กาลครึ่งหนึ่งนานมาแล้ว มีหมาสองตัวอยู่ในบ้านเดียวกัน ชื่อเจ้า ก. กับเจ้า ข. ต่างก็แบ่งกันกิน แบ่งกันเชลียร์เจ้านาย โดยไม่มีตัวไหนเกินหน้าตัวไหน
วันหนึ่งเจ้าของบ้านจัดโหวตเลือกสุนัขที่เด็กๆ อยากเล่นด้วย บรรดาลูกๆ ตัดสินใจเลือกเจ้า ก. ด้วยความที่มันเป็นหมาหนุ่ม รูปร่างกำยำสมบูรณ์ มีแววว่าจะเล่นกับเด็กๆ ได้ตลอด อารามดีใจที่ถูกเลือก เจ้า ก. ก็เลยพะเน้าพะนอลูกเจ้าของบ้านอย่างเต็มที่ มีอะไรก็คาบมาฝาก อยากได้อะไรก็วิ่งไปหา จนเป็นที่ถูกอกถูกใจ ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี เพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียงต่างพากันส่งเสียงชมเจ้า ก. อึงมี่ บรรดาหมาทั้งหลายต่างเข้ามาเป็นสมัครพรรคพวกมากมาย ไม่ว่าจะเดินไปทางไหน ก็ได้ยินแต่เสียงเจ้า ก. เห่า ยกเว้นทางใต้ของบ้านซึ่งเป็นที่อยู่ประจำของเจ้า ข.
เมื่อมีพวกมาก พวกเจ้า ก. ก็เริ่มแย่งอาหารพวกเจ้า ข. จนต้องพากันอดหยากปากแห้ง อดมื้อกินครึ่งมื้อ เจ้า ข.เฝ้าคอยด้วยความหวังที่ริบหรี่ ว่าวันหนึ่งจะถูกโหวตเลือกบ้าง
กาลเวลาผ่านไป เจ้า ข. จึงเริ่มคิดได้ว่าอาจเพราะตัวเองแก่เกินไปนั่นเอง ทำให้ไม่ได้รับเลือก ยุคของตนมันหมดไปแล้ว เพราะเด็กๆ ย่อมต้องการหมาหนุ่มๆ มากกว่าหมาแก่ๆ อย่างตน เจ้า ข. จึงมองเมียงไปยังแผนตัวแทนขึ้นมา โดยยอมให้เจ้า ค. หมาหนุ่มรุ่นกระทงมาทำหน้าที่นำฝูงแทน “ไอเดียบรรเจิดนี้ น่าจะประสบความสำเร็จแน่ๆ” เจ้า ข. คิด
ครั้นแล้วก็มาถึงการโหวตครั้งที่สอง เจ้า ข. ส่งเจ้า ค. เข้าประกวด พร้อมๆ กับแผนเอาใจลูกๆ เจ้าของบ้านที่ลอกๆ มาจากเจ้า ก. ขณะที่ เจ้า ก. เจ้าของตำแหน่งเดิม ยังเน้นกิจกรรม เชลียร์อย่างต่อเนื่อง แถมยังอ้างบุญอ้างคุณถึงการเอาเอาใจที่ผ่านมาของตนกับเด็กๆ เพื่อให้ตนได้รับเลือกต่ออีกด้วย
ลูกเจ้าของบ้านที่เริ่มโตมากขึ้น เริ่มมองเห็นเส้นสนกลนัยของเจ้า ก. แต่ความที่น้องๆ ติดหนึบอยู่กับการเล่นกับเจ้า ก. มานาน และเจ้า ก. ยังเรียนรู้กลเม็ดเด็ดพรายในการเอาอกเอาใจยิ่งขึ้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าผลโหวตจะออกมาอย่างไร ทั้งเจ้า ข. หมาแก่ และเจ้า ค. รุ่นกระทง จึงต้องพ่ายแพ้ไปอย่างจำใจจำทน
ความผยองในชัยชนะทั้งสองครั้ง เจ้า ก. เริ่มเห่าเสียงดังมากขึ้นๆ เริ่มอาจหาญทำตัวเป็นเจ้าของบ้าน เหยียบย่ำทั้งที่นอนและโซฟาที่นั่งประจำของเจ้าของบ้าน มิไยที่บรรดาเพื่อนหมาจะบอกเตือนถึงความควรไม่ควร ก็เป็นเหมือนลมผ่านหู หารับฟังไม่
แต่นอกจากสองฝูงดังกล่าวแล้ว หมายามยังเป็นอีกฝูงหนึ่งที่อยู่ในบริเวณบ้าน ความที่ ที่ผ่านมา หมายามยุ่งเรื่องในบ้านมากเกินไปจนถูกเจ้าของบ้านดุว่า หมายามจึงค่อนข้างสงวนบทบาทของตนอยู่แต่บริเวณรอบรั้วบ้าน แต่เมื่อเจ้า ก. เริ่มขยายอาณาบริเวณครอบครองพื้นที่ในบ้าน ก็เริ่มเอาใจผูกมิตรกับหมายาม อันนำมาสู่ความไว้เนื้อเชื่อใจระดับหนึ่ง จะไปไหนมาไหนจึงมักเห็นหมายามติดห้อยตามเจ้า ก. เสมอ แน่นอนว่า หากเจ้า ก. รู้ว่าหมายามนั้น ยังมีปรมาจารย์หมายาม คอยกำกับบทบาทอยู่เบื้องหลังลับๆ อาจระมัดระวังมากกว่านี้
ครั้นแล้วก็มาถึงวันหนึ่ง วันที่เจ้า ก. ได้เรียนรู้ว่า การไว้เนื้อเชื่อใจนั้น เป็นสิ่งหลอกลวงที่ธรรมชาติสร้างขึ้น เจ้า ก. ที่กำลังครึ้มอกครึ้มใจกับชัยชนะพาพรรคพวกไปเที่ยวนอกบ้าน ปรมาจารย์หมาออกคำสั่งให้หมายามดำเนินการลับเฉพาะ แย่งชิงพื้นที่ทุกส่วนในบ้านจากเจ้า ก. แม้หมายามจะไม่เต็มใจ ด้วยที่ผ่านมาก็มีสัมพันธ์อันดีกับเจ้า ก. มาโดยตลอด แต่คำสั่งปรมาจารย์หมาถือเป็นประกาศิต หมายามจำต้องทำตาม….