เข้าใจผิดที่ว่าตนมีตัวกูของกูแล้วหลงไปยึดมั่นถือมั่น ( อัตตา ) นั้นแล.

สรุปใจความทั้งหมดของพระพุทธศาสนา

หลักพุทธธรรมของพระพุทธเจ้าถือว่าเป็นหลักสัจธรรมเฉพาะที่ดับทุกข์ทางจิตใจคนเรา  ผู้แสวงหาทางพ้นทุกข์ก็ปฏิบัติตนเป็นนักบวช  ประพฤติพรหมจรรย์  จึงเป็นที่มาของการเรียกชื่อเดิมว่าศาสนาแห่งพรหมจรรย์ เมื่อกาลผ่านไปก็มีคำเรียกขานชื่อว่าพระพุทธศาสนา  มีการแยกออกเป็นนิกายต่าง ๆ เลยเรียกว่าพุทธศาสนานิกายเถรวาทเป็นจุดเดิมเค้าสืบทอดมาตลอด 

 ในภาพกว้างของหลักพุทธธรรมได้แสดงไว้ 2 ประการคือ

1 . มัชเฌนธรรม  หมายถึงคำสอนแสดงหลักความจริงตามแนวทางเหตุผลบริสุทธิ์ตามกระบวนการของธรรมชาติ เป็นหลักพุทธธรรมนำมาแสดงเพื่อประโยชน์ทางการปฏิบัติจริงเท่านั้น

2 . มัชฌิมาปฏิปทา  หมายถึงหลักธรรมสำหรับครองชีวิตของผู้ฝึกตนอบรมจิตใจเพื่อให้เป็นผู้ประเสริฐ  กลายเป็นผู้รู้แจ้งเห็นจริงในสัจธรรม  มีความสุข  ความสะอาด  ความสว่าง  และความสงบ  ด้วยเหตุนี้เองพระพุทธศาสนาจึงเป็นศาสนาแห่งการกระทำ ( กรรมวาท ) เป็นศาสนาแห่งความเพียรพยายาม ( วิริยวาท ) การมองพระพุทธศาสนาออกเป็นส่วน ๆ นั้นก็จะได้สองส่วนเช่นเดียวกันคือ  ส่วนที่สัจธรรมและส่วนที่เป็นจริยธรรม

          พระพุทธเจ้าทรงเป็นผู้ค้นพบวิธีเอาชนะสิ่งที่คนกลัวด้วยการปฏิบัติในส่วนที่เป็นจริยธรรมเพื่อความพ้นทุกข์  โดยอาศัยสติปัญญา หรือวิชชาความรู้ที่ถูกต้อง  เพื่อทำลายความทุกข์และต้นเหตุของความทุกข์ทั้งปวง

เพราะความรู้ความฉลาดความสามารถในตนเองเท่านั้นที่จะทำให้สำเร็จประโยชน์ได้  ดวงดาวอยู่บนฟ้าทำอะไรให้เราไม่ได้ประโยชน์ที่ควรได้ก็จะผ่านคนโง่ ๆ ไปเพราะมัวแต่นับคำนวณดวงดาวอยู่  และถ้าน้ำในแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์จริง  พวกสัตว์น้ำก็หมดบาปทั้งหมดแล้ว ละ  ถ้าใครบวงสรวงบูชายัญอ้อนวอนแล้วได้รับพรจริง  คนในโลกนี้คงไม่มีใครรับความทุกข์เลย  เพราะใคร ๆ ก็ทำอย่างนั้นได้

พระพุทธศาสนาไม่ต้องการให้คนเราคาดคะเน แต่ต้องการให้ใช้เหตุผลพิจารณาก่อนมีความเชื่อโดยใช้ปัญญากำกับความเชื่อนั้น

พระพุทธศาสนาเหมือนกับสิ่งของหลายเหลี่ยม  เพราะความจริงของคนเราจะเดินคืบหน้าไปได้เสมอตามสติกำลังแห่งปัญญาของแต่ละคน

ในขั้นมูลฐานของพระพุทธศาสนานั้นมุ่งเฉพาะในคนเราก้าวข้ามให้พ้นทางแห่งความทุกข์ในจิตใจ  ถ้าเข้าใจถึงขนาดทำความดับทุกข์ได้นั้นถือว่าเข้าใจความทุกข์ของชีวิตถึงที่สุด  พระพุทธศาสนามีเป้าหมายที่จะบอกให้เรารู้ว่า ไม่มีคน  หรือคนเรานั้นไม่มีตัวตนที่จะพึงอาศัยได้  สิ่งที่มีอยู่ก็เป็นเพียงแต่ร่างกายกับจิตใจ  ซึ่งล้วนแต่เป็นธรรมชาติทั้งนั้น 

 ความรู้ในพระพุทธศาสนาคือการรู้จักมูลเหตุแห่งทุกข์และรู้วิธีการดับเหตุแห่งทุกข์เสียได้  และต้นเหตุให้เหตุความทุกข์ก็คือการหลงผิด  เข้าใจผิดที่ว่าตนมีตัวกูของกูแล้วหลงไปยึดมั่นถือมั่น ( อัตตา ) นั้นแล.