เย็นวันหนึ่ง ณ บริเวณลานหน้าเมรุฯ
หลังจากที่มีโยมท่านหนึ่งได้มากราบท่านพระอาจารย์และถวาย “น้ำอ้อยสด” ๒ ถุงใหญ่ โดยท่านได้มีเมตตาแจกจ่ายให้กับพระรวมถึงลูกศิษย์ที่ทำงานอยู่บริเวณเมรุฯ ซึ่งนั่นก็รวมถึงเราด้วย...
พอมือของเราได้สัมผัส และตาได้มองเห็นขวดน้ำอ้อยนั้นเราก็นึกถึงกลอนบทหนึ่งของท่านสุนทรภู่ขึ้นมาในทันใด
“อันอ้อยตาลหวานสิ้นยังสิ้นซาก แต่ลมปากหวานหูมิรู้หาย...”
ครั้นเมื่อลิ้นได้เชยชมจมูกได้ดอมดมและชิวหา อื่ม...! รสชาดดีจริง ๆ...
แต่ทว่ารสชาดที่เลิศของน้ำอ้อยที่ดีสุดแสนจะกล่าวคำพรรณนา ในวันนี้ซึ่งผ่านไปไม่กี่วันรสดชาดนั้นก็ลบและเลือนสิ้นจากปลายลิ้นแห่งเรา...
แต่สิ่งที่เหลืออยู่นั้นก็คือ น้ำใจอันดีของผู้ที่มีไมตรี ทำการขวนขวายนำมาให้ซึ่งสิ่งอันเลิศ เป็นความรู้สึกอันพริ้งเพลิดติดตราและตรึงใจ
ซึ่งกระนั้นก็ตาม เราเองก็ได้คิดย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่มีโอกาสได้เป็น “กรรมกรน้อย” ทำงาน ดูแลงาน ควบคุมการสร้างเมรุฯ หลังนี้

คำพูดของเราที่เคยได้กล่าว ได้ใช้เพื่อติดต่อประสานงาน อันเป็นคำพูดที่คนรอบข้างได้สัมผัสได้กระทบโสตประสาทนั้นมีทั้งหวาน มีทั้งขม
คำพูดที่หวานทำให้เกิดรอยยิ้ม เกิดความรู้สึกที่ดี ๆ ซึ่งกันและกัน ความรู้สึกดี ๆ นั้นในวันนี้ยั่งยืนและคงทน
แต่เราก็เถอะ ไอ้เรามันคนหนักด้วย “โทสะ” บางครั้งบางคราวพูดไม่ดี มีคำพูดที่ส่อเสียด เฉือดเฉือนใจและน้ำใจคน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นความขมที่บาดลึกถึงขั้วแห่งจิตใจ
การพูดที่ดีนั้นเกิดมาจากการคิดที่ดี
ความคิดที่ดีนั้นเกิดมาจากการสั่งสมความเมตตา ความกรุณา และการ “ให้อภัย...”

เราไม่ควรประมาทคิดเสียว่า สิ่งที่เราคิดอยู่ในใจนั้นใครจะไม่รู้ คนอื่นจะไม่รู้ แต่เรานั้นก็คน คน ๆ หนึ่งคือเรานั้นเล่า “รู้”
การคิดทุกครั้งย่อมจดจำฝังตรึงอยู่ในดวงจิตแห่งเรา
คิดดี สะสมดี ต้นทุนดี
คิดร้าย คิดชั่ว สะสมร้าย ต้นทุนเลว
การพูดนั้นเกิดมาจากต้นทุนแห่งความคิด ประมวลออกมาด้วยความควบคุมแห่งสติ สอดประสาน “วาจาและใจ”
การพูดดีด้วยต้นทุนดีและมีสติที่ไม่พลั้งเผลอย่อมนำมาและรักษาได้ซึ่ง “มิตร”
มิตรที่ดี มิตรประเสริฐ มิตรบริสุทธิ์ มิตรที่สิ้นสุดแห่งความเห็นแก่ตัวนั้นคือ “กัลยาณมิตร”

เราทั้งหลายโปรดตั้งใจสำรวมระวังใจเพื่อให้มีวาจาที่ดีเถิด
อย่าต้องประมาท พลาด พลั้งเผลอแบบเรา ซึ่งนั่นนอกเสียจากจะไม่มีซึ่งกัลยาณมิตรแล้ว มิตรเองก็จะหายหน้าและหนีจากกันไปชั่วกาลนาน...

เมื่อผิดพลาดพลั้งรู้ “ขออภัย”
กล่าวคำสบประมาทใคร น้อมไหว้ มือป้อง
กล่าวดี วาจาดี มิตรดี ล้วนมา
พูดดีแท้ ใจดีแท้ สุขแท้ นานชม...
กราบนมัสการพระอาจารย์ บันทึกฉบับนี้เปรียบเสมือนพรปีใหม่ ที่จะต้องน้อมนำไปปฏิบัติ กราบขอบพระคุณพระอาจารย์ ครับ
สวัสดีค่ะ
คิดร้าย คิดชั่ว สะสมร้าย ต้นทุนเลว
สวัสดีค่ะ
การพบกัลยาณมิตรถือว่าได้โชควิเศษสุดสุดควรรักษาไว้ให้จงดี
ถ้าผิดรู้จักขอโทษ..ใครจะใจจืดนะคะ..ย่อมรู้จักให้อภัยซึ่งกันและกันจ้า
การพูดนั้นเกิดมาจากต้นทุนแห่งความคิด ประมวลออกมาด้วยความควบคุมแห่งสติ สอดประสาน “วาจาและใจ”
โปะเชะ
นี่กำลังประสบปัญหานี้
เราก็ว่าเราดี นะ
แต่บางทีก็หลุดออกไป
แล้วก็เสียใจ
ตามดูรู้ไป
ตอนนี้ก็แบบว่า ไวขึ้นต่อโทสะ โมหะ
และก็พฤติกรรมลบช้าลง
จะพากเพียรต่อไป
ก่อนจะพูดอะไรออกไปสักคำควรคิดก่อนพูด ไม่ควรพูดก่อนคิด และพูดจากความรู้สึกของเราจริงๆ