ต่อจากบันทึกที่แล้ว ข้อมูลจากการประชุม อกคศ. ซึ่งได้รับแจ้งจากผู้แทนครู อ.จักราวุธ คำทวี มีร่างหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีหรือเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ
(ร่าง)
หลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีหรือเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ
(กรณีที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินด้านที่ 3 ผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่)
|
หลักเกณฑ์
|
………………………………………………….
1. ผู้ที่จะยื่นคำขอให้มีหรือเลื่อนวิทยฐานะตามหลักเกณฑ์และวิธีการนี้ ต้องดำรงตำแหน่ง
ครู หรือรองผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือศึกษานิเทศก์ และได้ปฏิบัติงานตามหน้าที่ความรับผิดชอบของตำแหน่งนั้นอยู่ในปัจจุบัน เป็นผู้ที่ได้ยื่นขอให้มีหรือเลื่อนวิทยฐานะ และผ่านการประเมินด้านที่ 1 วินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ และด้านที่ 2 คุณภาพการปฏิบัติงานแล้ว แต่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินด้านที่ 3 ผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ และ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา มีมติไม่อนุมัติแล้ว โดยจำแนกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่มที่ 1 ผู้ที่มีผลการประเมินด้านที่ 3 ผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่
อยู่ในเกณฑ์ผ่าน จากกรรมการ 2 ใน 3
กลุ่มที่ 2 ผู้ที่มีผลการประเมินด้านที่ 3 ผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่
อยู่ในเกณฑ์ผ่าน จากกรรมการ 1 ใน 3 หรือไม่ผ่านเกณฑ์ทั้ง 3 คน
2. การยื่นคำขอตามหลักเกณฑ์ฯ นี้ ให้ยื่นได้ 1 ครั้ง ตามระยะเวลาที่ ก.ค.ศ.กำหนด
3. ให้นำผลการประเมินด้านที่ 1 วินัย คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ
และด้านที่ 2 คุณภาพการปฏิบัติงาน ในครั้งที่ผ่านมา มาใช้ในการขอให้มีหรือเลื่อนวิทยฐานะครั้งนี้ โดยไม่ต้องประเมินอีก
4. ผู้ขอทั้งกลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2 ต้องผ่านการพัฒนาตามหลักสูตรที่ ก.ค.ศ.กำหนด รวม 3 ส่วนดังนี้
ส่วนที่ 1 ความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับเนื้อหาสาระในการปฏิบัติงาน
ส่วนที่ 2 เทคนิคการปฏิบัติงาน
ส่วนที่ 3 การวิจัยเพื่อพัฒนางาน
5. เมื่อผ่านการพัฒนาตามหลักสูตรที่ ก.ค.ศ. กำหนดแล้ว ให้ปฏิบัติงานตามหน้าที่ความรับผิดชอบและดำเนินการปรับปรุงผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งประกอบด้วย ผลการปฏิบัติงานและผลงานทางวิชาการ ส่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือสำนักงาน ก.ค.ศ. แล้วแต่กรณี ต่อไป
6. การประเมินผลการปฏิบัติงาน ให้พิจารณาจาก เอกสารรายงานผลการปฏิบัติงานที่ ผู้ขอรับ การประเมินเสนอ หรืออาจพิจารณาจาก การปฏิบัติจริง ก็ได้
7. การประเมินผลงานทางวิชาการ ให้ประเมินจาก เอกสารผลงานทางวิชาการ และ อาจให้ผู้ขอ นำเสนอและตอบข้อซักถามด้วย ก็ได้
8. เกณฑ์การตัดสินด้านที่ 3 ผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ ให้ใช้เกณฑ์การตัดสิน ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.3/ ว.25 ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2548
8.1 วิทยฐานะ….ชำนาญการพิเศษ
ต้องได้คะแนนด้านที่ 3 จากกรรมการแต่ละคน
- ผลการปฏิบัติงาน (ว.2/1) ต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 65
- ผลงานทางวิชาการ ต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 65
- คะแนนรวม ต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70
ทั้งนี้ ผู้ที่ผ่านการประเมินด้านที่ 3 ตามเกณฑ์ข้างต้น จะต้องมีผลการประเมิน ผ่านเกณฑ์ เอกฉันท์ โดยเป็นเอกฉันท์ทั้งส่วนที่เป็น ผลการปฎิบัติงาน ผลงานทางวิชาการ และคะแนนรวม
9. การพิจารณาอนุมัติผลการประเมิน ให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้อนุมัติ มีผลไม่ก่อนวันที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้รับรายงานผลการปฏิบัติงานและผลงานทางวิชาการ
10. เมื่อ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา พิจารณาผลการประเมินและมีมติเป็นประการใดแล้วให้ถือเป็นอันสิ้นสุด
11. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ให้หมายถึง ส่วนราชการ ด้วย และ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ให้หมายถึง อ.ก.ค.ศ.ส่วนราชการ ด้วย
|
วิธีการ
|
1. ให้ผู้ที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ฯ ข้อ 1 และประสงค์จะเข้ารับการพัฒนายื่นคำขอตามแบบที่กำหนดต่อผู้บังคับบัญชาชั้นต้นเพื่อพิจารณาและรับรองความประพฤติ แล้วเสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นถึงสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่สำนักงาน ก.ค.ศ. แจ้งหลักเกณฑ์และวิธีการ หรือภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ผู้นั้นได้รับทราบผลการพิจารณาไม่อนุมัติ แล้วแต่กรณี
2. ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ตรวจสอบคุณสมบัติ และพิจารณาจำแนกผู้ขอฯ ออกเป็น 2 กลุ่ม เพื่อเข้ารับการพัฒนา ดังนี้
กลุ่มที่ 1 ผู้ที่มีผลการประเมินด้านที่ 3 ผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่
อยู่ในเกณฑ์ผ่าน จากกรรมการ 2 ใน 3
กลุ่มที่ 2 ผู้ที่มีผลการประเมินด้านที่ 3 ผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่
อยู่ในเกณฑ์ผ่าน จากกรรมการ 1 ใน 3หรือไม่ผ่านเกณฑ์ทั้ง 3 คน
3. ให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน / ส่วนราชการ ดำเนินการพัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามหลักสูตรที่ ก.ค.ศ.กำหนด
4. เมื่อผ่านการพัฒนาตามหลักสูตรที่ ก.ค.ศ.กำหนดแล้ว ให้ดำเนินการดังนี้
4.1 กลุ่มที่ 1 ให้ปฏิบัติงานตามหน้าที่ความรับผิดชอบและดำเนินการปรับปรุงผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งประกอบด้วย ผลการปฏิบัติงานและผลงานทางวิชาการ ส่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือสำนักงาน ก.ค.ศ. แล้วแต่กรณี อย่างละ 4 ชุด ภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่สิ้นสุดการพัฒนา
4.2 กลุ่มที่ 2 ให้ปฏิบัติงานตามหน้าที่ความรับผิดชอบและดำเนินการปรับปรุงผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งประกอบด้วย ผลการปฏิบัติงานและผลงานทางวิชาการ ส่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือสำนักงาน ก.ค.ศ. แล้วแต่กรณี อย่างละ 4 ชุด ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่สิ้นสุดการพัฒนา
5. ให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา ส่งผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งประกอบด้วยผลการปฏิบัติงาน และผลงานทางวิชาการ ให้คณะกรรมการประเมินผลงานพิจารณา ดังนี้
5.1 กลุ่มที่ 1 ให้ส่งคณะกรรมการประเมินผลงานชุดเดิม เป็นผู้พิจารณา
5.2 กลุ่มที่ 2 ให้ส่งคณะกรรมการประเมินผลงานชุดใหม่ เป็นผู้พิจารณา
6. เมื่อคณะกรรมการประเมินเสร็จแล้ว ให้นำผลการประเมินเสนอ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา เป็นผู้พิจารณา
7. กรณี อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามีมติไม่อนุมัติ ผู้ขออาจส่งคำขอรับการประเมินตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. ในปีต่อไป
กรณีอนุมัติ ถ้าผู้ขอผ่านการพัฒนาก่อนแต่งตั้งแล้ว ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 พิจารณาแต่งตั้ง (หมายความว่าตั้งได้เมื่อวินัยเสร็จสิ้น กรณีถูกดำเนินการวินัย)
8. เมื่อดำเนินการแต่งตั้งแล้ว ให้ส่งสำเนาคำสั่งแต่งตั้ง จำนวน 1 ชุด ให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ภายใน 7 วัน นับแต่วันออกคำสั่ง
(ส่วนหลักสูตรค่อยติดตามสำนักฯ แจ้งโดยละเอียดอีกครั้งนะครับ)
อนึ่ง สำหรับเพื่อนครู อาจารย์ 3 เชิงประจักษ์ ผมก็ขอแสดงความยินดีและดีใจแทนท่านทั้งหลายด้วย เพราะในคราวการประชุม ก.ค.ศ. ครั้งที่ 11/2551 เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2551 วันเดียวกันนี้ครับ แม้ว่า ที่ประชุม ก.ค.ศ. จะมีมติไม่รับการอุทธรณ์ผลการพัฒนาฯ รุ่นที่ 2/2550 จำนวน 256 คน และกลุ่มที่ขออุทธรณ์เพิ่ม จำนวนรวมทั้งหมดทั้งสิ้น 483 คน (และมีของส่วนราชการอื่นที่มิใช่ สังกัด สพฐ. และสังกัด สพฐ. อีก ราว 400 คน ที่มิได้อุทธรณ์ และตกการสำรวจ) แต่ได้มีมติเพิ่มเติมหาทางออกให้โดยมอบหมายให้ อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเฉพาะกิจเพื่อพัฒนาหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีและเลื่อนวิทยฐานะ ซึ่งมีท่านปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็น
ประธาน มีท่านผู้แทนครูใน ก.ค.ศ. ในคณะนี้ก็อย่างเช่นท่านพี่อุดมฯ(นายอุดม จำปาสัก) พี่นิพนธ์ฯ (นายนิพนธ์ ชื่นตา)
พี่สุริยนต์ฯ(นายสุริยนต์ วะสมบัติ) คุณวุฒิพงษ์ อินทิแสง (จากอาชีวะ)รวมทั้งผมด้วยโดยมอบหมายให้ อ.ก.ค.ศ.วิสามัญฯ ไปกำหนดหลักเกณฑ์ฯ คาดว่าน่าจะอย่างเร็วภายใน มกราคม 2552 ครับ ติดตามความเคลื่อนไหวอย่าให้ขาดตอนนะครับ ดังนั้นก็แสดงความยินดีมายังเพื่อนครูกลุ่มนี้อีกครั้งแม้เขาจะไม่รับอุทธรณ์ แต่ก็ยังได้รับโอกาสแก้ตัวยิ่งว่าการขออุทธรณ์ ดีใจแทนท่านจริง ๆ ครับ เท่าที่จำได้มีพี่น้องเพื่อนครูของเราที่อุบลฯ ก็หลายคนครับหากพิมพ์ชื่อ-สกุลผิดขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ
ขอขอบคุณท่าน ผอ.ดิศกุล ที่ให้ข้อมูลตอนนี้ผมกระจ่างชัดแล้วครับ
ยินดีครับ ผอ.แป๊ะ
ขอบพระคุณท่าน ผอ.ที่กรุณาแจ้งข่าวสารให้รับทราบด้วยทั่วกันค่ะ
คิดถึงอาจารย์.......หลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีหรือเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ
(กรณีที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินด้านที่ 3 ผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่)
ขอบคุณมากกั๊บ....เจี๊ยกๆ
ขอบคุณครับ

กศน.บ้านบึงรับทราบคะ
ขอบคุณ อ.วนิดาครับ
เวลาและระยะทางอีกยาวไกล ที่จะต่อสู้ คิดว่า ถึงวันนั้น คุณต้องชนะ และสมหวังนะ
ขอบคุณ ผอ.อนันต์ครับ