Day 6         19   Oct.    2008    Aomori Nature Trip

จากโตเกียวเราตัดสินใจขึ้นมาเหนือสุดแค่เมืองอาโอโมริ คนไทยทั่วไปเขามักข้ามช่องแคบซึการุ โดยนั่งรถไฟลอดอุโมงค์เซคัน(Seikan)ใต้ทะเล ว่ากันว่าเป็นอุโมงค์รถไฟใต้ทะเลที่ยาวที่สุดในโลกนะคะ จากอาโอโมริ เกาะฮอนชู ไปโผล่เกาะฮอกไกโด โดยไปที่เมือง ฮักโกดาเตะ ที่ว่ากันว่ามีวิวอ่าวที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งทีเดียว และเมืองดัง ซัปโปโร่ ซึ่งเป็นเมืองสกีรีสอร์ท แต่เราคิดว่าเราจะเก็บฮอกไกโดไว้เป็นทริปต่อๆไป(หากมีสตังค์อีก)

 ที่จริงอาโอโมริมีชื่อเสียงที่สุดในเรื่องเทศกาลแห่โคมไฟประดับขนาดใหญ่โตมโหฬารยาวเป็นแปดเก้าเมตร แต่งเป็นรูปนักรบโบราณ ที่เรียกว่า เทศกาลเนบุตะ (Nebuta Matsuri) ซึ่งจะมีขึ้นในระหว่างวันที่2-7 สิงหาคม (ช่วงฤดูร้อน)ของทุกปี ใครๆก็ต้องพากันมาชม

 พวกโคมไฟที่ใช้แห่นั้นเขาก็เก็บแสดงในพิพิธภัณฑ์ และในเมืองก็ยังมีพิพิธภัณฑ์อีกหลายแห่งทั้งด้านประวัติศาสตร์และศิลปะ ตามประสาประเทศเจริญแล้วที่ต้องการให้ประชาชนของเขาได้เรียนรู้และภูมิใจในรากเหง้าของตนเพื่อดำรงชีวิตอย่างมีวัฒนธรรมเป็นตัวของตัวเอง

 แม้จะไม่ใช่ช่วงเทศกาลและในตัวเมืองอาโอโมริจะดูทันสมัยแบบไม่หวือหวา(ดูเกือบไร้เสน่ห์)แต่เป็นจุดที่เราตั้งใจเป็นฐานไปชม

·         ทะเลสาบโทวาดะ (Towada) ซึ่งเป็นทะเลสาบที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ ลึกเป็นอันดับสามของญี่ปุ่น

·         ใกล้กันกับทะเลสาบโทวาดะเป็นที่ไปชมไปไม้เปลี่ยนสีที่ขึ้นชื่อมากเพราะเป็นหุบเขามีป่าไม้ และลำธารเป็นทางยาวสวยงามมากคือ หุบเขาและลำธารโออิระเซะ (Oirase)

·         ขึ้นกระเช้าลอยฟ้าสู่ยอดเขาทาโมยาชิ(Tamoyachi) บนเทือกเขาฮัคโคดะ(Hakkoda)

ทั้งสามจุดอยู่บนเส้นทางเดียวกัน มีรถบัสเจอาร์วิ่งบริการหลายรอบ และเราสามารถใช้บริการรถบัสนี้ได้ฟรีด้วยบัตรเจอาร์พาสที่ถืออยู่ค่ะ

 

คุณนายๆนอกจากจะตื่นสายแล้วหลัง ยังสำราญกับอาหารเช้าที่โรงแรมจนสายไปหน่อยกว่าจะเดินไปสถานีรถบัสเจอาร์ ซึ่งอยู่ติดๆกับสถานีรถไฟนั่นเอง จัดการได้ตารางเวลารถแต่ละเที่ยวแต่ละจุด ทำให้วางแผนได้ว่าเรามีเวลาแต่ละจุดไม่มากนัก ตกลงกันว่าเราจะไปยังสุดทางคือทะเลสาบโทวาดะกันก่อน รถใช้เวลาวิ่งขึ้นเขาไปเกือบสามชั่วโมงแน่ะกว่าจะสุดทาง ก็เล่นแวะจอดเป็นจุดๆไปตลอดทางตามจุดที่กำหนด ทำให้พอถึงทะเลสาบโทวาดะเรามีเวลาที่นั่นแค่ไม่ถึงชั่วโมง เพราะต้องการแวะขึ้นกระเช้าลอยฟ้าสู่เทือกเขาฮัคโคดะขากลับลงเขา อดล่องเรือในทะเลสาบเลย ฝากไว้ก่อนนะ

เวลาเป็นเรื่องสำคัญมาก หากไม่ดูให้ดี วางแผนไม่ดี ตื่นสายแล้วยังอ้อยอิ่งกับอาหารเช้า ก็จะได้ชมสิ่งที่ต้องการน้อยและเผลอๆรถหมดกลับลงไปในเมืองไม่ได้ก็เรื่องใหญ่ ต้องนอนรีสอร์ทบนเขาล่ะคงหมดตัวกันเลย 

แม้มีเวลาไม่มากแต่ทั้งสามจุดก็งดงามอิ่มใจ

 

รถบัสเจอาร์ ออกเดินทางทิ้งเมืองอาโอโมริไว้เบื้องหลัง มุ่งสู่เขตุอุทยานแห่งชาติโทวาดะ-ฮะชิมันไต (Towada-Hachimantai National Park) แล่นไปได้สามสิบนาทีเขาแวะพักที่ร้านคายาโนะ ชายะ (Kayano Chaya)  มีโต๊ะน้ำชากลางแจ้งบริการเป็นชาสมุนไพรให้ดื่มฟรี รสชาติแปลกดี ใครจะไปเข้าห้องน้ำก็เชิญกันตอนนี้เพราะจะต้องไปอีกไกล

 

ที่จริงอุทยานแห่งชาติโทวาดะ-ฮะชิมันไตนั้นใหญ่มาก อาณาเขตนั้นมีสามจังหวัดร่วมเป็นเจ้าของ คือ จังหวัดอาโอโมริ จังหวัดอาคิตะ และจังหวัดอิวาเตะ อุทยานประกอบด้วยสองส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนโทวาดะ ซึ่งมีทะเลสาบโทวาดะเป็นเพชรยอดมงกุฎ กับอีกส่วนคือ ที่ราบสูงฮะชิมันไต เราได้ชมความงามในส่วนโทวาดะ รถบัสที่พาขึ้นมานี้พอหน้าหนาวเขาหยุดวิ่งนะคะ เพราะจะมีหิมะตกหนาอันตรายในการสัญจร

 

ตามรายทางมีออนเซ็นหลายแห่งมากนับสิบขนาดเล็กๆไม่หรูหรา ซึ่งรถบัสเจอาร์นี้เขามีป้ายจอดที่ใดเขาก็จะแวะเวียนไป ทำให้เราได้ชะเง้อดูตัวอาคาร ก็เห็นแค่อาคารและมีคนชุมนุมเกือบทุกที่ เขาว่าน่าลองสัมผัสเพราะเป็นโอกาสได้พบคนท้องถิ่นและชีวิตจริงของชนบทญี่ปุ่น ผู้เขียนมั่นหมายว่าจะได้ลองแช่ออนเซ็นสักครั้ง ยังไม่ทราบว่าจะได้ลองที่เมืองไหน หรือจะเป็นออนเซ็นประเภทไหนตามแร่ธาตุที่แตกต่างกัน ซึ่งจะมีสรรพคุณมากมายแตกต่างกันไปในการรักษาโรค

 

เห็นคนญี่ปุ่นพากันไปเที่ยวเป็นครอบครัว แวะตามที่ต่างๆข้างทางบ้าง นั่งปิกนิกกันบ้างน่ารักดี

(ภาพจากJNTO Photo Gallery)

 ทะเลสาบโทวาดะ (Towada)

ทะเลสาบนี้ลึกถึง 326 เมตรซึ่งนับเป็นความลึกอันดับที่ 3 ในญี่ปุ่น เป็นทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟที่เกิดจากการระเบิดครั้งใหญ่ของภูเขาไฟในอดีต เขาเปรียบน้ำในทะเลสาบว่าใสราวกระจกมองลึกลงไปได้กว่า 10 เมตร และมีภูมิทัศน์ที่งดงามตามฤดูกาลของธรรมชาติทุกฤดู

 

จุดที่รถบัสจอดสุดสาย มีร้านค้าและภัตตาคารน่านั่งแต่คนแน่นมากในวันนั้น และมีท่าลงเรือล่องชมทะเลสาบด้วย เสียดายที่เวลาเราไม่พอ ทะเลสาบนี้กว้างใหญ่มาก ดูมีซอกหลืบงดงาม  แต่รถบัสก็พาเลียบทะเลสาบพอสมควรเห็นโรงแรมทั้งเล็กและใหญ่หลายแห่ง ได้เห็นแค่นี้ก็ดีแล้วเพราะการนั่งรถบัสขึ้นมาก็เป็นการได้ชื่นชมวิวสองข้างทางที่เพลิดเพลิน ตื่นตา อิ่มเอมในตัวอยู่แล้ว

 

 

หุบเขาและลำธารโออิระเซะ (Oirase)

 

จะไปถึงทะเลสาบโทวาดะก็ต้องได้ชมลำธารโออิระเซะอยู่ดี เขากล่าวว่าเป็นสิ่งต้องชม หรือ “A Must” ทีเดียวค่ะ ลำธารนี้ไหลมาจากทางตะวันออกของทะเลสาบโทวาดะเลาะเลี้ยวเข้าไปในหุบเขา ผ่านโตรกเขา เกาะแก่งหินผามากมายกลายเป็นลำธาร เวิ้งน้ำ น้ำตกน้อยใหญ่มากมายตลอดระยะทางเกือบ14 กิโลเมตร สวยงามสุดที่จะบรรยาย เขาทำเป็นจุดแวะชมสิบกว่าแห่ง แต่ละแห่งมีที่นั่งพัก มีเส้นทางเดินสำรวจ สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด หากอยากขี่จักรยานเที่ยวชมเขามีจักรยานให้เช่าด้วยที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวซึ่งอยู่ที่ปลายของลำธารทั้งสองด้าน

 

คนขับรถบัสเขาใจดีมาก ช่วงผ่านลำธารโออิระเซะนี้เขาจะค่อยๆขับช้าๆ พอถึงจุดที่สวยมากๆน่าถ่ายรูปเขาก็จะหยุดแป๊บหนึ่งให้ได้เก็บภาพกัน

 

กระเช้าลอยฟ้าขึ้นเทือกเขาฮัคโคดะ Hakkoda Ropeway

เทือกเขาฮัคโคดะนั้นมีหลายยอด ความสูงแต่ละยอดอยู่ระหว่าง 1300-1500 เมตร ทอดตัวอยู่ระหว่างเมืองอาโอโมริกับทะเลสาบโทวาดะ ขาล่องกลับเข้าเมืองเราแวะที่สถานีกระเช้าลอยฟ้าที่จะพาขึ้นยอดเขาทาโมยาชิ (Tamoyachi) สูง 1324 เมตร กระเช้าใช้เวลาสิบนาทีก็พาขึ้นถึงยอดเขา แล้วเขามีทางชมธรรมชาติและทิวทัศน์ใช้เวลาเดิน 30 นาทีครบรอบโดยไม่ต้องย้อนกลับทางเดิม สำหรับคนไม่ค่อยมีแรง หากใครแข็งแรงเขามีทางเดินสำหรับเวลาหนึ่งชั่วโมงด้วย แน่นอนค่ะพวกสว.อย่างเราแค่ทางสามสิบนาทีก็เก๋แล้ว เห็นต้นสนหลายชนิดขึ้นแน่นเป็นกลุ่มๆและมีหนองน้ำกระจัดกระจาย เป็นภูมิประเทศที่แปลกตามาก

ข้างบนนี้หนาวมากพอแดดเริ่มลับ เราขอลงจากยอดเขาดีกว่า นั่งกระเช้าลงไปรอรถบัสเที่ยวสุดท้ายกลับเข้าเมืองอาโอโมริ 

 

พรุ่งนี้จะเป็นการเดินทางขาล่องออกจากอาโอโมริ ก่อนจากไป จะแวะเมืองใกล้ๆอาโอโมริกันก่อน ตั้งใจไปชม ปราสาทฮิโรซากิ และ แอปเปิ้ลพาร์ค ที่เมือง ฮิโรซากิ ค่ะ