การเดินทางของแม่มดน้อย......

มาแล้วจ้า....วันนี้หนูเอาเรื่องการทำความดีตามแบบชาวพุทธมาเล่าให้พี่ๆเพื่อนๆได้อ่านกัน...

นอกจากการที่เรานับถือศาสนาพุทธแล้ว...เรายังต้องมีการสวดมนต์ไหว้พระ...เพื่อความเป็นสิริมงคล

ของชีวิตกันด้วยซึ่งเป็นเรื่องปกติ...... แต่วันนี้หนูจะพาพี่ๆเพื่อนๆไปนอนวัดกันค่ะ.....

เค้าเรียกว่าการบวชเนกขัมมะ เป็นการบวชถือศึล 8 ซึ่งเป็นศีลที่พระพุทธเจ้าท่านทรงถือเป็นกิจวัตร

หนูสนใจหลายที่ว่าจะไปปฏิบัติธรรมที่ไหนดี...วัดปทุมวนาราม...วัดอัมพวัน...วัดสามัคคีธรรม

(ของหลวงพ่อมิตซูโอะ กาญจนบุรี) วัดสังฆทาน หรือว่าวัดไกลกังวล(ชัยนาท) บทสรุปสำหรับหนู

ใกล้ที่ไหนไปที่นั่นไม่ต้องขวนขวายขับรถไปไกลให้เหนื่อย...(แค่เริ่มจะทำก็เหนื่อยแล้วคงไม่ดีแน่)

หนูไปวัดสังฆทานเพราะใกล้บ้าน...ไปถึงวัดก็เข้าไปกรอกใบสมัครพร้อมรูปถ่าย 1 ใบเพื่อทำประวัติ

เสร็จแล้วก็ไปที่เรือนนอนเพื่อจองที่นอน ควรจะไปถึงวัดก่อนห้าโมงเย็นนะคะเพราะว่าจะต้องรับศีล

ตอนห้าโมงเย็น ถ้าจะให้ดีถ้ามีเวลาบ่าย3 โมงก็ดี (เมื่อเราเปลี่ยนชุดเป็นนักบวชแล้วเราไม่สามารถ

ทานอาหารได้อีก ยกเว้นน้ำปานะที่ทางวัดเตรียมไว้ให้)บ่าย 3 โมงครึ่งทำความสะอาดวัดหนูเลือก

กวาดลานวัดบางคนก็ล้างห้องน้ำฯ 4 โมงเย็นเดินจงกรม พระท่านจะสอนวิธีเดินให้ตลอดใช้เวลา 1 ช.ม.

แล้วก็มารับศีล หลังรับศีลถือว่าเราเป็นนักบวชเต็มตัว ท่านก็จะให้เราทำวัตรตอนเย็นต่อด้วยสวดบูชา

พระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหลังจากนั้นก็จะสอนการนั่งวิปัสนากรรมฐานอีก 1 ช.ม.

ในวันธรรมดาเราก็จะได้เข้านอนประมาณ 4 ทุ่มแต่ถ้าเป็นวันพระหรือเสาร์-อาทิตย์ก็จะมีเทศน์หลังจากนั่ง

กรรมฐานเสร็จ...ขึ้นอยู่กับตัวเราว่าจะนั่งอยู่ถึงกี่โมงพระท่านจะเทศน์ถึงตี 3 ถ้าง่วงเราก็ไปนอน..สำหรับ

พวกที่ไม่นอนและนั่งฟังเทศน์จนถึงทำวัตรเช้าตอนตี 4 จะเรียกว่า เนสันชิก แต่หนูขอเป็นแค่เนกขัมมะ

เท่านั้น..สังขารไม่อำนวยไปถือศีลแล้วป่วยกลับบ้านอีกหน่อยพ่อแม่ไม่ให้ไปอีกแน่...ตี3 แม่ชีจะเคาะระฆัง

เรียกให้ตื่นมาเตรียมตัวทำวัตรเช้า...หลังจากนั้นประมาณตี 5 ครึ่งเราก็จะลาศีล กลับบ้านได้ไม่ยากเลย

ใช่มั๊ยคะ..ถ้าจะอยู่ต่อก็ไม่ต้องลาศีลและยังมีอีกหนึ่งประเภทค่ะเรียกว่าศีลอุโบสถ เค้าจะนุ่งขาวเหมือน

เนกขัมมะแต่ไม่รับศีลกับพระพวกนี้ไม่จำเป็นต้องลาศีลในตอนเช้าเพราะเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นศีลก็จะขาด

หนูลืมบอกไป...วัดนี้ฉันท์วันละ 1 มื้อเท่านั้น นม โอวันตินทานได้ไม่เกินเที่ยง อาหารทานจานเดียว

รวมทุกอย่างหมดในนั้น ถ้าลุกจากที่นั่งแล้วไม่สามารถกลับมาฉันท์ได้อีก  หนแรกอาจจะลำบากหน่อย

แต่ถ้าไปบ่อยๆจะทำให้เรารู้ว่าชีวิตไม่จำเป็นต้องรีบเร่งเลย...และคนเราไม่มีอะไรมากตายไปก็ตัวคน

เดียวสมบัติก็ไปด้วยไม่ได้ สิ่งที่เราอยากได้อยากมีอยากเป็นทุกวันนี้คือ กิเลส..การเข้าวัดก็ช่วยขัดจิตใจ

เราให้มองชีวิตในความเป็นจริงได้มากขึ้น....เข้าใจผู้อื่นมากขึ้น มีสติในการดำเนินชีวิตและเมื่อมีสติ

ปัญญาก็เกิด..เราก็จะสามารถตัดสินหรือดำเนินชีวิตด้วยความถูกต้องดีงาม อยากให้ทุกคนหันมามอง

การปฏิบัติแบบนี้บ้างถ้ามีเวลา....ชีวิตสั้นนัก...สิ่งที่จะติดตัวไปด้วยมีแต่บุญกุศลเท่านั้น....หยุด....

จากงานตรงหน้าแล้วมาพักกายพักใจให้สงบ...เพื่อกลับไปเจอกับหน้าที่การงาน ปัญหาต่างๆ

ต่อไปแต่ไม่ใช่ในมุมมองเดิม....เราจะได้เห็นว่า...ชีวิตที่คิดไม่ถึงอยู่คู่ขนานกับตัวเราตลอดเวลา

เพียงรอว่าเมื่อไหร่เราจะหันมามอง.....และปฏิบัติตาม..คำสอนของพระพุทธเจ้าไม่เคยล้าสมัย

สามารถจับต้องได้....และที่สำคัญอยู่ไม่ไกลจากพวกเราทุกคน....หวังว่าการเดินทางของแม่มดน้อย

ครั้งนี้จะมีประโยชน์กับทุกคนไม่มากก็น้อยนะคะ....แม่มดอย่างหนูปฏิบัติมานานแล้วและจะยังปฏิบัติ

ต่อไปรอเพียงเพื่อนร่วมทางที่เพิ่มจำนวนขึ้น...เท่านี้หนูก็มีความสุขแล้วค่ะ..สิ่งที่ทำก็ได้กับตัวผู้ปฏิบัติ

ไม่ใช่หนู...การดำเนินชีวิตปกติสามารถร่วมกับการเข้าวัดถือศีลได้.....รักทุกคนเสมอค่ะ