COMPETENCY OF CHEMOTHERAPY NURSES

วันที่ 22 ธันวาคม 2551

ดิฉันได้รับเชิญผู้ให้ข้อมูลหลัก ในฐานะเป็นผู้เชี่ยวชาญ  เป็นผู้หนึ่งที่ให้ข้อมูลหลัก ในการศึกษาวิจัย เรื่อง สมรรถนะพยาบาลเคมีบำบัด โรงพยาบาลสังกัดรัฐ   เนื่องจากเป็นผู้มีประสบการณ์ด้านการพยาบาลผู้ป่วยโรคมะเร็งด้วยยาเคมีบำบัด

โดย คุณนุจรี สันติสำราญวิไล  นิสิต...หลักสูตรพยาบาลศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการพยาบาล  คณะพยาบาลศาสตร์   จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  เป็นผู้มาสัมภาษณ์

             

 

ดิฉันมีความเห็นว่า..

สมรรถนะของพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด ควรมีดังนี้

คุณลักษณะพื้นฐานของพยาบาลผู้ให้ยาเคมีบำบัด

  • มีความรู้เรื่องโรคมะเร็งและการบริหารยาเคมีบำบัด

  • มีทักษะการเลือกเส้นที่จะบริหารยาเคมีบำบัดและแทงเส้นเลือดได้ถูกต้องแม่นยำ

  • มีวุฒิทางอารมณ์ เอื้ออาทร พร้อมรับฟังผู้ป่วยเสมอ

  • มีความซื่อสัตย์ และมีความรับผิดชอบต่อผู้ป่วยและต่อตนเอง

  • มีคุณธรรม  จริยธรรม สามารถให้บริการตามมาตรฐานวิชาชีพ

  • มีความรู้ด้านภาษาอังกฤษและการวิจัยพื้นฐาน  สามารถนำมาใช้งานได้อย่างจริงจัง

  • มีความรู้เกี่ยวกับ KM, CQI

  • มีการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์  การแก้ปัญหาและตัดสินใจ 

  • เป็นผู้นำทีมหรือผู้ร่วมทีม ในการพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยที่มีประสิทธิภาพ  กล้าแสดงความคิดเห็นและกล้าร่วมตัดสินใจ

  • มีทักษะในการศึกษาค้นคว้าทางวิชาชีพ  มีความสามารถทาง IT

  • พยาบาลต้องผ่านการอบรมหลักสูตรของสภาฯ


สมรรถนะที่จำเป็นและบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของพยาบาลผู้ให้ยาเคมีบำบัด

  • มีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง  กลไกการเกิดโรคมะเร็ง ลักษณะของโรคมะเร็ง และแนวทางการรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบัน

  • มีความรู้ความเข้าใจในพื้นฐานกายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยาเป็นอย่างดี

  • สามารถบูรณาการความรู้เกี่ยวกับโรค  การรักษา เพื่อการประเมินผู้ป่วยแบบองค์รวมได้

  • การประเมินและเตรียมความพร้อมของผู้ป่วยของผู้ป่วยและครอบครัวก่อนได้รับยาเคมีบำบัด  สามารถประเมินภาวะเสี่ยง ประเมินสมรรถนะทางกายของผู้ป่วย (Performance status)  ดัชนีมวลกาย   ภาวะโภชนาการ สามารถเตรียมความพร้อมผู้ป่วยก่อนการให้ยาเคมีบำบัด เช่น การประเมินผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการก่อนและหลังการให้ยาเคมีบำบัด การคำนวณปริมาณยาให้เหมาะสมกับมวลร่างกายของผู้ป่วย 

  • ประเมินภาวะจิตสังคมและการรับรู้ของผู้ป่วยต่อโรคและการรักษา รวมทั้งการรักษาในครั้งนี้ด้วย  เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการวางแผนการดูแล

  • การให้ข้อมูล คำแนะนำ การบริการปรึกษา  การให้ข้อมูล มีความจำเป็นจะช่วยให้ผู้ป่วยลดความวิตกกังวล  สามารถเผชิญกับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดได้ และสามารถดูแลตนเองเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนของยาเคมีบำบัดได้  การสอนอาจสอนเป็นรายบุคคล หรือเป็นกลุ่ม และเปิดโอกาสให้ซักถามด้วย

  • การบริหารยาอย่างถูกต้อง ปลอดภัย  มีความรู้เกี่ยวกับกลไกทางเภสัชจลศาสตร์ของยาเคมีบำบัด สามารถจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น  รวมทั้งเหตุฉุกเฉิน เช่น  ยาหกหรือแตก นอกจากนี้ต้องมีความสามารถด้านเทคนิคการให้ยาทางหลอดเลือดดำส่วนปลาย และหลอดเลือดดำใหญ่ รวมทั้งต้องมีความรู้และสามารถช่วยแพทย์ในการบริหารยาทางช่องท้อง  ช่องปอด  ช่องไขสันหลัง เป็นต้น

  • การจัดการกับอาการข้างเคียงของยาเคมีบำบัด  สามารถดูแล  เพื่อป้องกันและจัดการอาการที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ป่วยระหว่างหรือหลังได้รับยาเคมีบำบัด เช่น ภาวะคลื่นไส้ อาเจียน ช่องปากเป็นแผล ภาวะอ่อนล้า เป็นต้น

  • การพยาบาล   เพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะฉุกเฉินจากยาเคมีบำบัด  เช่น การรั่วของยาเคมีชนิด Vesicant   การเกิดปฏิกิริยาภูมิไวเกิน (Hypersensitivity)  และภาวะแตกสลายของเซลล์จำนวนมาก (Tumor lysis syndrome)  ทำให้เกิดความไม่สมดุลของน้ำในร่างกาย จาก BUN Creatinine และ Uric สูง 

  • การพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งที่มีความปวด   เพื่อบรรเทาความทุกข์ทรมานที่อาจเกิดขึ้น ระหว่างได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด  รวมทั้งสามารถนำการบำบัดทางการพยาบาลมาใช้ในการดูแลผู้ป่วยได้

  • การประสานงานกับทีมสหสาขาวิชาชีพ  เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเข้าใจแผนการรักษา

  • การดูแลผู้ป่วยและครอบครัวที่ได้รับยาเคมีบำบัดอย่างต่อเนื่อง  ทั้งก่อน ระหว่างและหลังได้รับยาเคมีบำบัด  และการวางแผนจำหน่ายได้

  • การค้นคว้าวิจัยอย่างต่อเนื่อง  เกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด รวมทั้งสามารถนำแนวปฏิบัติการพยาบาลที่นำหลักฐานเชิงประจักษ์มาใช้ในการดูแลผู้ป่วยได้

  • การจัดการข้อมูลของผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัด  มีข้อมูลพื้นฐานในการให้บริการ การวิเคราะห์ผลลัพธ์ในการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง  สามารถวิเคราะห์ประเด็นปัญหาและวางแผนการแก้ไขปัญหาผู้ป่วย โดยใช้ข้อมูลที่มีอยู่ เพื่อปรับปรุงคุณภาพการบริการ ของผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด

  • สามารถพัฒนาโครงการการดูแลผู้ป่วยกลุ่มต่าง ๆ โดยการบูรณาการการบำบัดทางการพยาบาลและการรักษาของแพทย์  เพื่อประสิทธิภาพของการดูแลและความคุ้มค่าใช้จ่าย

หวังว่า...พยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด จะมีการพัฒนาตนเองให้มีสมรรถนะเพียงพอในการบริการให้ดีที่สุดนะคะ

นอกจากนี้...ดิฉันให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า การพยาบาลผู้ป่วยมะเร็งระดับตติยภูมิ ควรมีผู้ปฏิบัติการขั้นสูง (APN) ทำงานควบคู่กันไปด้วยค่ะ จึงจะทำให้ผู้ใช้บริการได้รับบริการที่มีประสิทธิภาพ...ต่อไป