ในห้อง Miracle Grand C : รูปแบบ วิธีการจัดการสภาพแวดล้อม และสิ่งอำนวยความสะดวก รวมทั้งนวัตกรรมที่เอื้อต่อการดูแลกลุ่มผู้สูงอายุที่บ้าน ... อ.ไตรรัตน์ มาพร้อมกับลูกศิษย์ ค่ะ เพื่อมาให้ความรู้กับผู้สนใจ ท่านเริ่มด้วย วิดีโอ ที่ฉายภาพของผู้สูงอายุ เพื่อให้เราได้เรียนรู้ เรื่อง คนเรา เมื่อเป็น อัลไซเมอร์ ... คนกลุ่มนี้ยังคงมีความจำที่หลงเหลืออยู่ ที่ลูกหลานควรให้ความสนใจ ว่า เขายังคงมีความประทับใจกับอะไรที่เราจะให้เขาสัมผัสกับความประทับใจนั้นอยู่
เช่น คุณยายสมหวัง อายุ 88 ปี อยู่กับลูก อายุ 65 ปี ลูกเป็นพยาบาล ความจำอย่างเดียวที่คุณยายสมหวังจำได้ คือ ห้องของแกจะมีโต๊ะแต่งตัว และทุกเช้า ตื่นขึ้นมาต้องแต่งตัวให้สวย เพื่อที่จะไปทำงาน หรือ ไปนอกบ้าน ลูกสาวจึงได้จัดให้ห้องนอนสบายๆ และมีโต๊ะแต่งตัวที่อยู่ใกล้เตียงนอน ถึงเวลา แกก็จะแต่งตัว เข้าห้องน้ำได้ ก็เป็น memory อย่างเดียวที่แกยังจำได้อยู่
เหมือนกับคุณพ่อที่ยังจำได้ว่า ทางไปโรงเรียนลูกเป็นอย่างไร ก็จะไปคอยรับลูกกลับจาก รร. ซึ่งกว่าลูกจะรู้ว่า ทำไม๊ ทำไม พ่อถึงหายตัวไปจากบ้านเรื่อยๆ ก็ต่อเมื่อได้ถาม และพ่อบอกว่า มารอรับลูกกลับจากโรงเรียน ... และความรักกับลูกนั้น ก็ทำให้คุณพ่อรื้อบ้าน ให้ลูกเกิดความรำคาญ โกรธ และเบื่อหน่ายอยู่เสมอ เพราะรื้อจนข้าวของกระจุยกระจาย ต้องนั่งเก็บของกันตลอด ก็เพื่อหาสิ่งของเกี่ยวกับลูกที่เก็บไว้ เช่น ภาพถ่ายของลูก ของที่ลูกให้กับพ่อไว้ นั่นเอง กว่าลูกจะรู้ ก็เกิดการตัดพ้อต่อว่า จนเสียใจกันไปตามกัน
นี่ก็คือ กิจวัตรประจำวัน เป็นสามัญสำนึกของผู้สูงอายุที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งเราคงจะต้องไปค้นหาว่า ผู้สูงอายุที่อยู่ใกล้ตัวเรานั้น อะไรเป็นความจำที่เป็นสามัญสำนึก ถ้าเป็นสิ่งดีดี ก็ควรให้แกได้ทำ
ผู้สูงอายุที่ชอบอยู่นอกบ้าน เราก็ต้องเตรียมสถานที่นอกบ้านไว้ให้ เช่น ศาลาท่าน้ำ เก้าอี้นั่งสบาย ระเบียง ทั้งหมดก็ต้องปลอดภัย
เป้าหมายของการจัดสิ่งแวดล้อมให้กับท่านนั้น ก็เพื่อให้ท่านเหล่านั้น อยู่ได้ด้วยตัวเอง ลดการพึ่งพา
ทำไมคุณพ่อท่านที่สองจึงไม่ยอมให้ลูกป้อนข้าว เพราะว่า ท่านเคยเป็นผู้นำครอบครัว มีศักดิ์ศรี ความภูมิใจ อะไรที่ทำด้วยตัวเองได้ ก็ต้องการที่จะทำเอง ไม่ว่าผิด หรือ ถูก ก็ต้องให้แกได้ทำ .. ทำอยู่ภายใต้ความปลอดภัยเช่นกัน
คุณยายส้มจีน ยังแต่งตัวด้วยตัวเองได้ ถึงแม้จะติดกระดุมผิดเม็ดบ้าง ลูกสาวก็ค่อยๆ ทำให้ นั่นก็คือ ทำอะไรก็ได้ ที่ให้แกได้ช่วยตัวเองมากที่สุด
หลักการเรื่องประชากรไทย ... ประเทศที่พัฒนาแล้ว สังคมผู้สูงอายุจะเริ่มที่ 7% และถ้าเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแบบเต็มรูปแบบ 14% คือ เท่าหนึ่ง ประเทศฝรั่งเศส ใช้เวลาประมาณ 115 ปี สวีเดนใช้เวลา 85 ปี อเมริกาใช้เกือบ 70 ปี ประเทศไทย จาก 7% เป็น 14% ใช้เวลา 22 ปีเท่านั้นเอง
ประเทศที่พัฒนาแล้ว ประชากรสูงอายุจึงจะรวยก่อนแก่ เพราะว่ามีเวลาเตรียมตัว สภาวะแวดล้อม เรื่องเงินทอง ดูแลตัวเองดี ประเทศของเราอยู่ในกลุ่มกำลังพัฒนา เรียกว่า แก่แล้วก็จน ระยะเวลาการปรับตัวของเราน้อยมาก เรามีเวลา 2025 อีก 17 ปี ในการปรับตัวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ... อนาคต 2025 ประมาณ 20% คือ 1 ใน 5 ของประชากรไทย จะเป็นผู้สูงอายุ
ที่น่าสนใจคือ ผู้หญิงอายุยืนกว่าผู้ชาย ผู้หญิงอายุเฉลี่ย ท่านจะอายุยืนถึง 84 ปี ผู้ชาย 80 ปี แต่ไม่ใช่ว่า ผู้หญิงอายุยืนกว่า แล้วจะกำไรกว่า อยู่ที่ระยะสุดท้าย อัตราการพึ่งพาคนอื่น เริ่มจำกัดกิจกรรม ทำบางอย่างได้ บางอย่างไม่ได้ ต้องมีคนช่วย แล้วสุดท้ายต้องได้รับการช่วยเหลือ
เวลาเราไปดูโครงสร้างของคนไข้สูงอายุ ต้องดูว่า ช่วงเวลาไหน ผู้ชายระยะสุดท้าย 60-77 ปี ยังทำอะไรสบายๆ คนที่มีบุญมากที่สุด คือ ตายฉับไว ... ในช่วงระยะสุดท้าย เราจึงควรทำให้สั้นที่สุด
Key ก็คือ เราจะมาช่วยลดระยะสุดท้ายให้น้อยที่สุดกันได้อย่างไรบ้าง
เรื่องโรค ถ้าเป็น 3 โรค ครบ (ความดัน เบาหวาน หัวใจ) โอกาสทุพพลภาพ 32% ถ้าครบแล้ว เป็นโรคเส้นเลือดตีบ และโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเส้นเลือด โอกาสทุพพลภาพ 60% เป็นโรคเยอะ โอกาสทุพพลภาพก็เยอะ เพราะฉะนั้น ช่วงสุดท้าย ถ้าเป็นถึง 5 โรค ช่วงสุดท้ายก็จะยาวขึ้น ... เพราะฉะนั้น ต้องลดเรื่องโรค
เรื่องสภาพแวดล้อม ปกติคนไทยจะซื้อบ้านตอนแต่งงาน คนอายุ 35 ปี ประมาณนั้น มักจะชอบบ้านที่มี step ซึ่งไม่เหมาะกับการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุโดยทั้งปวง และตอนทำงานเรามักไม่ค่อยอยู่บ้าน เพราะว่าเราต้องทำงานหาเงินผ่อนบ้าน พอรู้ตัวอีกที ตอนอายุ 45-50 ที่เริ่มมีเวลาและมาอยู่ พบว่า บ้านที่ซื้อมาตั้งแต่ต้น ไม่เหมาะกับพวกเราแล้ว พอเราเริ่มสูงอายุ ก็จะเริ่มมีความเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย กระดูกข้อเสื่อม เราก็ต้องปรับสภาพของบ้านให้เหมาะสม
ถ้ารู้ว่า คุณพ่อชอบรื้อของ ก็ต้องจัดข้าวของให้เป็นระเบียบ ให้หาของที่ท่านต้องการได้ง่าย
มีเรื่องหนึ่ง คุณตาดูแลคุณยายสมองเสื่อม คุณตาจะรู้เพราะว่าอยู่กันมานาน ก่อนออกจากบ้าน คุณตาก็จะเอาผ้าไปปิดตรงประตู ตรงลูกบิด โดยไม่ให้คุณยายได้รู้ว่าถูกกักขัง
เรื่องการจัดสภาพแวดล้อม เรามีความคิดว่า ถ้าเขามีโอกาสได้ใช้พื้นที่ภายนอก ที่จะเดินได้ อาจจะช่วยให้ดีขึ้นได้ คุณยายส้มจีน โชคดีที่บ้านมีบริเวณ ก็เลยมีที่ให้นั่งพักได้
ผู้สูงอายุนอกจากจะมีความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายแล้ว ก็มีความเปลี่ยนแปลงทางจิตใจ คือ เหงา ว้าเหว่ ขี้น้อยใจ ทางสังคม ญาติมิตรเพื่อนฝูงก็จะลดลงเรื่อยๆ เพราะฉะนั้น การปรับปรุงเรื่องที่อยุ่อาศัย เราต้องคิดถึง 4 อย่างไปพร้อมๆ กัน คือ 1) ร่างกายให้รู้สึกปลอดภัย 2) จิตใจให้รู้สึกเบิกบาน 3) ภูมิใจ สังคม ทำยังไงก็ได้ที่ทำให้แกรู้สึกว่า มีคนดูแลแกอยู่ 4) เศรษฐกิจ คือ บางครั้ง ถ้าเราจะปรับปรุงบ้านแต่ละที ก็ทำห้องน้ำ ก็ต้องเพิ่มราวจับ ก็ต้องระมัดระวัง เพราะว่าอาจจะคิดว่า ไปเบียดบังรายได้ของแก แกก็จะประหยัดหน่อย เวลาเราดู ดัดแปลงไป ก็ต้องคิดไปพร้อมๆ กัน
ผมมีประสบการณ์ดูแลคุณพ่อ เวลาทำห้องน้ำ จะให้เหมาะสมกับ ผส. จะทดลองกับคุณพ่อ พูดยังไงก็ไม่ยอมปรับ ของเดิมใช้ได้ แต่ทุกคนก็เห็นด้วยว่ายังไงก็ต้องทำ ... เมื่อปีที่แล้ว ที่บ้านมีที่ดินเหลืออยู่หน่อย แกก็ไปปลูกต้นกล้วย มะละกอ แกเห็นมะละกอสุก ก็จะไปตัด เจอหญ้าลื่น ก็เลยล้ม ปิดตา ป้ำหัวใจ แกก็ลุกไม่ขึ้น ตอนนั้น ห้องน้ำสำเร็จ เพราะว่าพ่อไม่อยู่
จะเป็นห้องน้ำในตัว ทำราวจับ มีที่อาบน้ำเรียบร้อย พ่อตอนแรกก็บ่น แต่หลังๆ ก็บอกดีแล้ว บอกว่า กระเบื้องคมไปหน่อยนะ ก็แสดงว่า แกใช้ ตอนนี้ก็ไปถามแกว่า ห้องน้ำที่แกต้องการคืออะไร แกก็บอกว่า ก็มีห้องน้ำ ที่แยกที่อาบน้ำ กับตัวชักโครก เพราะว่าแกคุ้นเคยอยู่ และมีอ่างน้ำแปรงฟันอยู่ข้างนอก อาจไม่ตรงทฤษฎี เพราะบอกไว้ว่า ห้องน้ำที่ดีควรรวมทั้ง 3 อย่างไว้ด้วยกัน นี่ก็เป็นพฤติกรรมก็ต้องดูด้วย และที่สำคัญ คือ คุณแม่เป็นคนดูด้วย เพราะฉะนั้น ต้องถามคุณแม่ว่า ต้องสร้างห้องน้ำไว้ที่ไหน ก็อาจไม่ตรงทฤษฎี แต่ก็ใช้งานได้ ลดอุบัติเหตุไปเยอะ เพราะที่ห้องน้ำ จะมีราวจับจากห้องนอนไปห้องน้ำด้วย เพราะว่าปีนั้นก็จะไม่มีอุบัติเหตุเลย ก็จะช่วยได้ พร้อมๆ กับได้ทำการโค่นต้นมะละกอไปด้วย จะได้ไม่มีอุบัติเหตุ
การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่กระทบกับการออกแบบ คือ เรื่องความสุข ปกติพอสูงอายุมากขึ้น กระดูกข้อก็จะเสื่อมลง ความสูงของเราก็จะลดลง เพราะฉะนั้น การออกแบบที่เกี่ยวข้องกับความสูง เช่น ราวจับ ชั้นเก็บของ ระดับของเก้าอี้ โต๊ะ ต้องลดกว่าจากปกติ รายละเอียดดูได้ที่คู่มือ น้ำหนักมีโอกาสจะเพิ่มขึ้น
Dimension ที่เกี่ยวข้องกับความสูงต้องลดลง ... เรื่องบันได ปกติ 18 ซม. พอสูงอายุก็ต้องลดลง เหลือประมาณ 13-15 ซม.
Dimension ที่เกี่ยวข้องกับความกว้างต้องเพิ่มขึ้น เพราะว่าผู้สูงอายุต้องมีท่าเดินที่ไปซ้ายที ไปขวาที กว้างขึ้น ปกติ 25 ซม. พอสูงอายุ ก็ต้องประมาณ 30 ซม. เช่น ประตู เก้าอี้ ก็ต้องกว้างขึ้น
เรื่องสายตา เป็นเรื่องที่น่าสนใจ และน่าจะเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุ ผู้สูงอายุจะมีสายตายาว มีตาต้อ มัว มากขึ้น ... ปกติสภาพแวดล้อมของผู้สูงอายุ ท่านก็มักจะอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิม พื้นไม้ ไฟน้อยๆ ก็จะมัวๆ
เรามีงานวิจัย ผู้สูงอายุที่อยู่แฟลตดินแดง ปรากฎว่า ห้องแกมัว และอยู่ในแฟลตด้วย ห้องรกมาก เราก็ถามว่า คุณยายไม่รู้สึกว่ามันรกหรือ แกก็บอกว่า ธรรมดา ฉันก็อยู่อย่างนี้แหล่ะ ก็ดีแล้ว และก็อยู่ได้ ปรากฎว่า คุณยายเป็นโรคต้อกระจก แกมองไม่เห็น เพราะฉะนั้น ความรกตัวแกก็จะไม่รู้ และก็อาจจะเป็นต้นเหตุเรื่องอุบัติเหตุก็ได้ เพราะถ้าแกมองไม่เห็น ก็อาจเตะอะไรก็ได้ .... วิธีแก้ ต้องเพิ่มเรื่องแสงสว่าง โดยเฉพาะแสงสว่างธรรมชาติ เพราะว่าบางทีเราไม่สามารถเปิดไฟได้ตลอดเวลา ก็ต้องจัดให้ที่ประตู หรือห้องน้ำ มีแสงสว่างธรรมชาติส่อง และให้ใช้ไฟ Indirect light ไฟอ้อม ดีกว่าไฟตรง เพราะว่า ไฟตรง เราจ้องนานๆ อาจจะมืดได้ ไฟที่เหมาะกับผู้สูงอายุ ควรเป็น Indirect light จะ soft กว่า และแสงของหลอดไฟจะไม่ส่องโดยตรง ไฟที่ส่องขึ้นฝ้าเพดาน ฝ้าผนัง จะมีประโยชน์มากกว่า ก็จะช่วยได้
เรื่องแสงสว่าง ควรใช้แสงสว่างธรรมชาติ และใช้ Indirect light ที่สำคัญคือ หลีกเลี่ยงสีฟ้า สีม่วง สีเขียว และสีเทา เพราะเวลาท่านมอง เทาๆ หมดเลย tone จะออกคล้ายๆ กัน พยายามใช้สีเหลือง และสีแดง ถ้าใครไม่ชอบก็เลือกสีส้มก็ได้ อยู่ใน tone สีร้อนจะช่วยได้
ผมมีงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์เป็นแว่นตา พอใส่ก็จะเป็นผู้สูงอายุทันที ก็จะจำลองสถานการณ์ ตาต้อกระจก ตาพร่ามัว เป็นอย่างไร เราได้ลองไปทดสอบของจริง เพื่อทดสอบว่า การจัดสิ่งแวดล้อมแบบไหนจึงจะเหมาะกับผู้สูงอายุ พบว่า บริเวณที่เป็นสีเข้ม แทบจะมองไม่เห็นเลย เพราะว่ามีความกลมกลืนกันมาก เฟอร์นิเจอร์เครื่องหนังสีดำ ก็จะมองไม่เห็น
เราได้ทดสอบที่ รพ.จุฬาฯ ที่บันไดหลักไม่มีแสงสว่างธรรมชาติ ผส. แทบจะมองไม่เห็นอะไรเลย
ทางแก้ไม่ให้ ผส. ได้เกิดอุบัติเหตุก็คือ เราค้นพบว่า Tone สีร้อน เหลือง ส้ม แดง และมีไฟส่องเฉพาะจุด ช่วยได้ ถ้ามีโอกาสก็ไปเปลี่ยนต้อกระจก ถ้าไม่มีโอกาสก็ต้องปรับเรื่องสถานที่
เรื่องหูตึง ผู้สูงอายุจะไม่ค่อยได้ยินเสียงแหลม เสียงทุ้มจะดีกว่า ไม่สามารถแยกเสียงพูด กับเสียงรบกวนได้ ต้องลดเสียงรบกวน อยู่บ้านก็ต้องมีต้นไม้ เพื่อไม่ให้มีสิ่งรบกวนจากภายนอก หรือมีผ้าม่าน พวกวัสดุดูดซับเสียง ก็ใช้ได้ ทำให้ระบบเสียงดีขึ้น
ตอนนี้เรามีกฎหมาย ที่เรียกว่า กฎกระทรวง อำนวยความสะดวก สำหรับผู้พิการ และผู้สูงอายุ ปี 2548 บังคับให้อาคารที่ขออนุญาตหลัง ปี 2548 ต้องทำสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ และคนพิการ มีอยู่ 9 เรื่อง ตั้งแต่มีทางลาด ราวจับห้องน้ำ ป้าย ลิฟท์ บันได แสง ... ในบางกรณี หน่วยราชการ กับเอกชน ถ้าจะทำสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับผู้พิการ และผู้สูงอายุจะลดค่าใช้จ่ายให้ และในหน่วยราชการจะอนุญาติให้ใช้งบเหลือจ่าย มาทำสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ได้
สุดท้ายคือ เพื่อให้การออกแบบสิ่งแวดล้อมสำหรับ ผส. ครอบคลุมมากขึ้น เราจะแบ่งสิ่งแวดล้อมเป็น 5 ส่วน ตั้งแต่เรื่องเมือง ต้องออกมานอกบ้านด้วย ตัวอาคาร ภูมิสถาปัตย์ ส่วนนอกบ้าน การตกแต่งภายใน เพื่อความสะดวกเรื่องของความปลอดภัย ... การออกแบบที่ดี เริ่มต้นที่ตัวทางลาด ทางลาดที่ความยาวเท่ากับบันไม่ดี ทางลาดที่เหมาะสมคือ 1 x 12
เรื่อง Landscape เพราะว่าเวลากลางวันจะยาวกว่ากลางคืน เพราะฉะนั้น กลางวัน ท่านก็อยากอยู่นอกบ้าน ตามระเบียง ก็ต้องเตรียมเอาไว้ ระเบียงที่ไม่มี step มีซุ้มหน้าบ้านไว้ให้นั่งเล่นได้
เรื่อง Interior ต้องออกแบบให้มีแสงสว่างเยอะหน่อย มีเฟอร์นิเจอร์ที่แข็งแรง ... เรื่อง Product design สวิตช์ ต้องใหญ่หน่อย ก๊อกน้ำคันโยก เวลาสูงอายุ กล้ามเนื้อเล็กจะไม่ค่อยทำงาน ต้องใช้ฝ่ามือช่วย สวิตช์ ก็ต้องใหญ่ขึ้น ปลั๊กควรจะมีสวิตช์ในตัว ถ้าหน้ากากของปลั๊กมีอีกสีก็จะดีมาก เวลากินข้าว อาจหยิบช้อนธรรมดาไม่ได้ ด้ามก็ต้องใหญ่หน่อย ใช้อะไรมาพันก็ได้
มาถึงตอนนี้ก็หมดเวลาแล้วละค่ะ อาจารย์บอกไว้ว่า ถ้ามีข้ออยากรู้อื่นใดเพิ่มเติมให้ถามอาจารย์ได้เลย
รวมเรื่อง ภาคีร่วมพัฒนาระบบดูแลผู้สูงวัย
อ. นนทลี
วานี้ตนเองไปเป็นวิทยการเรื่องการเปลี่ยนแปลงของผู้สูงอายุให้แก่กลุ่มอาสาสมัคร ดูแลผู้สูงอายุ ของตำบลน้ำรัด ซึ่งจัดโดย พม. จ.แพร่ เมื่อไหร่ทางกรมอนามัยจะจัดเวทีให้สว.ได้ไปร่วมลปรร . จะได้ไปร่วมเวทีกับทางกองทันต กรมอนามัย