นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ยอดหนี้สาธารณะคงค้าง สิ้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีทั้งสิ้น 3.408 ล้านล้านบาท หรือ 36.92% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้านี้ หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น 299 ล้านบาท โดยเป็นหนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง 2,130,527 ล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน 1,031,498 ล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินที่รัฐบาลค้ำประกัน 100,091 ล้านบาท หนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน 138,199 ล้านบาท และหนี้หน่วยงานอื่นของรัฐ 8,316 ล้านบาท หนี้ที่เพิ่มขึ้นคือ หนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น 42,958 ล้านบาท สำหรับหนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรงลดลง 31,584 ล้านบาท หนี้หน่วยงานอื่นของรัฐลดลง 8,800 ล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินที่รัฐบาลค้ำประกันลดลง 2,255 ล้านบาท และหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ลดลง 20 ล้านบาท "ภาพรวมหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น เกิดหนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้นสุทธิถึง 42,958 ล้านบาท รายการที่สำคัญเกิดจากการเพิ่มขึ้นของหนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน ทั้งในส่วนของหนี้ในและต่างประเทศ โดยหนี้ในประเทศของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงินที่รัฐบาลไม่ค้ำประกันเพิ่มขึ้นสุทธิ 23,312 ล้านบาท จากการที่บริษัท ปตท. ออกหุ้นกู้วงเงิน 18,000 ล้านบาท และบริษัท การบินไทย เบิกจ่ายเงินกู้ระยะยาว 4,000 ล้านบาท และการเปลี่ยนแปลงสุทธิของหนี้ต่างประเทศในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ เมื่อแปลงเป็นเงินบาทเพิ่มขึ้น 12,709 ล้านบาท" นายพงษ์ภาณุ กล่าว สำหรับหนี้ที่รัฐบาลกู้ตรงลดลงจากการลดระดับตั๋วเงินคลัง 46,000 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับฐานะดุลเงินสดของรัฐบาลในเดือนดังกล่าว และรัฐบาลได้ออกพันธบัตรรัฐบาลเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณวงเงินรวม 10,000 ล้านบาท ส่วนหนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินที่รัฐบาลค้ำประกันลดลงจากการลดลงของหนี้ในประเทศของรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินที่รัฐบาลค้ำประกันเนื่องจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ได้ไถ่ถอนพันธบัตร วงเงิน
5,000 ล้านบาท และออกพันธบัตร วงเงิน 2,000 ล้านบาท และหนี้หน่วยงานอื่นของรัฐที่รัฐบาลไม่ค้ำประกันลดลงจากสถาบันบริหารกองทุนพลังงานได้ไถ่ถอนพันธบัตร วงเงิน 8,800 ล้านบาท
แนวหน้า 24 ธันวาคม 2551