แต่ก่อนนี้........ยอมรับว่าไม่สนใจภัยพระพุทธ ไม่รู้จุดที่จะแจ้งแถลงไแต่วันนี้จะ "จริงจัง" และ "จริงใจ" จะแจ้งไปทันที be 5000

 

วันนี้อยากรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับ "ภัยพุทธศาสนา" เพราะครูตาลรู้สึกเป็นห่วงและค่อนข้างกังวล ไม่ทราบจะทำให้เพื่อนผองน้องพี่รำคาญใจหรือเปล่า ถ้าหนักไปต้องขออภัย อ่านหรือไม่อ่าน ผ่านได้เลยนะคะ

บทสนทนา " ภัยพระพุทธศาสนา"

กระทู้ธรรม  :  ข่าวมารศาสนาห่มผ้าเหลือง ที่วัดป่าอุ่มเม่า อุดรธานี หลอกข่มขืนสาวมายาวนานถึง 50 ราย ทำไมเพิ่งถูกจับได้แล้วกลายเป็นข่าว เพราะชาวพุทธเราไม่เอาธุระกับกิจการพระศาสนา ทั้งพระเณรคนรอบวัดก็ต้องรู้มาก่อน ผิดชัดเจนอย่างนี้ ไม่ใช่เป็นแค่อลัชชี ต้องเอาผิดให้ถึงที่สุด ผิดเรื่องไหนต้องไม่ละเว้น ทำให้เป็นตัวอย่างเหลือบศาสนาจะได้ลดน้อยลง ในสังคมมีทั้งดีและคนเลวปะปนกัน ต้องคัดแยกคนเลวออกไปให้ไกลศาสนา ปกป้องรักษาคนดีอย่าให้มีใครทำลาย หน้าที่เราชาวพุทธ

                                          ความคิดเห็น

 

ความคิดเห็น โดยคุณ รัชดาวัลย์ จันทวงศ์

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2551   

 

ตามที่ตั้งกระทู้มานั้น  เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น จริง ๆ แล้วในความเป็นจริงยังมีอีกมาก อย่างที่วัดใกล้บ้าน พระมีอะไร ๆ กับสีกา จนมีลูก ชาวบ้านก็รู้ทุกคนก็รู้ ในวงการพระเขาก็รู้ แต่ก็ไม่มีใครทำอะไรเลย ได้แต่นั่งนินทา เสวนากันในหมู่พวกของตน หรือที่โต๊ะน้ำชา จนลูกจะเข้าโรงเรียนแล้ว ท่านถึงได้สึกออกมา ถามว่าผู้หญิงที่เข้าไปมีสัมพันธ์กับพระถึงในวัด เขาทำได้อย่างไร ถ้าคนมีจิตสำนึกดีคงทำไม่ได้ ขนาดเดินสวนกับพระยังระวังตัวแทบแย่กลัวจะโดนท่าน ต้องเป็นผู้หญิงที่จิตวิปลาสจริง ๆ

 

ความคิดเห็น โดยคุณ วิโรจน์ พูลสุข

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2551   

พวกอาศัยผ้าเหลืองทั้งหลายไม่ควรใช้คำว่าพระ ต้องเรียกว่า "มารศาสนา" ช่วยกันทำหน้าที่สอดส่องอย่าให้มารพวกนี้มาย่ำยีศาสนาอีกเลย คนไม่ดีอยู่ที่ไหนก็ทำให้เสื่อม ยิ่งถ้ารู้อย่างคุณรัชดาวัลย์ ให้แจ้งเจ้าคณะปกครองรีบตรวจสอบโดยด่วน ผอ.สำนักพุทธจังหวัด หน้าที่พุทธบริษัททุกคน อย่าปล่อยให้กรรมตามทัน ศาสนาจะเสื่อมสูญ ที่สำคัญ!! ต้องระวังเรื่องการกลั่นแกล้งทำลาย พระดีต้องไม่ถูกกลั่นแกล้งรังแก ถ้าเราช่วยกันไม่นาน "มารศาสนา"จะถูกกระชากหน้ากากให้เห็นธาตุแท้

   

ความคิดเห็น โดยคุณ รัขดาวัลย์ จันทวงศ์

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2551   

ตอนแรกไม่ทราบจริง ๆ ค่ะ เห็นเค้าพูดกันก็ไม่สนใจ เพราะไม่ชอบอยู่ในวงสนทนา ด้วยความบังเอิญที่ผู้หญิงคนนั้น เข้ามาเป็นครูจ้างสอนที่โรงเรียน และสามีของเขาซึ่งเป็นเจ้าอาวาสมาก่อน(ตอนนี้สึกแล้ว)เข้ามาช่วยฝึกวอลเลย์บอล จึงได้ทราบเรื่องทั้งหมด รับไม่ได้ก็ต้องยอมรับ ไม่อยากโกรธ เกลียดใครให้ใจเป็นทุกข์ ถ้าหากทราบเรื่องก่อนก็ไม่กล้าทำอะไรอยู่ดี   ผู้หญิงตัวคนเดียว ที่มาอยู่ต่างถิ่น ไม่มีศัตรูเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เรื่องภัยศาสนามีมาก แต่ถ้าพูดบ่อย ๆ ก็ไม่ดี เหมือนโปรโมทความชั่ว ช่วยกันเผยแพร่พระดี ๆ ดีกว่ามั้ยคะ

   

ความคิดเห็น โดยคุณ วิโรจน์ พูลสุข

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2551   

เมื่อหยิกเล็บต้องเจ็บเนื้อธรรมดา
หากไม่ผ่าจะปล่อยเป็นอยู่เช่นนี้
พระสงฆ์องคเจ้าเรารู้ดี
ปราชญ์เมธีมีปัญญาถ้าจริงใจ
มีวิธีที่เหมาะจำเพาะอยู่
สำนึกรู้ร่วมแสดงแถลงไข
ให้ข้อมูลส่งมาจะตามไป
สะสางให้ไม่ต้องเสี่ยงเลี่ยงภัยพาล
พระพุทธเจ้ากล่าวไว้ให้รักษา
ศาสนาอยู่ต่อไปให้สืบสาน
พวกจิตต่ำย่ำยีมิช้านาน
จักถึงกาลศาสน์สูญคนขุ่นใจ
ฟื้นศรัทธากล้าทำพวกคว่ำศาสน์
หากประมาทสิ้นเสื่อมคนเลื่อมใส
ต้องเร่งทำเถิดอย่าชะร่าใจ
พุทธสูญไปไทยคงสิ้นแผ่นดินทอง

   

ความคิดเห็น โดยคุณ รัขดาวัลย์ จันทวงศ์

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2551   

"ปราชญ์เมธีมีปัญญาถ้าจริงใจ"
ได้อ่านกลอนวรรคนี้มีงานเข้า
แทงใจเรามิอาจผ่านไปได้
ใช้คำหนักหน่อยมั้ย "ไม่จริงใจ"
อยากให้ใช้แค่เพียง "ไม่จริงจัง"
"มีวิธีที่เหมาะจำเพาะอยู่"
ใช่ไม่รู้แต่เรามาทีหลัง
เรื่องมันจบไม่อยากรื้อให้โด่งดัง
หากอยากฟังโทร,Mail มาจะสาธยาย
แต่ก่อนนี้........
ยอมรับว่าไม่สนใจภัยพระพุทธ
ไม่รู้จุดที่จะแจ้งแถลงไข
แต่วันนี้จะ "จริงจัง" และ "จริงใจ"
จะแจ้งไปทันที be 5000
อย่าขึ้งโกรธโทษกล่าวให้ร้าวลึก
จิตสำนึกยังมีแน่ไม่แปรผัน
ขออย่าได้ประนามหยามใจกัน
ปราชญ์เมธีนั้นก็พลาดได้ใช่มั้ยคุณ

   

ความคิดเห็น โดยคุณ วิโรจน์ พูลสุข

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2551   

 

"ปราชญ์เมธีมีปัญญาถ้าจริงใจ"
มิได้หมายเจาะจงใครในที่นี้
แต่หมายรวมคนทั่วไปในวลี
อย่าได้มีขึงโกรธขอโทษเธอ
ปราชญ์เมธีนี่หรือก็คือพระ
ซึ่งควรจะทำหน้าที่ดีเสมอ

เจ้าอาวาสพระปกครองต้องเคยเจอ
ใช่พลั้งเผลอปล่อยปละไม่ระวัง
บทที่สองบอกไปให้รับรู้
อย่าหดหู่รู้ปัญหาอย่าอยู่ยั้ง
ให้แจ้งมาจะแก้ไขไม่ให้พัง
บอกอีกครั้งจริงจังด้วยตั้งใจ

ประตูสู่โลกธรรมะ ทางชนะกิเลสทั้งปวง