Those who educate children well are more to be honored than they who produce them; for these only gave them life, those the art of living well.

เนื่องในโอกาสวันครู 16 มกราคม 2552 ขอสรรเสริญ “ชื่นชมชีวิต” ด้วยคำคมของAristotle ค่ะ   

ที่มาของภาพ http://blogs.usyd.edu.au/theoryandpractice/Aristotle_Chris%20Plummer.jpg

เริ่มคำคมแรกด้วย

Those who educate children well are more to be honored than they who produce them; for these only gave them life, those the art of living well.”

 

คุณครูทุกท่านคะ  รวมถึงท่านผู้เปรียบเสมือนคุณครูด้วยค่ะมาภาคภูมิใจด้วยกันกับการเป็นผู้ให้  “art of living” แก่เยาวชนไทย และแก่ใครก็ตามที่เป็นผู้ได้รับความรู้จากท่านไป เพราะท่านได้รับเกียรติอันสูงส่งนี้ยิ่งกว่าผู้ให้ชีวิตเสียอีก แต่หากผู้ให้ชีวิตทำหน้าที่เป็นครูด้วย ก็ย่อมได้รับเกียรตินี้ดุจเดียวกันค่ะ

คำคมต่อไปเป็นคำคมที่ดีมากเหมาะแก่การนำไปกล่าวต่อให้เด็ก ๆ ฟังค่ะ หรือถึงผู้ฟังไม่เด็กแล้ว  แต่กำลังศึกษาอย่างไม่มีวันสิ้นสุด ก็ควรที่จะทราบไว้ค่ะ จะได้ไม่ท้อนะคะ

“The roots of education are bitter, but the fruit is sweet.”

พากเพียรกันต่อไปนะคะ ถึงจะขมขื่นในช่วงการศึกษา แต่ไม่ช้าก็จะได้ชิมรสหวานค่ะ

ผ่านการศึกษามาแล้ว ก็เข้าสู่การดำเนินชีวิตค่ะ  คำคมต่อไป

“The energy of the mind is the essence of life.”

พลังชีวิตเติมเต็มกันได้จากที่ไหนบ้าง ทุกท่านคงทราบคำตอบกันดีอยู่แล้วค่ะ  หนึ่งในหลาย ๆ ที่ก็คือที่ G2K แห่งนี้จริงไหมคะ แต่ที่แน่ๆ ไม่ควรลืม เรื่องภายในของเราค่ะ  “จิต” เราจะต้องไม่ตก

เมื่อเรามีพลังชีวิต มีผลผลิตของการศึกษา  เราก็ควรแบ่งปันประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นค่ะ

 The greatest virtues are those which are most useful to other persons.”

การทำประโยชน์ให้ผู้อื่นถือว่าเป็นคุณธรรมสูงสุดเลยนะคะนี่... อิ่มบุญกันถ้วนหน้านะคะ... จะโลกตะวันตกหรือโลกตะวันออก ก็เน้นเรื่อง "การให้เพื่อมวลมนุษยชาติค่ะ"

แต่ทว่า  หากมีช่วงใดของชีวิตที่เราต้องประสบกับความทุกข์ยากลำบากกาย  ลำบากใจ ก็ขอให้มองว่าเป็นสิ่งสวยงามที่เราจะต้องเรียนรู้และผ่านมันไปให้ได้ด้วยพลังใจที่ยิ่งใหญ่ของเราค่ะ

“Suffering becomes beautiful when anyone bears great calamities with cheerfulness, not through insensibility but through greatness of mind.”

เชื่อว่าวัยทำงานอย่างเรา ๆ ก็คงย่อมผ่านอะไรกันมา "เหมือนๆ กัน" มิฉะนั้นคงไม่มีเรื่อง "เล่า" มากมายไม่มีที่สิ้นสุดเช่นนี้... นี่ก็เพราะเรามองความยากลำบากเป็นสิ่งสวยงามไงล่ะคะ... ความสวยงามที่ช่วยให้เรา "แกร่ง" และเต็มไปด้วย "พลังชีวืต" ค่ะ

สุดท้ายนี้ ขอจบลงด้วยรอยยิ้มค่ะ... เคล็ดลับของอารมณ์ขันก็คือ “ความประหลาดใจ” 

.The secret to humor is surprise.”

ถ้า "อารมณ์ขันใดเราได้ฟังแล้ว"  เราก็คง "ขำไม่ออก"  จริงไหมคะ

ลองมาทายกันดูซิคะว่า ชาว G2K ของเราทั้งหมดนี้ ใครที่มีอารมณ์ขัน  Surprise! เก่งมาก ๆ บ้างคะ? แลกเปลี่ยนให้ศิลาทราบหน่อยค่ะ (เด็กใหม่ ขอทราบเป็นความรู้ค่ะ จะได้ไม่ตกใจเวลาเจอ Surprise)

 ขอไป "พัก" ก่อนนะคะ แล้วพบกันใหม่ค่ะ