การร่ายรำครั้งสุดท้าย ณ เบื้องหน้าแห่งความตายของนาย แรนดี เพาช์

ผมมีความประทับใจในแนวคิดของชาวอินเดียนแดงเผ่าหนึ่งในเม็กซิโก
ที่ คาร์ลอส คาสตาเนดา ได้เล่าถึงการฝึกฝนวิถีแห่งการฝึกตนเพื่อเป็น "หมอผี"
(จริงๆ คือ ผู้รู้แจ้งของอินเดียนแดง)
ที่ได้รับการถ่ายทอดจาก ดอน ฮวน หมอผีผู้เป็นอาจารย์ของเขา
โดยคาร์ลอสได้บันทึกไว้ในหนังสือชื่อ
"หยุดโลก" และ "วิถีแห่งพลัง" (แปลเป็นไทยโดยคุณ พยับแดด)
ความประทับใจตอนหนึ่ง ได้กล่าวถึงวาระสุดท้ายของนักรบชาวอินเดียนแดงว่า
ทันทีที่เขาได้ตระหนักถึงโมงยามแห่งความตายที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า
เขาจะกลับไปที่สถานที่แห่งพลัง ซึ่งเป็นสถานที่ส่วนตัวของนักรบแต่ละคน
แล้วจะทำการ "ร่ายรำครั้งสุดท้าย" ด้วยท่วงท่าและลีลาเฉพาะตน ซึ่งจะแสดงออกถึง
ประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาของนักรบคนนั้น ให้ความตายได้ประจักษ์
และหลังจากนั้นเขาก็จะลาโลกนี้ไปอย่างไม่มีอะไรที่ติดค้างในใจ
ผมคิดว่า นี่คือวาระสุดท้ายแห่งชีวิตมนุษย์ ที่สง่างามที่สุด
เท่าที่มนุษย์คนนึงจะทำได้
กลับมาที่อาจารย์ของผมท่านนึง หลวงพ่อเทียน จิตตสุโภ ที่ผมศรัทธาคำสอน
ในตลอดจนจิตวิญญาณแห่งความเป็นครูของท่าน จวบจนวินาทีสุดท้ายก่อนที่ท่านจะมรณภาพ
ผมเคยอ่านจากหนังสือประวัติท่านว่า ในช่วงก่อนที่ท่านจะมรณภาพ
ท่านบอกลูกศิษย์ท่านให้พาท่านออกจากโรงพยาบาล เพื่อกลับไปยัง
วัดของท่านในจังหวัดเลย
ในช่วงโมงยามสุดท้ายของท่าน ท่านได้แสดงท่าของการปฏิบัติธรรม
ที่เรียกว่า "การเจริญสติแบบเคลื่อนไหว" ให้ลูกศิษย์ที่อยู่รายรอบได้เห็นกันทุกคน
ซึ่งท่านทำอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งท่านมรณภาพไปอย่างสงบ
ผมคิดว่า นี่ก็เป็นฉากสุดท้ายของชีวิตที่สง่างามที่สุดอีกเช่นกัน
ส่วนใน The Last Lecture
แรนดี้ เพาช์ ศาสตราจารย์ทางคอมพิวเตอร์แห่งมหาวิทยาลัยคาร์เนกี้เมลลอน
ผู้ซึ่งป่วยด้วยโรคมะเร็งตับอ่อน ซึ่งปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้ว
ได้ทำการ "เริงระบำครั้งสุดท้าย ณ เบื้องหน้าแห่งความตาย"
ด้วยการรับเชิญไปกล่าวปาฐกถาเรื่อง "The Last Lecture"
โดยตัวเขาได้ถ่ายทอดเรื่องราวแห่งชีวิตของเขาในการบรรยายครั้งสุดท้ายนั้น
ซึ่งลึกๆ แล้วเขาบอกว่า เขาตั้งใจถ่ายทอดคุณค่าที่เขายึดถือในชีวิต
ให้กับลูกๆ ทั้งสามคนไว้เสมือนเป็นหลักในการใช้ชีวิตในอนาคต
ยามที่ไม่มีพ่ออยู่เคียงข้าง
ผมคงไม่ขออนุญาติบอกกล่าวว่ามีอะไรในการบรรยายครั้งนั้น
เพราะคงไม่มีใครบอกเล่าได้ดีไปกว่าตัวเขาเอง
แต่ผมทึ่ง และศรัทธาในความเป็น "นักรบอินเดียนแดง" ของเขา
แม้เขาจะไม่เคยฝึกวิชาหมอผี ไม่เคยเป็นนักรบอินเดียนแดง
แต่หากดูจากการร่ายรำครั้งสุดท้ายของเขาแล้ว
บอกได้เลยว่า เขาทำได้อย่างงดงามและสมบูรณ์แบบมากๆ
ในวาระสุดท้ายแห่งชีวิต ผมอยากจะได้มีโอกาสลุกขึ้นมา
"ร่ายรำครั้งสุดท้าย" อย่างสง่างามต่อหน้าความตาย เยี่ยงทุกท่านที่กล่าวมาบ้าง
ก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสทำได้ไหม แต่ผมก็ยังเชื่อมั่นในคำสอนของดอนฮวนข้อหนึ่งว่า
"จงเชื่อมั่นในพลังส่วนตัว แม้มันจะมีอยู่เพียงน้อยนิดก็ตาม"
ขอพลังจงสถิตย์อยู่กับทุกท่าน
ณภัทร๙
- ยังไม่ได้อ่านค่ะ แต่พอทราบแนวหนังสือ
- ขอบคุณที่จุดประกายค่ะ บังเอิญเคยมีประกายมา
แว่บหนึ่งแล้วดับไป เพราะยังไม่อ่าน..แต่คิดว่าน่าจะแจมได้
- ก็เลยเสนอบันทึกไว้ในเรื่อง "เรียนรู้วิธีคิดวันละนิดจากหนังสือ"
ในบล็อก "การศึกษาแบบยั่งยืน" เผื่อจะลองแวะไปอ่านดู
- เป็นกำลังใจให้นะคะ
ตามมาอ่านอีกบันทึกของคุณณภัทร๙ หลังจากได้อ่านบันทึกจากบล็อก ประทับไว้ใน "ทรวง" มาแล้ว
โอ..เพิ่งทราบค่ะว่า ศาสตราจารย์แรนดี้ เพาซ์ เสียชีวิตแล้ว
นำลิงก์ วีดีโอปาฐกถาของแรนดี้ เพาซ์ มาฝากค่ะ เผื่อว่าอยากจะฟังเสียงสด ๆ ของเขา ไม่แน่ว่าคุณณภัทร๙ อาจได้ฟังไปแล้ว
ขออนุญาตแจ้งข้อผิดพลาดเล็กน้อยนะคะ หนังสือเรื่อง "หยุดโลก" แปลเป็นไทยโดยคุณพยับแดด แต่หนังสือเรื่อง "วิถีแห่งพลัง" แปลเป็นไทยโดย คุณภควดี วีระภาสพงษ์ ค่ะ
จะติดตามมาอ่านบันทึกดี ๆ ของคุณณภัทร๙ อีกนะคะ ..^__^..
ขอบคุณมากๆ ครับสำหรับความคิดเห็นจากทั้งคุณ
Sila Phu-Chaya และ คุณใบไม้ย้อนแสง
ขอบคุณสำหรับ Link ที่แจ้งมาด้วยนะครับ
ผมเองยังไม่มีโอกาสได้ฟัง หรือ ดูวีดิโอเลยครับ
คงต้องรีบไปดาวน์โหลดมาฟังให้ครบรสชาด
ขอบคุณครับสำหรับการแก้ไขข้อผิดพลาดให้ครับ
หวังว่าคงได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนกันอีกในโอกาสหน้าครับ
May the force be with you
ขอบคุณค่ะ
หนังสือเล่มนี้ทำเอาน้ำตาซึมเลยหล่ะค่ะ
สวัสดีครับ คุณ ณภัทร
ขอบคุณครับ ครูปูหน้าตาดีที่สุด
ผมเองก็เหมือนกันครับ น้ำตาซึมเล็กๆเหมือนกัน หลายครั้ง หลายครา
กว่าจะอ่านจบ แต่ไม่ได้เล่าไว้ในบันทึก (เขินครับ)
และขอขอบคุณเช่นกันครับ คุณคนโรงงาน
แหม...เปลี่ยนรูปใหม่ดูหล่อ เท่ห์ ขึ้นเยอะเลยครับ ราศีจับจริงๆ
แต่...กลิ่นอายของความเป็น "โรงงาน" มันหายไปหน่อยนะครับ
:-)
ไปดู Youtube แล้ว น่าประทับใจมากค่ะ
http://www.youtube.com/watch?v=ji5_MqicxSo
ส่วนมากคนไทย ที่ป่วยระยะสุดท้าย ญาติไม่ค่อยยอมให้บอก จนตาย ไม่รู้ว่าตัวจะต้องตายแล้ว จึงไม่มีโอกาสแม้จะกล่าวคำลากับลูกหลาน
เรื่องนี้ เราจะต้องนำมาปรับให้เหมาะกับวัฒนธรรมไทยนะคะ
ผมได้ดูแล้วเช่นกัน แต่สแกนผ่านๆ
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณครับพี่ศิลาฯ สำหรับการมาเยี่ยมเป็นครั้งที่สอง
กับคำถามชวนคิด ชวนจินตนาการถึง วาระสุดท้าย ถ้ามีคำตอบเมื่อไหร่คงได้
เล่าสู่กันฟังครับ
ขอบคุณครับสำหรับความห่วงใย
ยังไม่หายไปไหนครับ
แต่สวมวิญญาณผีเสื้อตัวน้อย
บินฉวัดเฉวียนเวียนวน
ไปชิมน้ำหวานจากมวลดอกไม้
ซึ่งพบเต็มไปหมดในทุ่งแห่งนี้
ทั้งเปี่ยมด้วยพลังกาย
พลังความคิด และจิตวิญญาณ
เพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีงามต่อไปครับ
แวะมาทักทายบันทึกแรก ค่ะ
มีความสุขในทุกๆวัน...นะคะ
เช่นกันครับ คุณ
สวัสดีค่ะคุณ ณภัทร๙
ตามมาขอบคุณด้วยหัวใจ....ที่กรุณาไปให้ข้อคิดเห็นอันงดงามและสร้างกำลังใจอันใหญ่หลวงค่ะ....(^___^)
บางทีคนที่เข้มแข็งที่สุดในสายตาของคนทั่วไป ก็คงต้องการการโอบอุ้ม ให้กำลังแรงใจ ในการต่อสู้กับ...บางสิ่งที่ทำให้เราเสีย ศรัทธา ในตัวเองและโลก
ผมเองก็คงทำได้แค่เป็นอีกหนึ่งแรงใจ
ที่มอบให้แด่ทุกท่านที่ปวารณาตัว
ขอตามรอยเบื้องพระยุคลบาท
เพื่อเป็น "พลังของแผ่นดิน"
ขอบคุณความดี ความงดงามและกำลังใจที่ให้ค่ะ
(^___^)
สวัสดีครับ คุณคนไม่มีราก
ผมว่าบางทีคนที่เข้มแข็งก็มักจะ "ลืม"
สิ่งดีงาม และ ความงดงาม ที่มีอยู่ในตัวเอง ใช่ไหมครับ
คงอาจจะเป็นเหมือนเพลงหนึ่งที่ว่าไว้ว่า
"คนเรานี้ คิดให้ดี ก็น่าขำ
อยากจำ กลับลืม อยากลืม กลับจำ"
ขอบคุณเช่นกันครับ
หนังสือเล่มนี้..ต้อมอ่านแล้วค่ะ ^^ พี่ที่รักให้มาและให้เขียนถึงหนังสือเล่มนี้เป็นการบ้านใน G2K แต่ต้อมยังไม่ได้เขียนเลย..
ดีค่ะ ^^
เขียนเลยครับ
อยากฟังมุมมองศิลปินของคุณต้อมบ้างจัง