ถังแดง บทเรียน๓๕ ปี
การต่อสู้ของภาคประชาชน
การใช้ความรุนแรงที่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้
ตีพิมพ์ใน จดหมายข่าวเพื่อคนสร้างสุขปากใต้ สาส์นดับบ้าน ดับเมือง ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๑๙ มกราคม-มีนาคม ๕๑
การจับกุมประชาชนที่ถูกกล่าวหาว่ามีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ เมื่อโดนจับจะถูกสืบสวน สอบสวน และตัดสินด้วยการ เผาในถังน้ำมันสองร้อยลิตร จนเกิดเป็นกรณี “ถังแดง” “ปัญญาถังแดงเกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้าง ชนชั้น การไม่ได้รับความเป็นธรรมของสังคม จากปัญหาการเมืองระหว่างประชาชน กับรัฐ จนเกิดแนวคิดไม่ตรงกัน อีกทั้งถูกเอารัดเอาเปรียบจากตัวแทนของรัฐและอิทธิพลท้องถิ่นเกิดพัฒนาต่อสู้ทางอาวุธ”
กรณีถังแดงที่เกิดขึ้นบ้านเกาะหลุง ต.ลำสินธุ์ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุงเริ่มเด่นชัดขึ้นเมื่อปี ๒๕๐๘ เมื่อประชาชนถูกกดขี่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ชุมชนเริ่มเห็นด้วยกับแนวคิดของพรรคคอมมิวนิสต์ และเข้าร่วมขบวนการ จนในที่สุดเมื่อปี ๒๕๑๔ ค่ายอิงคยุทธจากปัตตานี มาตั้งที่บ้านเกาะหลุงมีการปราบปรามจับกุมคุมขัง ทำให้การเคลื่อนไหวของประชาชนเพิ่มมากขึ้น จึงเกิดเสียงปืนแตกครั้งแรก ระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์กับทางการ
ระหว่างปี ๒๕๑๕-๑๗ การต่อสู้ทางอาวุธรุนแรงขึ้น มีการยิงตามถนนหนทาง จนเกิดเหตุการณ์เผาลงถังแดง กับการที่ทางการจับประชาชนมาเผาลงถัง เหตุการณ์เดือนตุลาคม ๑ วันจบ แต่กรณีถังแดง เกิดถึง ๓ปีจนมีการสรุปที่ประชาชนเสียชีวิตกรณีถังแดง ถึง ๓๐๐๘ ศพ ประชาชนที่ตายในกรณีนี้ไม่ได้รับการประกอบพิธีทางศาสนา เพราะกลัวการต่อต้านจากประชาชน จนปลายปี ๒๕๑๗ ทางทหารได้ถอนกำลังกลับ ปี ๒๓ การต่อสู้ทางอาวุธเริ่มลดลดน้อยลง ๒๕๒๔ – ๓๓ ประชาเริ่มทยอยออกจากป่า ยุติการต่อสู้ทางอาวุธอย่างสิ้นเชิง
ในปี ๒๕๓๗ มีการริเริ่มทำบุญบริเวณกรณีถังแดง และซื้อที่ดิน สร้างถาวรวัตถุ มีหลักคิดในการสร้างว่า การสร้างต้องเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ไม่ใช่บัว หากแต่เป็นที่ระลึกถึง ว่าการใช้ความรุนแรงแก้ปัญหาไม่ได้ การสร้างไม่ใช่การยั่วยุคนในชาติ แต่เป็นการตอกย้ำให้เห็นว่าเมื่อมีปัญหาปัญหาต้องมีการพูดคุย ต้องหาทางออกอย่างเป็นธรรม
อุทยานประวัติศาสตร์ถังแดง เป็นสถานศึกษาเรียนรู้ และเตือนสติ ด้านบนเป็นสัญลักษณ์เพื่อรำลึกถึงกรณีถังแดง ด้านล่างจะสร้างหอสมุดความรู้เกี่ยวกับการสร้างสังคมและธรรมมะ ถังแดงสร้างโดยชุมชนโดยการระดมทุน กว่า ๒ ล้านบาท เป้าหมายสูงสุด ให้เยาชนรุ่นหลังรักชาติ รักประชาธิปไตย รักการใช้แรงงาน รำลึกผู้เสียชีวิตไม่ให้สูญเปล่า ผู้คนตายก็ตายอย่างมีคุณค่า เนื่องจากปัจจุบันผู้คนไม่รำลึกถึงที่มา หากรักประชาธิปไตยและสันติต้องรู้ถึงที่มาของประวัติศาสตร์
ขอบคุณครับ