แม้จะเริ่มต้นผลงานเกี่ยวกับกฎหมายสัญชาติมาตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๓๓ แต่ผู้เขียนก็ไม่เคยตระหนักในปัญหาของคนไร้รัฐคนไร้สัญชาติมาก่อน พ.ศ.๒๕๔๗ ด้วยว่า ผู้เขียนก็เชื่อแบบนักกฎหมายระหว่างประเทศโดยทั่วไปว่า คนย่อมไม่ไร้รัฐ เพราะรัฐทุกรัฐยอมต้องใช้อำนาจอธิปไตยเหนือทุกอณูบนดินแดนของตนและเหนือทุกชีวิตที่เกิดจากคนที่มีสัญชาติของตน
แต่แล้วในเวลาต่อมา ผู้เขียนก็ทราบว่า ตนเองเข้าใจผิด ดังเราจะเห็นว่า คนจำนวนมากในอำเภอแม่อายที่เกิดในแม่อายจากบุพการีที่เกิดในแม่อาย ต้องตกเป็น “คนเถื่อน” กล่าวคือ ไม่มีเอกสารใดๆ รับรองโดยรัฐไทยว่า เกิดและอาศัยอยู่บนแผ่นดินไทย ทั้งนี้ เพราะเจ้าหน้าที่ของรัฐกลุ่มหนึ่งมีความรู้ที่ผิดว่า พื้นที่สบยอนเป็นดินแดนของรัฐพม่า เป็นดินแดนของรัฐต่างประเทศ คนที่เกิดบนพื้นที่สบยอนถูกเข้าใจว่า เป็นคนเกิดในดินแดนของรัฐต่างประเทศจากคนเชื้อสายต่างประเทศ และคนไทยใหญ่แห่งล้านนาก็ถูกมองเป็นพวกเดียวกับคนไทยใหญ่แห่งรัฐฉานในพม่า
แม้ความเข้าใจผิดนี้จะเกิดขึ้นในคนของกรมการปกครองและในภาควิชาการสายนิติศาสตร์ที่ไม่ทราบประวัติศาสตร์ของพื้นที่จำนวนไม่มากนัก แต่ความเข้าใจผิดนี้ก็ส่งผลกระทบด้านลบแก่ชาวบ้านแม่อายอย่างมากมาย
บางที ความเป็นจริงหลายๆอย่างก็ไม่มีในทฤษฎีค่ะ
แต่...ละเลย หรือเพิกเฉย ต่อทฤษฎี
ก็ทำให้อะไรๆหลายๆอย่างไม่สมบูรณ์ค่ะ
แวะมาทักทายค่ะ
มีความสุข สุขภาพแข็งแรง นะคะ
ทฤษฎีเกิดขึ้นตลอดเวลา หากว่า เรามีกระบวนการสังเคราะห์ในปัญญา
ไม่มีทฤษฎี ไม่มีค่ะ
แต่มีกรณีที่เราละเลยการจัดการองค์ความรู้ เลยไม่เห็นทฤษฎีไงคะ
การเห็นทฤษฎี ต้องเห็นด้วยปัญญาค่ะ
การทำงานนิติศาสตร์ คงต้องหันกลับมาให้ความสำคัญกับ กฎหมาย ในแง่มุมของประวัติศาสตร์ สังคมศาสตร์ ภูมิศาสตร์ เหมือนกัน เพราะเรื่องเหลานี้ล้วนมีผลต่อค้นหาประวัติศาสตร์ทางกฎหมาย วิญญาณทางกฎหมาย
กฎหมาย ก็มีทฤษฎีนะคะ
มาคิดกันเถอะว่า "ทฤษฎี (Thesis)" คืออะไร ????
งานของ อ.โก๋ ก็ต้องเริ่มต้นจากการล้มทฤษฎีเก่ามังคะ หรือเปล่า ???
เพราะชุมชนนั้น ประกอบด้วยคน
แต่ชุมชนของ อ.โก๋ ประกอบด้วยคนหรือเปล่า ??
ชุมชนออนไลน์ หรือ ที่เรียกกันเก๋เป็นภาษาอังกฤษว่า Social Network ประกอบด้วยคนที่เข้ามาใช้บริการ แต่หนึ่งคนในโลกจริง อาจกลายเป็นหลายคนในโลกออนไลน์ ในเกือบทุกเว็บไซต์ มีการป้องกันระบบเครื่องอัตโนมัติ ที่เรียกว่า robot
ก่อนที่จะค้นหาว่า กฎหมาย หรือ กฎเกณฑ์ที่จะนำมาใช้ในโลกออนไลน์ได้ดี คงต้องทำความเข้าใจกับธรรมชาติของโลกออนไลน์
การแสวงหากฎเกณฑ์ ไม่น่าจะต่างจากเรื่องของงานไร้สัญชาติ หรือ เรื่องอื่นๆมากนัก เพราะกฎหมาย เป็นกฎเกณฑ์ที่ใช้บังัคบกับความสัมพันธ์ของมนุษย์ (หมายรวมถึง มนุษย์ออนไลน์ด้วย)
งานศึกษาด้านกฎหมายในโลกของเครือข่ายชุมชนออนไลน์ ยังคงต้องลงไปศึกษาตัวบุคคลในโลกของชุมชนออนไลน์ในฐานะประธานแห่งสิทธิ เพียงแต่แตกต่างกันจากโลกจริงตรงที่ หนึ่งคนจริง มีหลายคนเสมือน ไม่มีอาณาเขตด้านกายภาพที่เรียกว่าดินแดนมาแบ่งกั้น แถมยังไม่มีสัญชาติอีกด้วย
ปัญหาการใช้อำนาจอธิปไตยในทฤษฎี(ดั้งเดิม) ที่มีอยู่ อาจจะต้องกลับมาขบคิดกันใหม่ในโลกออนไลน์
นั่นนะซิ คำถามก็คือ "ทฤษฎีการจัดสรรเอกชนเก่า" ยังใช้ได้ไหม ?
ต้องรื้อเพื่อสร้างใหม่หรือเปล่า ? ปฏิวัติ ? ปฏิรูปก็พอ ?
ตอบคำถามซิ
ยากจริงๆงานนี้ เพราะในโลกออนไลน์ ไม่ได้ถูกจำกัดด้วยสัญชาติ ภูมิลำเนา
การจัดสรรเอกชนเดิม มีเป้าหมายหลักเพื่อให้รู้ว่า ใครเป็นใคร มีสิทธิอย่างไร เสรีภาพอย่างไร
โดยการจัดสรรเอกชน วางอยู่บนพื้นฐานของหลักทั่วไป และตกอยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของรัฐเข้าของดินแดน
เอกชนมีทั้ง บุคคลธรรม และ นิติบุคคล
แต่ว่าในทางปฏิบัติ การจัดสรรบุคคลในโลกออนไลน์ จัดสรรโดยมีการจดแจ้งทะเบียนบุคคล มีระบบทะเบียนราษฎรที่เรียกว่า โดเมนในกรณีเว็บ เลข IP Address สำหรับบุคคลผู้ใช้บริการ ซึ่งถูกจัดสรรโดยผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต โดยผู้ที่สามารถปรากฎตัวได้ เป็นทั้งบุคคลธรรมดา และ นิติบุคคลก็ได้ และ หนึ่งบุคคล สามารถปรากฎตัวได้มากกว่า ๑ บุคคลในโลกออนไลน์อีก
ท่าทางจะต้องปฏิวัติการจัดสรรเอกชนใหม่แล้วหละ ด้วยการอาศัยระบบการจดทเบียนการลงทะเบียนการเกิด (เหมือนกับการจดทะเบียนการเกิด ซึ่งเป็นเพียงระบบทะเบียน ไม่ได้เป็นหลักของการจัดสรรเอกชน )ซะแล้ว
เห็นด้วยค่ะ ต้องปรับทัศนคติค่ะ
การเยี่ยมพื้นที่มีปัญหา ช่วยปรับทัศนคติที่ดีค่ะ
คนไร้สัญชาติ น่าศึกษามากครับอาจารย์ น่าค้นหา
คนเหล่านั้นจะต้องได้รับสัญชาติ เพราะการมีสัญชาติจะทำให้เขาใด้รับสิทธิมากมายของรัฐนั้นๆ
การจัดการประชากรเป็นศาสตร์ที่จำเป็นสำหรับสถาบันรัฐสมัยใหม่ หากเจ้าหน้าที่ความมั่นคงภายในของรัฐใดไม่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้ ปัญหาความมั่นคงในเชิงประชากรย่อมเกิดขึ้น
วันนี้ รัฐไทยสมัยใหม่ มีปัญหาทั้งในพื้นที่ของรัฐไทยบนโลกแห่งความเป็นจริง และในโลกแห่งอิเล็กทรอนิกส์ เราควรจะมาตั้งคำถามกันแล้วค่ะ ว่า เพราะอะไรหนอ ????
สำหรับในโลกแห่งความเป็นจริง กฎหมายเพื่อการจัดการประชากรได้รับการวางรากฐานโดยรัชกาลที่ ๕ อย่างดีงาม เราจึงไม่กลายเป็นพม่า ที่รบกันไม่รู้จบ ความล้มเหลวในการจัดการคนจริงๆ ในวันนี้ เป็นเพราะเราไม่ใช้กลไกทางกฎหมายที่พระองค์ท่านทรงสร้างเอาไว้อย่างดีงาม ไปเชื่อลัทธิอเมริกันนิยมแบบซีไอเอนิยม เกลียดชังคนอื่นที่คิดต่าง ถ้าฝ่ายความมั่นคงของรัฐไทยไม่อาจคิดได้อย่างรัชกาลที่ ๕ นะคะ ประเทศไทยก็ยังจะมีปัญหาความมั่นคงเชิงประชากรต่อไป... และต่อไป
ในมุมมองของเอี้ยงนะค่ะ(ไม่ใช่นักกฎหมาย).....ณ ปัจจุบัน คำว่าคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ เป็นคำที่น่าสนใจมาก ที่จำเป็นต้องอธิบายให้คนในท่าตอนเข้าใจอย่างถ่องแท้โดยต้องอาศัยคนในพื้นที่เข้ามามีบทบาท เพราะท่าตอนเป็นที่อยู่อาศัยของคนหลายกลุ่มชน เช่น คนพื้นเมือง คนพื้นที่สูง คนไทใหญ่ คนจีนฮ่อ และชาวต่างชาติ เป็นต้น การที่เราไม่รู้จักสิทธิสถานะบุคคลของตัวเราจนทำให้บางครั้งเกิดการละเลยเพิกเฉย จนในที่สุดต้องกลายเป็น คนไร้รัฐ และไร้สัญชาติได้ ดังนั้นต้องแก้ที่ต้นเหตุ
...... ส่วนในอดีตที่ผ่านมาจะเป็นบทเรียนที่คนท่าตอนต้องศึกษาเรียนรู้ ถึงที่มารากเหง้าของตัวเอง โดยต้องมีประวัติศาสตร์ที่ถูกเล่าอย่างถูกต้อง
.....เอี้ยงในฐานะคนท่าตอนคนหนึ่งรู้สึกซาบซึ้งใจมากที่มีหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ ที่หันมาให้ความสนใจเรื่องของท่าตอน และทำคนท่าตอนรู้จักตัวตนของตัวเองมากขึ้น
และอยากให้เจ้าหน้าที่ของกรมการปกครองเข้ามามีส่วนเข้ามาลงพื้นที่ให้มากขึ้นและเข้าถึงชาวบ้าน/ชุมชน ให้เกิดความสัมพันธ์กัน
สวัสดีครับอาจารย์
ขอให้อาจารย์สุขภาพแข็งแรงนะครับ