ความรัก ความศรัทธา

             จากบันทึกแม่ต้อย แม่ต้อยสะท้อนว่า...”พอลล่าเป็นคนเชื่อมั่นในความคิด ความเชื่อของตัวเองสูง” และจากคำถามของท่าน อ.นพ.วรวุฒิ โฆวัชรกุลท่าน ผอ.รพ.สันทราย หนึ่งในทีมของ อ.วิศิษฐ์ วังวิญญู ทีมงานสถาบันขวัญเมืองที่ทำให้พอลล่าได้รู้จักเรียนรู้ คำว่า”สุนทรียสนทนา” เมื่อประมาณหนึ่งปีก่อน..จนได้นำมาปรับใช้ในการทำงานและการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน 

              

 มื่อครั้งที่เริ่มเรียนรู้ อ.วรวุฒิท่านได้สะท้อนให้เห็นว่า พอลล่าจะสงสัย หน้านิ่ว คิ้วขมวด และมักจะมีคำถามอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเดิมเราเป็นแบบนั้น เราเรียนมาทางวิทยาศาสตร์ ทุกอย่างต้องมีเหตุ มีผล ไม่เชื่อจนกว่าจะพิสูจน์ได้ เมื่อไม่เชื่อไม่ไว้วางใจ เราจึงไม่ได้เรียนรู้อย่างจริงจังตั้งแต่เริ่ม แต่อีกมุมหนึ่งพอลล่ารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนชอบเรียนรู้และเปิดใจรับกับสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ จึงได้ศึกษาและเปิดรับเข้ามาในตัวเอง ศึกษาและสัมผัสใกล้ชิดกับ U theory มากขึ้น เมื่อมาทำโครงการพัฒนารพ.คุณภาพด้วยความรัก (Humanized healthcare) ร่วมกับแม่ต้อย เพราะคิดว่าเป็นเรื่องเดียวกับพุทธศาสนา ประกอบกับได้ฟังเรื่องเล่าความดีในการดูแลผู้ป่วยมากมาย...

  ทำให้พอลล่าเชื่อ!! ในความรัก ความดี ที่มีอยู่ในคนเราทุกคน เพราะคำว่ามนุษย์แปลว่า “คนที่มีจิตใจสูง” แต่มีบางครั้งที่ทำให้เราจิตตกได้ แต่หากจิตเราได้มีการฝึกฝนอยู่เสมอ จิตเราจะพัฒนาขึ้น สู่การเป็นจิตวิวัฒน์ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการฝึกฝน ฝึกการฟัง... ฝึกที่จะเรียนรู้ และเข้าใจคนอื่น ไม่ด่วนตัดสิน และมีศรัทธาต่อความดีที่มีอยู่ในทุกคน ฝึกมองมุมบวก ซึ่งจำเป็นต้องมี ”สติ”จึงจะเกิดสิ่งเหล่านี้ได้... การมีสติ ฝึกได้จากการที่เรารับรู้ลมหายใจ เข้า ออก ทุกการกระทำของเรา ตระหนักรู้และอยู่กับปัจจุบัน

       

างครั้งพอลล่าเชื่อในความดีมากไปจน  ท่านผอ.คิดว่า   พอลล่าไม่สนใจมาตรฐาน..HA พอลล่าไม่เถียงท่านค่ะ เข้าใจความรู้สึกของท่าน ที่ท่านได้ริเริ่มและพัฒนามาตรฐานฉบับนี้ขึ้นมา...อาจจะเรียกว่าเป็นชีวิตจิตใจของท่านผอ.ก็ว่าได้ค่ะ แต่พอลล่าขอเห็นอีกด้านหนึ่ง..ว่าการเดินไปสู่มาตรฐาน โดยมีวิธีทางที่ต่างกันไม่ผิดไม่ใช่หรือ..การเริ่มจากเรื่องราวดีๆที่เขามีอยู่แล้ว โดยเราเป็นคนเชื่อมเข้าสู่มาตรฐาน HA น่าจะดีกว่า..เพราะไม่ต้องไปรบกวน รพ.ให้อ่านมาตรฐานแต่ประการใด เพราะความดีที่รพ.ทำนั้น ดูจะยิ่งใหญ่และมีค่าเกินจะวัดได้เสียอีกค่ะ

  อ.วรวุฒิ ท่านได้ย้อนถาม “พอลล่าว่า เป็นไง??  เราฝึกไปถึงไหนแล้ว..” วันนี้ พอลล่าจึงได้มาทบทวนตัวเอง ว่าเราฝึกฝนไปถึงไหนแล้ว...เป็นคำถามที่สะกิดใจพอลล่ามากมาย.. พอลล่าตอบไปว่า พอลล่าฟังคนอื่นมากขึ้น(บางครั้ง) ห้อยแขวนความรู้สึกที่เราคิดว่า เราคิดต่าง เราฟังเขาก่อน ก่อนที่จะโต้แย้ง พอลล่าใช้คำว่า อดทน !! แต่จริงๆแล้วถ้าเราฝึกฝน เราจะไม่ต้องอดทน เราจะฟังคนอื่นอย่างเข้าใจเขา

วันหนึ่ง พอลล่า มีโอกาสนั่งอยู่ในวงสนทนาของที่ปรึกษา เรามีเวลาแลกเปลี่ยนและคุยกันประมาณสองชั่วโมง ได้หัวข้อมาว่า ให้ที่ปรึกษาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการเข้าเยี่ยมรพ. ซึ่งทีมที่เยี่ยมรพ.สองแห่งได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน พอลล่า เฝ้าสังเกต การพูดคุยและสังเกตตัวเอง...เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมงแล้ว มีคนได้พูดประมาณสามสี่คน คนที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งยังไม่ได้พูดเลย...

บรรยากาศการสนทนามีสิ่งแวดล้อม เสียงโทรศัพท์และ ผู้คนสัญจรไปมา...และเมื่อผู้พูด พูด ก็จะหยุดเพราะรู้สึกว่ามีบางคนไม่ได้ฟัง เนื่องจากมีภาระกิจอื่นๆ พอลล่าก็มีด้วย เนื่องจากมีงานที่ต้องสะสางก่อนเดินทางไป สสส. ทำให้บรรยากาศการสนทนาไม่ค่อยจะราบรื่น ดูราวกับว่าเป็นการถามตอบ ผู้ถูกถามก็ตอบคำถามไปมา...  พอลล่ารู้สึกว่าอยากพูดบ้าง แต่ก็มีคนที่เคยพูดแล้ว แย่งยกมือก่อน.. เราก็ให้เขาได้พูดก่อน

 ..แต่การฟังคนอื่น ทำให้พอลล่าได้เรียนรู้มากมาย เรียนรู้ว่า เรามีมุมที่เห็นต่าง แต่ไม่ได้บอกว่าความคิดของเขาผิด และรู้สึกว่าเราได้ห้อยแขวนการตัดสินได้บ้าง...แต่ ณ ตอนนั้น ยังรู้สึกว่า อยากพูดบ้าง... แสดงว่าเราต้องฝึกฝนต่อไป!!  

เมื่อเข้าเยี่ยมรพ. เราหมายถึงที่ปรึกษาควรนำเรื่องราวดีๆ ที่เราได้เรียนรู้จากรพ.มาแลกเปลี่ยนกันและกันมากกว่าการแลกเปลี่ยนประเด็นที่เป็นจุดอ่อน เพราะพอลล่าเชื่อในความดีที่ทุกคนมีค่ะ เราชื่นชมและมองหาสิ่งที่ดีของเขาก่อน เขาจะมองหาจุดอ่อนและวิธีการปรับเปลี่ยนได้ด้วยตัวเขาเอง ...การพัฒนาน่าจะเป็นธรรมชาติและสอดคล้องวัฒนธรรมเดิมของรพ.ที่ปฏิบัติกันอยู่ เชื่อว่ารพ.ทุกแห่งมีวิธีการแก้ปัญหาด้วยตัวเองเราควรจะเรียนรู้วิธีการของเขา

และเราควรยอมรับธรรมชาติ สิ่งที่เป็นจริง คือไม่มีอะไรในโลกนี้ที่สมบูรณ์แบบ การที่ผู้อำนวยการรพ.สื่อสารไม่ทั่วถึงผู้ปฏิบัติ เป็นเรื่องปกติไม่ว่าองค์กรไหนๆ ก็ไม่ทั่วถึง 100% อย่างแน่นอน แต่ทำไมเราไม่มองหาเรื่องที่เขาสื่อสารกันได้ดีและแสดงความเป็นทีมในการแก้ปัญหาหรือดูแลผู้ป่วยนั้นออกมาให้เห็นและชื่นชมและยกตัวอย่างว่าเป็นเรื่องที่ดี เท่านี้เขาจะมีกำลังใจไปพัฒนาเรื่องอื่นๆ อีกต่อไป ...รพ.ทุกๆแห่งรู้จุดอ่อนและปัญหาดีกว่าที่ปรึกษา เพราะเขาอยู่กับรพ.มามากกว่าเรา เราอ่านข้อมูลและไปเห็นรพ.แค่วันเดียว จะไปตัดสินเขาได้อย่างไร