มีศิลปะครองรักคือมีทั้งการให้และการรับ

กระแสลมพัดแรงช่วงนี้หอบเอาความเย็นมาด้วย  สิ่งที่เบาก็ลอยเคว้งคว้างไปไกล  แต่ด้วยแรงดึงดูดของโลกทำให้ทุกสิ่งไม่หลุดลอยออกไปในห้วงจักรวาล  ด้วยแรงแห่งรักทำให้ดึงดูดผู้คนรวมกลุ่มกันเป็นสังคม 

 ความรักมันมีความลึกลับซ่อนเร้นที่รู้ได้เฉพาะคนใดมีรักคนนั้นถึงจะรู้นะ  ในสวนแห่งความรักอาจแบ่งเป็น 5 แบบคือ

1 . แบบรักพี่น้อง  ( Brotherly  Love )  เหมือนโลกทั้งผองล้วนเป็นพี่น้องกัน

2 . แบบรักพ่อ-แม่  ( Parent  of  Love )  เหมือนสถาบันครอบครัวที่มีความรักเป็นห่วงกันและกัน

3 . แบบรักทางเพศ ( Erotic  Love )  เหมือนคนเราที่เป็นแฟนกันรักกันแล้วแต่งงานอยู่กินด้วยกัน

4 . แบบรักตัวเอง  ( Self  Love ) เหมือนดูแลวิถีชีวิตตนเองเพราะตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน

5 . แบบรักพระเป็นเจ้า  ( Love  of  God ) เหมือนความรักในศาสนาเทวนิยมทั้งหลาย

          เมื่อมองในแง่ของอารมณ์จะมี 2 อย่างคือ  อารมณ์แห่งความเพลิดเพลินใจ  มีความสุขใจเมื่ออยู่ชิดใกล้ในสิ่งที่ตนรัก  รักงานศิลปะก็สุขใจในงานนั้น ๆ  

 อีกหนึ่งคืออารมณ์แห่งความปรารถนาดี  มีทัศนะคติที่ดี  มองในทางบวก  ด้วยความรักทำให้คนเป็นนักกวีก็ได้นะ 

 การรักกันนี้มันง่ายเหมือนการปลูกต้นรักง่าย  แต่การรดน้ำพรวนดินใส่ปุ๋ยดูแลรักษานี้สิมันยากกว่าต้นรักจะโตนะ  คนปลูกต้นรักต้องมีเทคนิค  หรือมีศิลปะครองรักคือมีทั้งการให้และการรับให้สมดุลกัน ( Love  is  the  art  of  giving  and  taking

 นั้นคือที่ใดมีโลกที่นั้นมีคนเรา  ที่ใดมีคนเราที่นั้นมีความรักอย่างแน่นอน...อิ อิ อิ.