การรอคอยที่แสนจะทรมานเหลือเกิน

      แม้จะหายจากห้องเรียนไปนาน นานตั้งครึ่งปี แต่ยังแวะเข้ามาเยี่ยมชมอยู่เสมอ ช่วงเวลาที่ผ่านไป ฉันอยู่กับการรอคอย แต่การรอคอยครั้งนี้ช่างต่างกับการรอคอยครั้งก่อนมากมาย เพราะการรอคอยครั้งนี้ เหมือนเกมส์ตัดสินชะตาชีวิตให้กับฉัน เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ได้รับการตรวจสุขภาพประจำปี ผลการตรวจเลือดไขมันทุกอย่างดีเยี่ยม แต่มีเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งค่าสูงเกินปกติมาก ค่าปกติ 1-2 ตัว แต่สำหรับของฉันมีค่ามากถึง 54 ต้วโดยมิได้มีอาการผิดปกติแต่อย่างใด อาจารย์หมอโรคภูมิแพ้แนะนำให้ตรวจกับอาจารย์โรคเลือดโดยเฉพาะ ฉันได้ไปรับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลศิริราช อาจารย์บอกว่าผลการตรวจร่างกายที่ตรวจยืนยันเพิ่มเติมอีกครั้ง ผลปกติทุกอย่าง โรคสุดท้ายที่อาจารย์อาจจะต้องคิดถึงอีกอย่างก็คือ มะเร็งเม็ดเลือด ประโยคนี้ฟังแล้วสั้นๆนะ แต่ความรู้สึกของฉันขณะนั้น คับแน่นหน้าอกและแน่นคอ บรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ คิดว่าตัวเราจะเป็นมะเร็งรึ น้อยใจหรือเสียใจบอกไม่ถูก ขนลุก ตัวเย็น อาจารย์มีนัดฟังผลเลือดอีกครั้งด้วยการตรวจDNA ไว้เมื่อวาน แต่ยังไม่ได้ผล

 4เดือนที่ต้องรอ การรอคอยครั้งนี้แสนทรมานเหลือเกิน กว่าจะตั้งสติได้ ต้องใช้เวลาและกำลังใจที่ดี

        การมีสติ ทำให้เราเกิดปัญญา

        ปัญญา เกิดความคิด

        ความคิด เกิดความรู้สึก

      ความรู้สึกตนทำให้มีจิตใจเข้มแข็งขึ้น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราจะต้องอยู่ให้ได้ เพื่อลูกๆของฉันทั้ง3คน

เพื่อนและคนรอบข้างต่างคอยให้กำลังใจและปลอบใจ ว่าฉันเป็นคนดีคนหนึ่ง ผลจาการทำดีมาตลอดคงส่งผลให้มีสุขภาพที่ดี และถึงแม้ว่าผลสรุปเป็นมะเร็งจริง ก้อคิดเสียว่าเราตรวจพบได้เร็วและได้รับการรักษาเร็ว นับเป็นผลดีเสียด้วยซ้ำไป เพราะทุกสรรพสิ่งในโลกล้วนเกิดมาแล้ว คงอยู่ และต้องดับไป

ช่วงเวลานี้ใจของคนคอยอย่างฉัน มันเข้มแข็งพอที่จะก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคงอีกครั้งและตลอดไป