“อภิสิทธิ์” จับเข่าคุย ธปท. จันทร์นี้ ตรวจสอบฐานะประเทศ ก่อนประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 5 ม.ค. จะไปหารือร่วมกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อตรวจสอบฐานะการเงินการคลังของประเทศว่าจะอำนวยต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับใด ก่อนที่จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจนัดแรกในวันที่ 7 ม.ค.นี้
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลจะเร่งทำแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจให้เสร็จภายในเดือน ม.ค. โดยครอบคลุมปัญหาเศรษฐกิจในทุกภาคส่วน ทั้งราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ แรงงานที่ถูกเลิกจ้าง รวมทั้งการจัดทำงบประมาณเพิ่มเติม และการเร่งรัดการเบิกจ่ายเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นอกจากนั้น ในวันที่ 8-9 ม.ค.นี้ จะจัดทำกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 14 เพื่อเตรียมความพร้อม และเป็นการยืนยันว่าจะมีการประชุมเกิดขึ้นในเดือนหน้าอย่างแน่นอน ซึ่งจะเป็นการเรียกความเชื่อมั่นจากต่างชาตินายสรรเสริญ สมะลาภา ทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า มาตรการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่จะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี จะครอบคลุมมาตรการทางการคลัง คือการตั้งงบประมาณกลางปี 2552 มากกว่า 1 แสนล้านบาท การปรับปรุง 6 มาตรการ 6 เดือนฝ่าวิกฤตเพื่อคนไทย ที่ให้ผู้มีรายได้น้อยใช้น้ำประปา ไฟฟ้า และรถโดยสารประจำทางฟรี ยกเว้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันที่จะมีการปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาในตลาดโลกที่ลดต่ำลงมาก นอกจากนั้น
จะมีการตั้งกองทุนเศรษฐกิจพอเพียง โดยเพิ่มวงเงินจากโครงการพัฒนาศักยภาพและชุมชน หรือเอสเอ็มแอลเดิมเป็น2 เท่า การเพิ่มวงเงินหักลดหย่อนดอกเบี้ยบ้านได้เกิน 2 แสนบาท ต่อปี
โครงการเรียนฟรีจริง คาดว่าจะต้องใช้งบประมาณอุดหนุนเทอมละ 1.75 หมื่นล้านบาท โครงการเพิ่มเบี้ยยังชีพคนชราจำนวน 6 ล้านคน เดือนละ 500 บาท คิดเป็นเม็ดเงินรวม 1.8 หมื่นล้านบาท
โครงการเพิ่มรายได้อาสาสมัครสาธารณสุขอีก 600 บาทต่อเดือน คาดว่าต้องใช้งบประมาณ 3,000 ล้านบาท ขณะที่นโยบายลดภาษีเงินได้นิติบุคคลให้ธุรกิจเอสเอ็มอี 30% เหลือ 25% ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยอาจเพิ่มการหักลดหย่อนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับแรงงานได้ 2 เท่า
โพสต์ทูเดย์ 3 ม.ค. 52