จุดกำเนิดของผม
เกิดปี 2518
เป็นยุคที่การเมืองมีความขัดแย้งกันสูงคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ผมเข้าป่าหาสังคมใหม่ แต่มันน่าเสียดายที่ไม่เคยได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของบ้านเมืองในช่วงที่เกิดอย่างลึกซึ้ง น่าเศร้าที่สังคมไทยชอบซุกปัญหาไว้ใต้พรมเสมอ ซึ่งความขัดแย้งทางการเมืองนี้มีผลต่อความเป็นตัวตนของผมมากพอสมควร อย่างที่เห็นได้ชัดคือห้ามคิดต่างในเรื่องการเรียนต้องเรียนมหาลัยฯ ให้ได้และต้องหางานทำให้ได้เงินเดือนสูงๆ โดยใช้วุฒิการศึกษา ไม่ต้องคิดอะไรที่ขัดต่อผู้มีอำนาจ ทำตัวลู่ลมไว้ละดีอะไรแบบนี้
ร่างกายเติบโตที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ร่างกายเติบโตเหมือนคนปกติทั่วๆ เริ่มเรียนหนังสือที่โรงเรียนอนุบาลสุราษฎร์ธานี และไปจบ ป.6ที่ โรงเรียนมานิตานุเคราะห์ ต่อมัธยมที่โรงเรียนสุราษฎร์ธานี ไม่ได้แนวคิดอะไรเลยเกี่ยวกับชีวิตเพราะสังคมของสุราษฎร์ฯ ในยุคนั้นค่อนข้างแคบความรู้ไม่ได้กว้างขวางมากนัก ไม่มีคนแนะนำการใช้ชีวิตเท่าไรนัก สมัยนั้นมีอยู่ในหัวอย่างเดียวคือต้องเรียนสายวิทยาศาสตร์ และเข้ามหาลัยฯ ให้ได้ ถ้าเรียนแย่ได้เรียนสายศิลฯ สังคมบอกว่าแย่เรียนอ่อน แถมถ้าเข้ามหาลัยฯ ไม่ได้ยิ่งแย่ใหญ่เหมือนกับชีวิตไม่มีความหวังอะไรเลย และมีคำถามมากมายที่คนรุ่นพ่อบอกว่า วันหนึ่งถ้าเข้ามหาลัยฯได้ จะมีคนตอบคำได้ ก็ฝันค้างที่จะหาคำตอบต่อทีมหาลัยฯ
ความคิดเติบโตที่ จังหวัดสงขลา
จนแล้วจนรอดก็ฟลุ๊กๆ สอบเข้า มศว. สงขลาได้ ความคาดหวังก่อนไปนี่เลิศหรูมาก แต่ไปเรียนแล้วเหมือนโรงเรียนเด็กอนุบาล ไม่ได้สอนอะไรมากมายเรื่องของชีวิต ส่วนมากก็ทำตามประเพณีเก่าๆ ที่รุ่นพี่บอกว่าต้องสืบทอด ไร้แนวคิดแบบเสรีภาพที่สุด ทนได้ 1 เทอมเก็บของกลับบ้าน สรุปว่าไม่ได้อะไรจาก มศว. สงขลา ในแง่ของแนวคิดที่คาดหวังว่าคนมหาลัยฯ จะให้อะไรดีสมกับที่สอบเข้าไปได้มีดีอย่างเดียวคือได้ปลดพันธนาการของสรีภาพ ได้ค้นหาความหมายของสังคมด้วยตัวเองมากขึ้น และได้เพื่อนดีๆ อีกหลายคน และได้เห็นน้ำตาของพ่อที่ร้องให้เพราะลูกเกเรไม่เรียนหนังสือ
ออกจาก มศว.สงขลา ก็รอ Ent' สอบได้ มอ.หาดใหญ่ งานนี้เห็นชัดเจนมหาลัยฯ ต้องเป็นแบบนี้เสรีภาพเพียบ กิจกรรมเพียบ เพื่อนเพียบ คนหาตัวเองทุกแนว ได้เรียนรู้หลายอย่างจากเพื่อนๆ และมหาลัยฯ รวมทั้งครูอาจารย์หลายท่าน ก็มีอุดมการณ์พอสมควร แต่นั่นแหละกว่าจะเรียนจบก็ปาเข้าไป 5.5 ปี จบแล้วความรู้แน่น อุดมการณ์แน่น ความคาดหวังของชีวิตหลังจบมหาลัยฯ สูง
ทดสอบสมุติฐานของอุดมการณ์ ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ก็จบแล้วมาลองสุ้เพื่ออุดมการณ์ บทสรุปที่น่าเศร้า สังคมเปลี่ยนเร็วมากช่วงปี 42-47 สรุปสุดท้ายอุดมการณ์มันก็ไปไม่รอดกลายเป็นเรื่องเศร้าอีกครั้ง ไม่รู้มีชีวิตเพื่ออะไร หมดหวังอยู่ไปวันๆ ทำหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบให้ดีที่สุดพอ
เข้าใจชีวิต ที่จังหวัดภูเก็ต
จบชีวิตที่สู้เพื่ออุดมการณ์ ก็ลมเพลมพัดมาอยู่ภูเก็ต งานนี้เป็นอะไรเยอะ ได้ข้อสรุปใหม่ที่ว่ารับผิดชอบตัวเองให้ได้ ช่วยคนอื่นบ้าง และไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ที่จริงการมีชีวิตอยู่ไม่ได้อยู่เพื่อตัวเองและไม่ได้อยู่เพื่อคนทั้งโลก มีชีวิตอยู่เพื่อคนที่รักและเป็นห่วงเราดีที่สุด ผมไม่ได้เป็นคนที่จะเสียสละตัวเองได้มากมายนัก ใครจะตำหนิก็ไม่ไรผมยอมรับคำตำหนิเพราะผมก็เป็นผมแบบนี้
กระบวนการเรียนรู้ในแบบของผม
ต่อพรุ่งนี้