เรื่องเดิมจาก กลุ่มรักษ์เชียงแสน : วาทกรรมการพัฒนาและการกำหนดชะตากรรมของตนเอง

ผมในฐานะผู้ประสานงานค่อนข้างเหน็ดเหนื่อยพอสมควร ในการประสานงานพานักศึกษาหลักสูตร สสสส.๑ (หลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่นที่ ๑ สถาบันพระปกเกล้า) ไปศึกษาดูงาน ด้วยคณะที่ไปค่อนข้างมาก (กลุ่มที่ ๓ มี ประมาณ ๓๐ กว่าท่าน)  ...การเชื่อมโยงระหว่างนักศึกษากับเรื่องราวที่เชียงแสน บางทีการมีข้อมูลไม่เพียงพออาจต้องใช้เวลาในการ “จูน” กันนาน จึงจะเห็นภาพสถานการณ์ที่ชัดเจน

พี่สาวใจดีทั้งสองท่าน
Dscf2777 Dscf2784
พี่หญิงศิริบูรณ์ รายการร่วมคิด ร่วมทำ
พี่อัมรา พวงชมภูแห่ง สยามแฮนดส

 

ด้วยประเด็นการศึกษาดูงานได้ผูกไว้กว้างๆ มีการชมวิถีชีวิตคนเชียงแสน ผ่านคำบอกเล่าของไกด์ท้องถิ่น การนำเสนอ VCD. เรื่องราวเมืองเชียงแสน ภาพของการปะทะกันระหว่างวัฒนธรรมใหม่และเก่า การข่มขืนของกระแสทุนที่ดูกักฬะ ทำให้เมืองโบราณอันล้ำค่าเช่นเชียงแสนต้องประคับประคองตัวเอง ใช้พลังที่เรียกว่า “ภูมิเมือง” มาต้านกระแสลบที่มาท้าทายตลอดเวลา กระผมขอให้กำลังใจ ภาคประชาสังคม “กลุ่มรักษ์เชียงแสน” ที่เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องในพื้นที่

หลังจากคณะศึกษาดูงานเสร็จสิ้นภาระกิจหลักแล้ว พวกเราก็มุ่งหน้าไปยังโรงแรมที่พักริมน้ำโขง แต่ด้วยเวลาที่ยังพอมี ก็ตัดสินใจให้คนขับรถตู้ทั้งสามคันมุ่งหน้าไปยังพระธาตุผาเงาเพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อน ได้แยกกลุ่ม นศ.มุสลิม ที่ต้องไปทำละหมาดให้กลับไปที่โรงแรมก่อน

Dscf2745

พี่กบ ปภัสรา ตามหาศิลามณีที่เชียงแสน

วัดพระธาตุผาเงา ...สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวเชียงแสน จุดชมวิวแม่น้ำโขงที่สวยงาม

เป็นวัดเก่าแก่ที่สำคัญของจังหวัดเชียงราย ได้ชื่อมาจากพระธาตุผาเงาที่อยู่ในบริเวณวัดซึ่งตั้งอยู่บนยอดหินก้อนใหญ่

คำว่า "ผาเงา" ก็คือ เงาของก้อนผาหรือก้อนหินที่มีลักษณะเป็นรูปสูงใหญ่คล้ายรูปทรงพระเจดีย์และให้ร่วมเงาที่ดีมาก ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า "พระธาตุผาเงา" พระธาตุองค์นี้เชื่อกันว่าสร้างมาตั้งแต่ ระหว่าง ปี พ.ศ.๔๙๔ - ๕๑๒ โดย ขุนผาพัง เข้าผู้ครองนครโยนก องค์ที่ ๒๓

สิ่งสำคัญในวัดพระธาตุผาเงา นอกจากพระธาตุผาเงาแล้วยังมีสถานที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น พระเจดีย์เจ็ดยอด พระเจดีย์จอมจัน พระวิหาร สถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหลวงพ่อผาเงา พระธาตุพุทธนิมิต และซุ้มประตูพระธาตุผาเงาที่มีลวดลายลักษณะสวยงามมาก เป็นสถานปฏิบัติธรรมบนเนื้อที่ประมาณ ๑๔๓ ไร่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในปี พ.ศ.๑๐๐๕ วิหารใหม่สร้างขึ้นบริเวณที่ขุดพบพระประธาน (หลวงพ่อเงา)

บนยอดเขาประดิษฐาน พระบรมธาตุนิมิตรเจดีย์ ซึ่งบริเวณนี้สามารถชมวิว ทิวทัศน์บริเวณเมืองเชียงแสน แม่น้ำโขง แม่น้ำคำ และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวได้

ที่นี่ พี่ๆนักศึกษาหลายท่านได้นั่งสวดมนต์ ภาวนา โดยการนำของ พี่อัมรา พวงชมภู เสียงสวดมนต์ ดังก้องกังวานพระบรมธาตุนิมิตรเจดีย์ ไพเราะมาก ผมมีความรู้สึกว่าตัวเองเบาหวิว มีความอิ่บเอิบ ความเหน็ดเหนื่อยทั้งวันได้บรรเทาเบาบางลง...ทุกอย่างอยู่ที่ “จิต” ของเรา หากจิตเราวาง จิตเราผ่อนคลาย กายที่หนักก็พลอยเบาไปด้วย

ค่ำแล้ว ...ขาลงจาก พระบรมธาตุ เราได้แวะวัดชมและสักการะอุโบสถวัดพระธาตุผาเงา สักการะพระพุทธรูป กอ่นเดินทางไปโรงแรมอิมพีเรียลสามเหลี่ยมทองคำ เพื่อเช็คอินและเตรียมตัวไปรับประทานอาหารเย็น ยัง ศิลามณี สปา รีสอร์ท ที่อยู่ห่างออกไปทางด้าน อ.แม่สาย

ผมพยายามโทรศัพท์ติดต่อกับ คณะนักศึกษาที่ไปดูงานต่างสถานที่อีก สามกลุ่มไม่ได้ คาดว่าคงอยู่ในพื้นที่ แต่ตามเวลาไม่เกินหนึ่งทุ่ม บรรดากลุ่ม นศ.สสสส.๑ ทั้งหมด น่าจะไปรวมกันที่ร้านอาหารได้

ถึงโรงแรม ผมก็วุ่นกับการเช็คอิน ให้กับพี่ๆ นศ. มีสายโทรศัพท์เรียกเข้ามาหลายสายแต่ไม่ได้รับ เช็คดูปรากฏว่าเป็น สายของพี่เหลียง “สิทธิรักษ์” เจ้าพ่อใหญ่ แห่งสามเหลี่ยมทองคำนั่นเอง ...ผมมาเยือนถึงถิ่น ถึงถ้ำเสือแต่ไม่ได้ไปบอกกล่าวเจ้าบ้าน ดูกะไรอยู่...พี่เหลียงโทรมาถามว่าผมอยู่ที่ไหน  ผมก็บอกว่ากำลังดรายละเอียดการเข้าพักให้กับ นศ.อยู่ที่โรงแรม ผมมัวแต่วุ่นกับกิจกรรมที่อยู่ตรงหน้า พอเงยหน้าจากเคาเตอร์ ก็ตกใจเมื่อพี่เหลียงเข้ามาประชิดตัวด้านหลัง...ทั้งตกใจและดีใจ เป็นครั้งแรกที่ได้เจอตัวเป็นๆหลังจากที่ติดต่อกันมานานในบันทึก gotoknow สุดท้ายก็ได้นัดหมายว่าหลังสองทุ่มเจอกัน..

ผมกับพ่อครูบาสุทธินันท์  พี่บัณฑูร(อัยการชาวเกาะ)  และลุงเอก (พลเอกเอกชัย) พร้อมครบทีม รวมกับทีมเจ้าหน้าที่สถาบันพระปกเกล้า กลุ่มเล็กๆ หลังจากที่ทานอาหารเสร็จ ก็ตรงไปที่นัดหมาย ร้านซูการ์ ซูการ์ ชื่อร้านหอมหวานดี มิตรภาพที่อบอวลในร้านก็ หอมหวานไม่แพ้กัน...ขอบคุณมากครับเจ้าภาพ  “เจ้าพ่อแห่งสามเหลี่ยมทองคำ” กับการต้อนรับที่อบอุ่น

เกือบตีหนึ่ง ถึงโรงแรม  (มาในสภาพที่พอรับได้)  พรุ่งนี้เช้ามืดผมต้องมีภารกิจนำพี่ นศ.ส่วนหนึ่ง ไปทำบุญตักบาตร ตอนช่วง ตี ๕ ที่ตลาดเช้าเชียงแสน...ต้องรีบนอน กลัวตื่นไม่ทัน..

เช้าตีห้ากว่าๆ ผมตื่นไม่ทันจริงๆด้วยครับ เพราะผมปลุกนาฬิกาผิดเวลา(เป็นประจำ) แต่มีเสียงโทรศัพท์ของ นศ.ท่านหนึ่งโทรมาปลุกผม...ดีดตัวเองออกจากผ้าห่มนุ่มหนา อย่างไม่คิดชีวิต!!!

เช้านี้ได้บุญมาฝากทุกท่านเต็มที่ครับ...

ตลาดยามเช้าเป็นสถานที่ที่เป็นแหล่งความรู้ลัด ถึงวิถีคนท้องถิ่น นอกจากเราจะได้เรียนรู้เรื่องอาหารพื้นบ้านแล้ว ภาพวิถีชีวิตของคนที่นี่ยังเป็นภาพที่น่าสนใจ

พระเณรออกมาบินฑบาตกันเรื่อยๆ บรรยากาศยามเช้า สงบงาม

ในเช้าชื่นผมได้กาแฟโบราณร้อนๆ ควันฉุย กับปาท่องโก๋ตัวจ้อย ...

นั่งเอกเขนกบนเก้าอี้ข้างถนน แค่นี้ก็สุขเกินใคร

 เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม

 


 

การศึกษาดูงาน กรณีศึกษา ภาคเหนือ เชียงราย - สิบสองปันนา

หลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูง "การเสริมสร้างสังคมสันติสุข" รุ่นที่ ๑ สถาบันพระปกเกล้า

วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ - วันจันทร์ที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๑


 

 

บันทึกต่อไป ...จะเล่าถึงการเดินทางไปยัง

เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ประเทศ สปป.ลาว เป็นเมืองที่เงียบสงบตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงที่คดโค้งสวยงาม