วิทยานิพนธ์มหาหิน

คิดว่าตอนนี้คนที่เรียนต่อปริญญาโทหลายคนคงกำลังย่างก้าวเข้าสู่โหมด "เครียด" เหมือนเราและพวกเรา   Lisru14.com   ซึ่งสาเหตุการเข้าสู่โหมดนี้ก็มีได้หลายสาเหตุ และสาเหตุสำคัญประการหนึ่งก็เกี่ยวกับ "วิทยานิพนธ์"  อันจะได้มาซึ่งวิทยานิพนธ์หนึ่งเรื่องหนึ่งเล่ม ต้องแลกกับความเสี่ยงเส้นเลือดในสมองแตก และไม่ใช่แตกแค่เส้นเดียวเท่านั้น มันอาจแตกได้พร้อมกันทีเดียวหลายเส้นทั้งก่อนที่จะได้วิทยานิพนธ์ ก็ต้องมีสรรหาหัวข้อก่อนและนำเสนออาจารย์  ปรากฏว่าหาขัวข้ออะไรมาอ.ก็บอกว่าซ้ำมีคนทำแล้ว  รู้แม้กระทั่งชื่อคนทำ  มหาวิทยาลัยที่ทำ  ปีที่ทำ   ที่นี้ละเครียดหนัก        และสิ่งที่อาจารย์จะกระตุ้นเตือนพวกเราอยู่เสมอๆ   ว่าให้รับทำเพราะบัณฑิตวิทยาลัยเปลี่ยนรูปแบบและหลักเกณฑ์บ่อยที่สุดๆๆๆๆ  และวิธีการที่จะให้ได้มาซึ่งโครงร่างงานวิจัยแบบสมบูรณ์ก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ต้องทำกันเลือดตาแทบกระเด็น และบางทีมันก็ตัน คิดไม่ออกซะงั้นว่าจะเขียนไงต่อดี อันนี้จะใส่ดีไหม หรือไม่ใส่ดี อยากจะเน้นเนื้อๆ ก็กลัวน้อย หากจะใส่น้ำด้วย เดี๋ยวจะเกิน 20 หน้า   ส่วนบางคนอยากจะเขียนโครงร่างใจแทบขาดแต่เขียนไม่ได้เพราะยังหาหัวข้อไม่ได้ขอบอกในรุ่นหัวข้อไม่ซ้ำกันเลยสักคนหนึ่ง   การเดินทางในชีวิตประจำวันถ้าเจอสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะต้องเป็นยกมือไหว้ บนบานสานกล่าวว่าขอให้วิทยานิพนธ์ที่ตนกำลังดำเนินการทำอยู่ขอให้ผ่านฉลุย  สำเร็จลุล่วง และจบทันตามเพื่อนๆ ด้วยเถิด...สาธุ  ทั้งนี้ตัวเองก็ต้องขยันด้วยนะอย่าหวังเพิ่งแต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์  หลังจากทำโครงร่างงานวิจัยเสร็จ ก็ต้องสอบใช่ไหม ช่วงก่อนสอบก็เครียดอีก (เช่นตัวเรา แต่พวกเรายังไม่เคยสัมผัส เพราะยังไม่มีใครได้สอบ)  แต่รุ่นพี่บอกว่าตอนสอบกรุณาให้เพื่อนๆเข้าไปร่วมฟังด้วยจะได้ช่วยจดบันทึกสิ่งที่กรรมการให้แก้ไข  เพราะตอนที่รุ่นพี่เข้าสอบเค้าบอกว่าออกมากินข้าวไม่ลงเลย

มาลองจินตนากันซิว่าตอนนี้เราอยู่ที่ขั้นตอนไหนกันเอ่ย  เอาเป็นว่าแค่ระยะนี้ที่กล่าวมา ก็ "เครียด"  ละกัน   จริงป่ะเพื่อนๆและพี่ๆๆ ทั้งหลาย  อิอิ