ถ้าความรักความหวังดังแสงฉาน นานเท่านานแสงจะฝ่าลงมานี่ หวังลำแสงแห่งเมตตาและอารี กลับหลีกหนีหลบเร้นไม่เห็นกัน
รอรุ่งอรุณแห่งหัวใจ
เหมือนแดดยิ้มพริ้มพรายกลางสายหมอก
สาวบ้านนอกแจ่มหวังด้วยรังสี
เหมือนอรุณอุ่นหล้าคล้ายอารี
เหมือนรพีห่มภพอบหนาวคลาย
เหมือนดอกหญ้าพลิกแผ่นฟ้าตามหาฝัน
พบแสงอันอ่อนอุ่นอรุณฉาย
เหมือนคนท้อรอหวังซังกะตาย
หวังพร่างพรายอุ่นบ้างอย่างอรุณ
พบเพียงคราวได้คลายหนาวปวดร้าวนัก
กลับหนาวหนักเหมือนพิษไข้ไร้แรงหนุน
อุ่นชั่วคราวหนาวข้ามคืนตื่นทารุณ
ความอบอุ่นแห่งใจนั้นไม่มี
ถ้าความรักความหวังดังแสงฉาน
นานเท่านานแสงจะฝ่าลงมานี่
หวังลำแสงแห่งเมตตาและอารี
กลับหลีกหนีหลบเร้นไม่เห็นกัน
คนอ่อนแอยอมแพ้ในใจมนุษย์
หวังเพียงเขาจุดแสงอุ่นละมุนฝัน
แสงแห่งรักและอภัยใจถึงกัน
แสงหนึ่งนั้นกลับพร่ามัวจากหัวใจ
อ้าอรุณอุ่นหล้าทิวาจรัส
สารพัดสาดส่องครรลองไสว
เรารอคอยอรุณแจ้งแห่งฤทัย
กลับห่างไกลเห็นรำไรปลายอุโมงค์


มาอ่านบทประพันธ์ อันไพเราะค่ะ
มีความสุข สุขภาพแข็งรงนะคะ
งานคงยุ่งมากใช่ไม๊คะ พี่ครูตาล
รักษาสุขภาพ นะคะ
จองที่สองดีกว่าค่ะ
อ่าว...พี่ครูตาลขา พอลล่าได้ที่สาม อิอิ ...
สวัสดีคะครูตาล
มาส่งเข้านอนคะ พี่ประกายง่วงแล้วคะ
ราตรีสวัสดิ์คะ
ไม่เคยได้อ่านกลอนมานาน จนอ่านเขียนไม่เป็น
วันนี้โชคดีได้พบ ได้อ่าน ก็ซึ้งดีค่ะ
เมื่อก่อนเหงาก็จะร้องเพลง เหงา เศร้า รู้สึกเราก็ร้องเพราะดีนี่ อิอิ
เดี๋ยวนี้ขอรสพระธรรมบรรเลง หวังความสงบ
ขอบคุณค่ะ
แวะมาเยี่ยมชม บทกลอนเพราะๆ ครับ
พี่ครูตาลที่รัก ...ไม่ควรฟังเพลง เหงา เศร้า รัก ซึ้ง เวลาอยู่คนเดียว เพราะจะทำให้เรา โค...ตะ...ระ ..เห...งา
รักษา สุขภาพใจ ให้จงหนัก
พี่ที่รัก อย่าหมอง เศร้าในจิต
ใครไม่รัก ไม่เป็นไร ยังมีมิตร
เฝ้าตามติด ห่วงใย ในทุกวัน
พี่ที่รัก อย่าหมอง เศร้าในจิต
ใครไม่รัก ไม่เป็นไร ยังมีมิตร
เฝ้าตามติด ห่วงใย ในทุกวัน