แนวทางแก้ปัญหาที่พบเจอในการจัดการเรียนการสอน 3 เรื่อง
1.เด็กวัยรุ่นใจร้อน ไม่ชอบรอ
ปัญหาการใช้อินเทอร์เน็ตในโรงเรียนเกิดจากอุปกรณ์และการเชื่อมต่อช้า การใช้งานแทนที่จะเป็นไปได้ทันใจทันอารมณ์ของนักเรียนวัยรุ่น ก็เกิดช่องว่างของเวลาในการรอ กว่าเว็บเพจที่ต้องการจะขึ้นก็ต้องรอ ซึ่งระหว่างรอนั้นนักเรียนมักจะไปเล่นอย่างอื่นแทน เช่น เกม แชต เพราะสิ่งเหล่านี้คนสร้างจะสร้างให้รวดเร็ว ซึ่งครูแก้ไขด้วยการสอนให้นักเรียนวางแผนก่อนการใช้อินเทอร์เน็ต ดังนี้
1) เมื่อมีหัวข้อที่ต้องการค้นคว้าก็ควรกำหนดล่วงหน้าว่าต้องการข้อมูลลักษณะไหน เช่น ข่าว ทฤษฎีอ้างอิง คำวิจารณ์ของคนที่เกี่ยวข้อง สถิติ ฯลฯ และคิดถึงคำที่เกี่ยวข้องว่าต้องใช้คำใดในการค้นคว้าบ้าง แตกแขนงคำให้ได้มากและคาดว่าจะได้ข้อมูลที่ต้องการ
2) เมื่อใช้งานอินเทอร์เน็ตจริง ก็ลงมือค้นตามที่วางแผนไว้ และควรจะมีวินัยในการทำงาน โดยครูจะสอนย้ำเสมอให้นักเรียนรู้หน้าที่ตนเอง มีวินัย และให้รู้ว่าการเปิดเพจต่างๆ ไว้มากยิ่งเป็นการลดความเร็วของอินเทอร์เน็ต ทำให้ยิ่งได้ข้อมูลที่ค้นคว้าช้าลงอีก รวมทั้งครูผู้สอนควรทดลองค้นคว้าจากอินเทอร์เน็ตในเรื่องที่สอนนักเรียนมาก่อน เพื่อให้คำแนะนำได้ ไม่ควรสั่งแต่หัวข้อแล้วให้นักเรียนคลำทางในมหาสมุทรแห่งข้อมูลเพียงลำพัง
2.รู้เท่าทันข้อมูลในอินเทอร์เน็ต
ด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตทำให้สามารถค้นคว้าได้เร็ว แต่ก็ควรแนะนำนักเรียนในการนำข้อมูลมาใช้ ดังนี้
1) ควรพิจารณาความน่าเชื่อถือของข้อมูล ใช่ว่าทุกเซ็บไซต์ที่มีข้อมูลให้ค้นคว้าจะเขียนเรื่องจริง มีการค้นคว้าอย่างดี ผู้ใช้เองควรตรวจทานความน่าเชื่อถือโดยดูว่าใครเป็นผู้จัดทำเว็บไซต์ เนื้อหามีที่มาอย่างไร อ้างอิงมาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือหรือไม่ มีการอัพเดตข้อมูลหรือไม่ บทความส่วนใหญ่ในเว็บนั้นเป็นอย่างไร ควรค้นคว้าเรื่องเดียวกันจากเว็บ 3 เว็บไซต์ขึ้นไป ค้นคว้าเพิ่มเติมจากแหล่งอื่นด้วยอย่างพึ่งเฉพาะข้อมูลในอินเทอร์เน็ต
2) สังเกตกิจกรรมอื่นในเว็บไซต์ ผู้สร้างเว็บไซต์บางเจ้าก็มีความเห็นแก่ผลประโยชน์ตนเองมากไป ทำข้อมูลเว็บไซต์มาอย่างฉาบฉวย สังเกตได้จากในเว็บเดียวมีเนื้อหาหลากหลายประเภท มากมายจิปาถะเกินไป โดยไม่ลงลึกในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพื่อหวังให้คนเข้าใช้มาก ให้เว็บของตนปรากฏเมื่อคนใช้เสิร์ชเอ็นจิ้นในแทบทุกหัวข้อ ทั้งที่เมื่อเข้ามาแล้วแทบไม่เจอสาระที่เกี่ยวข้องเลย หรือเจอก็เป็นเนื้อหาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพียงเพื่อหวังผลให้ได้จำนวน couter มากๆ เพื่อให้เว็บตนขายโฆษณาได้ง่าย ก็ให้นักเรียนตั้งข้อสังเกตว่าเว็บนั้นมีเจตนาไม่ดีนัก และไม่ควรเชื่อถือข้อมูลในทันที ควรมีการตรวจสอบก่อน
3.เกมออนไลน์เล่นอย่างรู้ทันก็ได้ประโยชน์
เกมออนไลน์ในอินเทอร์เน็ตเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่เยาวชนจำนวนมากติดกันแบบถอนตัวไม่ขึ้น จนเสียเงินและเสียสุขภาพ แต่ครูและผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดเด็กก็ไม่ควรต่อต้านและห้ามปราบแบบเด็ดขาด เพราะเมื่อเด็กสนใจและเพลิดเพลินกับเกมแล้ว อย่างไรเด็กก็หาทางเล่นจนได้ อ.พันทูรเองเมื่อเห็นว่าเด็กนักเรียนที่ดูแลเล่นเกมออนไลน์กันไม่น้อยจึงคิดว่าทำอย่างไรจะเข้าใจเยาวชนที่เล่นเกมออนไลน์ได้ โดยปฏิบัติดังนี้
1) สอบถามวิธีเล่นเกมออนไลน์จากนักเรียน ครูเริ่มถามนักเรียนโดยไม่มีท่าทีอคติว่าเกมเป็นเรื่องไม่ดี “เล่นเกมกันยังไงเหรอ สอนครูบ้างสิ ครูอยากเล่นดูบ้าง” เท่านั้นเด็กก็จะสอนครูด้วยความภูมิใจ ในตอนเริ่มต้นครูไม่ได้แกล้งไม่รู้กับเด็ก แต่ไม่รู้จริงๆ ซึ่งเด็กเขาก็ดีใจที่ก็มีบางเรื่องที่เขารู้มากกว่าครูและสอนครูได้ ทำให้เด็กให้ความสนิทและไว้ใจครู เมื่อเริ่มเล่นเป็นก็พูดคุยเรื่องเกมเป็นระยะๆ ว่านักเรียนเล่นบ่อยไหม เล่นยังไง เกมนี้เล่นถึงด่านไหน ทำอย่างไร ฯลฯ การที่ครูก็เล่นเกมออนไลน์เหมือนกันทำให้ครูรู้ว่าในเกมมีอะไรบ้าง และพูดได้ละเอียด จะตักเตือนอะไรก็เหมือนเป็นพวกเดียวกับเด็กมากกว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามที่เด็กมักจะไม่เข้าหา
2) แนะนำสิ่งที่ควรไม่ควรในการเล่นเกมได้อย่างถนัดปากและรู้จริง ครูเข้าเล่นเป็นเวลาหลายเดือนก็ได้ทราบว่าการเล่นก็ไม่จำเป็นต้องใช้เงินเลย ครูแนะนำกับนักเรียนได้ว่าอย่าไปเสียเงินทองเพื่อให้ผ่านด่าน แต่ควรเล่นด้วยความสามารถ ไม่ควรเล่นนานเกินไป เมื่อพูดในฐานะคนที่เล่นเกมออนไลน์เหมือนกันก็น่าเชื่อถือ เด็กจะเชื่อฟังโดยดี สามารถเอาตัวเองเป็นตัวอย่างได้
3) บอกพ่อแม่ของกลุ่มเด็กที่เล่นเกมให้ร่วมเล่นกับลูกด้วย ทั้งนี้จะได้ตามทัน เป็นการแสดงความใส่ใจในสิ่งที่เด็กสนใจ หรือไม่ก็ควรสอบถามอย่างละเอียด แบบเป็นเพื่อน อยากมีส่วนร่วมในกิจกรรมของลูก ไม่ใช่การจับผิด บางครั้งขอดูตอนที่เขาเล่นบ้าง ถ้าให้เวลาแก่เด็กไม่ว่าเด็กจะเล่นเกมออนไลน์หรือดูคลิปโป๊ หรืออ่านเรื่องที่ล่อแหลมในอินเทอร์เน็ต เด็กก็จะเล่าให้ฟังโดยไม่ปิดบัง และทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครอบครัวอีกด้วย
ประเด็นที่น่าเรียนรู้จากเรื่องเล่า
หัวใจสำคัญของการใช้อินเทอร์เน็ตก็คือต้องเรียนรู้วิธีการใช้อย่างถูกต้อง และต้องได้รับคำแนะนำจากผู้รู้ ที่สำคัญคุณครูหรือผู้ปกครองต้องเข้าไปร่วมเล่น ร่วมค้นคว้าอย่างใกล้ชิด ทำให้เหมือนว่าเราไม่ได้ไปจับผิดและเด็กก็จะใช้อินเทอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัย อยู่ในสายตาของผู้ปกครองและครู เมื่อความสัมพันธ์ที่ดีเกิดขึ้น อินเทอร์เน็ตก็จะมีแต่ประโยชน์ไม่มีโทษ
มาเรียนรู้ค่ะ จะนำไปใช้นะคะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่านน่ะครับพอดีพรุ่งนี้ต้องเป็นวิทยากรสร้างบล๊อกให้กับวิทยาเขตเสรีไทยก็เลยต้องเข้ามาสร้างเอกสารครับอย่างไรก็ขอบคุณมากครับมีอะไรที่ผมพอมีความรู้ก็ยินดีน่ะครับ
สวัสดีคะครูพันฑูร
ขอบคุณที่ให้ความรู้
ขอบคุณคุณครู
พิมพ์เก่งมาก
สอนก็เก่งจริงๆ
ทำอย่างไรต่อครับ
ขอความช่วยเหลือถ้ามีโอกาสได้ไหมครับ
คุณครูสอนได้เข้าใจดีมากขอบคุณคะศิษย์ขอคารวะอยากมีเวลาเล่นคอมเหมือนคุณครู
What a cute guy!
สอนได้ใจเย็น เข้าใจดีมากคะ 555+
สวัสดี ปีใหม่ ใจสุขสันต์
ให้พร้อมพลัน เงินทอง สนองสนาน
จิตแจ่มใส สดชื่น แสนเบิกบาน
สุขสำราญ หมดโศก ไกลโรคภัย
ขอแสดงความยินดีกับสมาชิก gotoknow ใหม่ครับขอให้ใช้ในการเผยแพร่ความรู้ให้มากๆน่ะครับ
เท่าที่อ่านรู้สึกว่าในหัวข้อเกมออนไลน์ ข้อ 3 จะทำยากนะคะ เพราะตามปกติพ่อ แม่ จะมีอคติกับเกม คิดว่าถ้าลูกมีเวลาเล่นเกมก็ควรมีเวลาอ่านหนังสือ หรือทำสิ่งอื่นๆ ทำให้เด็กเกิดการต่อต้านและหาสถานที่อื่นๆเล่นแทน พ่อแม่น้อยคนนักที่จะใจเย็นและพยายามทำความเข้าใจเด็ก
ขอบคุณที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ จะนำกลับไปใช้และเผยแพร่ที่โรงเรียนเท่าที่ความสามารถของตนเองจะทำได้
ครูขอเสนอให้บริษัทผลิตคอมพวิเตอร์แยกเป็น 2 ชนิด คือสำหรับวัยรุ่นและสำหรัยคนอายุมากที่รอได้
เข้าใจการทำเวปมากขึ้นค่ะ
และจะนำไปใช้ในการเรียนการสอนแน่ ๆ คะ
คาดว่าจะต้องเก่งกว่าวิทยากรแน่ (ไม่รับรอง 100%)
คุณครูพันฑูร บุญยัง ยังจำลูกศิษย์คนนี้ได้หรือเปล่า ที่อยู่โรงเรียนหนองหว้าพิทยาสรรค์ อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ตอนนี้หนูสอนอยู่ที่โรงเรียนวัดบางประทุนนอก เขตจอมทอง กรุงเทพฯ นี่เองค่ะ คุณครูมีเบอร์ติดต่อไหมคะ เบอร์ที่โรงเรียนของหนูคือ 0-2415-2279 ติดต่อที่ ทรรศนีย์ วงศ์สิทธิ์ ได้นะคะ คิดถึงคุณครูเสมอค่ะ ยังตามข่าวคราวของคุณครูตลอดเลยนะคะ ถ้าว่างคุณครูเมล์มาหาหนูที่[email protected] ก็ได้นะคะ