ตัว น ไม่ใช่ ข สระอัว น สะกด

     ๖. ออกเสียงผิดจากหลักของพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน เช่น โฆษณา ต้องอ่าน โคด-สะ-นา ไม่ใช่ โค-สะ-นา

      ปัญหาของผมที่ทำให้เครียดก็คือปัญหาข้อ ๖ นี่แหละครับ เพราะหลักของพจนานุกรม.....เริ่มหวั่นไหว..แปรปรวน...จากหลักเกณฑ์ทางภาษา....มาสู่หลักความนิยม....หลักความสะดวก....เหมือนกับว่า...อะไรที่เคยผิด....ถ้ามีคนผิดมากๆก็อาจถูกได้

     ที่ผมสังเกตมาตั้งแต่ต้นมีหลายคำ...แต่ก่อนผมเคยออกข้อสอบว่าเป็นตัวเลือกที่อ่านผิด..เดี๋ยวนี้ถูกเสียแล้ว เช่น

อะลุ้มอล่วย           เดิมอ่านว่า อะ-ลุ้ม-อะ-หล่วย

เดี๋ยวนี้ อ่าน อะ-ลุ่ม-อะ-หล่วย ก็ได้ เพราะคนอ่านแบบนี้กันมาก

ขะมักเขม้น          เดิมอ่านว่า ขะ-มัก-ขะ-เม่น

เดี๋ยวนี้ อ่าน ขะ-หมัก-ขะ-เม่น ก็ได้

     พวกคำสมาส(แบบไม่มีสนธิ) สมัยก่อนต้องอ่านกันตามหลักการอ่านคำสมาส คือต้องออกเสียงสระท้ายของคำหน้าที่นำมาสมาสกัน จะมียกเว้นบ้างก็ไม่มาก เดี๋ยวนี้อ่านกันได้ตามสะดวก เช่น ประวัติศาสตร์ เดิมต้องอ่าน ประ-หวัด-ติ-สาด เดี๋ยวนี้ประวัติศาสตร์ อ่าน ประ-หวัด-สาด ก็ได้

พืชมงคล แต่ก่อน ต้อง พืด-ชะ-มง-คน เดี๋ยวนี้ พืด-มง-คน ก็ได้

    คำว่า วุฒิ สมัยก่อนต้องออกเสียง วุด-ทิ เดี๋ยวนี้ยอมให้ออก วุด แล้ว

    คำที่เคยอ่านเรียงพยางค์ก็ยอม

เช่น ถาวรวัตถุ แต่ก่อน อ่าน ถา-วะ-ระ-วัด-ถุ,ถา-วอ-ระ-วัด-ถุ

เดี๋ยวนี้ อ่าน ถา-วอน-วัด-ถุ ก็ได้

กรกฎาคม เดี๋ยวนี้ อ่าน กะ-รัก-กะ-ดา-คม ก็ได้

   มีตัวอย่างอีกมากมาย ที่ก่อนเคยอ่านอย่างนั้นผิดเดี๋ยวนี้อ่านได้แล้ว นับตั้งแต่ สัปดาห์ ที่สมัยก่อนครูเคยสอนว่า ต้องอ่าน สับ-ดา ใครอ่าน สับ-ปะ-ดา ยังล้อว่า เป็นคน สัปดน เดี๋ยวนี้ก็สัปดน กันเป็นปกติแล้ว

คำว่า ปรัชญา แต่ก่อนต้องอ่าน ปรัด-ยา เดี๋ยวนี้อ่าน ปรัด-ชะ-ยา ได้

คำว่า อาชญากรรม แต่ก่อน อ่าน อาด-ยา-กำ เดี่ยวนี้ อ่าน อาด-ชะ-ยา-กำ ก็ได้

   ผมจึงมีความรู้สึกว่า..คำที่เราว่าอ่านผิดในวันนี้พรุ่งนี้ก็อาจจะเป็นคำที่อ่านถูก ถ้าคนอ่านผิดกันมากๆเข้า...ราชบัณฑิตยสถานท่านก็อาจต้องยอม

   คำที่ผมห่วงอยู่ตอนนี้..ว่าจะเป็นดังที่ผมพูดคือ

๑. ขวนขวาย ผมกลัวว่า จะอ่าน ขวน-ฝาย

๒. บังสุกุล ผมกลัวว่า จะอ่าน บัง-สะ-กุน

๓. ประสบการณ์ ผมกลัวว่า จะอ่าน ประ-สบ-พะ-กาน

     แต่ท่านเชื่อ ไหม คำว่า ปริตร ที่หมายถึงพระพุทธมนต์ ปัจจุบันราชบัณฑิตยสถานท่านให้อ่าน  ปะ-หริด ผมเห็นใครๆก็อ่าน ปะ-ริด กัน ตอนนี้ยังถือว่าผิดนะครับ ถ้าใครอ่าน ปะ-ริด แต่พรุ่งนี้ไม่แน่ เพราะคำว่า ปริต ที่แปลว่า น้อย ปัจจุบัน ราชบัณฑิตยสถานก็ให้อ่านว่า ปะ-ริด

     จะว่าไปแล้วการอ่านคำไทยก็มีอะไรแปลกๆอีกมาก คำว่า ฉกษัตริย์ เราต้องอ่านว่า ฉอ-กะ-สัด หรือ ฉ้อ-กะ-สัด เพื่อความเหมาะสม ฉ จะอ่าน ฉะ ก็ฟังไม่เพราะ

     วิธีแก้ปัญหาตอนนี้นอกจากสอนหลักการอ่านแล้ว ก็ต้องซื้อหนังสืออ่านอย่างไร เขียนอย่างไร ของราชบัณฑิตยสถานฉบับแก้ไขปรับปรุงล่าสุดให้นักเรียนศึกษา กันหละครับท่าน