รวยอย่างยั่งยืน

 

                                                 

                                 0177

 

          ป้าวัยกลางคนผู้หนึ่งวางมือจากแป้นพิมพ์หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังจะส่งข้อความทางอีเมล์ไปถึงลูกค้าขาประจำที่สั่งขนมเค็กในเทศกาลปีใหม่จำนวนหนึ่งไปวางจำหน่ายที่ร้านอาหารในย่านชุมชนใกล้เคียงละแวกบ้าน ป้าเงยหน้าขึ้นยิ้มรับทักทายหลานชายวัยรุ่นผู้เป็นสมาชิกครอบครัวเพียงคนเดียวที่อยู่ในอุปการะมาตั้งแต่วัยแบเบาะ

 

        หลาน “ ป้าครับ พรุ่งนี้ครูให้ผมและเพื่อนๆออกไปพูดหน้าชั้นเรียนเกี่ยวกับการประกอบอาชีพที่ทำให้รวยเร็ว ป้าพอมีไอเดียดีๆในเรื่องนี้ไหมครับ ??

 

       ป้า “ รวยเร็ว จนเร็ว หรือ รวยอย่างยั่งยืน แบบไหนดีกว่ากันจ้ะ ?? “

 

    หลาน “ รวยยั่งยืน ทำอย่างไรครับ ?? “

 

       ป้า “ รวยยั่งยืน คือ มีกิน มี ใช้ มีออมอย่างเป็นสุข ไปตลอดชาตินี้ ด้วยการหารายได้ด้วยงานการที่ถนัดและพึงพอใจ ยิ่งทำมากก็ยิ่งชำนาญจนกลายเป็นเจ้าพ่อเจ้าแม่ของวงการ ดูป้าเป็นตัวอย่าง ชอบทำขนมเค็กขาย ตั้งแต่สาวจนแก่ ส่งตามร้านแทบไม่ทัน ยังคิดสูตรเด็ดใหม่ๆผสมผลไม้และสมุนไพรรสกลมกล่อมออกมาให้ชิมกันไม่รู้จักหมด

 

    นอกจากนั้นยังทำตำหรับตำราขนมเค็กออกมาจำหน่ายหารายได้พิเศษอย่างเป็นกอบเป็นกำ นี่ก็กำลังจะคิดสร้างเว็บไซท์เฉพาะของตัวขึ้นมาแล้วนะ เพื่อให้สมาชิกวงการทำขนมเค็กได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่อกัน

 

    งานนี้ไม่มีเกษียณอายุจ้ะ ได้เงินมาก็แบ่งไว้ 10 % เอาไปฝากธนาคารกินดอกเบี้ยต่อยอดเงินเป็นทวีคูณอีกด้วย มีความสุขอุ่นใจว่ายามเจ็บไข้ได้ป่วยในวันข้างหน้าก็ไม่ต้องพึ่งใคร อยากทำบุญทำทานช่วยเหลือใคร ก็มีเงินเหลือพอเจือจานสังคมอย่างเป็นสุข อย่างนี้คือ รวยอย่างยั่งยืน ตัวอย่างใกล้ตัวนี้พอจะนำไปเป็นข้อคิดได้ไหมจ้ะ??

 

      หลาน “ ตัวผมอายุสิบห้าหยกๆสิบหกหย่อนๆนี้ ควรเริ่มต้นเก็บออมอย่างเป็นกอบเป็นกำอย่างไรดีครับ ? หนังสือก็ต้องคร่ำเคร่งเร่งดู ใกล้จะเอ็นทรานซ์แล้ว ไม่มีเวลาคิดอ่านเรื่องหารายได้ไว้เก็บออมมากๆอย่างที่ป้าบอก “

 

     ป้า “ หน้าที่หลักของเด็กคือหมั่นหาวิชาความรู้ เพื่อเป็นฐานทำมาหากินในอนาคต แต่สามารถบ่มเพาะนิสัยรักการออมไว้เสียแต่เนิ่นๆ เช่น รู้จักแบ่งเงินค่าขนมใส่กระปุกวันละเล็กละน้อย อย่างสม่ำเสมอ ดั่งคำสุภาษิตโบราณที่คุ้นเคยที่ว่า “ มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์ มีน้อยใช้น้อยค่อยบรรจง อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน “

 

    เงินที่ออมได้นี้ก็เหมือนการประหยัดน้ำในตุ่มที่มีรูรั่วไหลของการจ่ายแต่น้อยพอตัว น้ำย่อมมีหล่อเลี้ยงในตุ่มมากกว่าตุ่มที่มีรูรั่วไหลของการใช้จ่ายมากกว่า และถ้ายิ่งอุดรูรั่วพร้อมทั้งหาน้ำมาเติม ระดับน้ำก็จะมีมากขึ้น หลานเห็นด้วยไหมจ้ะ ?? “

 

      หลาน “ ขอบพระคุณครับที่ป้ามอบวัตถุดิบดีๆๆให้ผมนำไปเล่าให้เพื่อนๆฟัง และผมจะได้จดจำไปปฎิบัติต่อไปด้วย “