วันนี้ต้องลงทุนโดดเรียนมานั่งเขียนBlog เนื่องจากความประทับใจที่เก็บไว้ไม่ไหวที่จะบอกเล่าออกมาเป็นตัวหนังสือ เพื่อจะได้เก็บความประทับใจนี้ไว้ในความทรงจำตลอดไป

                 ไม่รู้ว่าเป็นโชคหรือฟ้าบันดาลให้มีโอกาสได้เป็นผู้ช่วยวิทยากรในการบรรยายให้กับคณะอุตสาหกรรมเกษตร เนื่องจากมีปัญหาและอุปสรรคหลายอย่างกว่าจะได้ไป คือ ครั้งแรกตั้งใจจะไปช่วยพี่ที่งาน จัดฝึกอบรมให้กับอาจารย์ใหม่ของมหาวิทยาลัยที่จังหวัดตรัง  แต่อาทิตย์ถัดมาได้เข้าประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบบริหารความรู้ของมหาวิทยาลัยจึงได้รู้ว่าจะมีการจัดงาน UKM ที่ มอ.ทำให้ต้องเปลี่ยนแผนมาเป็นการเข้าร่วมและเป็นคณะทำงานในงานนี้แทน แต่วันต่อมาก็มีบันทึกจากคณะอุตสาหกรรมเกษตรขอความอนุเคราะห์ให้กรรมการKMของมหาวิทยาลัย เป็นวิทยากรในการบรรยายและจัดทำWorkShop เรื่องKM ให้กับคณะ จึงมีโอกาสพลิกผันได้ไปเป็นผู้ช่วยวิทยากร ซึ่งวิทยากร ก็คือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์อิ่มจิต เลิศพงษ์สมบัติ ตอนแรกก็หวั่นๆ เพราะอาจารย์อิ่มจิต เป็นคนเงียบๆ ขรึมๆ ก็เกร็งๆ เพราะทุกครั้งที่เจอกัน (ในที่ประชุมกรรมการKM) ก็จะได้คุยกับอาจารย์เฉพาะเรื่องงานเท่านั้น แต่พอได้ไปใช้ชีวิตร่วมกันเป็นเวลา 2 วัน (รู้สึกเหมือนกำลังจะไปเล่นเกมส์ Big Brother ) ทำให้ได้รับรู้ว่าอาจารย์เป็นคนน่ารักและน่านับถือจริงๆ(หนูขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์)อาจารย์น่ารักมากๆรวมถึงได้รับการต้อนรับอย่างดีและได้รู้จักกับคนในคณะอุตสาหกรรมเกษตรก็น่ารักทุกคนเช่นกัน ทำให้รู้สึกว่าคณะนี้เหมือนครอบครัวที่อบอุ่นมีผู้ปกครองที่น่ารัก(ท่านคณบดีน่ารักมากๆ) เกริ่นมาซะยาว เข้าเรื่องKM กันดีกว่า

               การจัดทำKM ของคณะอุตสาหรรมเกษตรครั้งนี้เป็นการไปทำ WorkShop ที่ มอ.เขตการศึกษาสุราษฏร์ธานี ทุกท่านให้ความร่วมมือในการทำworkshop เป็นอย่างดี โดยงานนี้CKO ของคณะลงมาลุยด้วยตัวเอง งานนี้จึงดำเนินการไปได้ด้วยดี โดยเริ่มจากการแบ่ง workshop ออกเป็น 4 กลุ่ม โดยแบ่งตามหน้าที่การงานที่รับผิดชอบร่วมกัน มี ท่านคณบดี อ.อรัญ อ.อิ่มจิต และดิฉัน เป็นคุณเอื้อ และแต่ละกลุ่มก็จะตั้งผู้อาวุโสของกลุ่ม เป็นคุณอำนวย โดยมีเลขาของกลุ่มเป็นคุณลิขิต และท่านที่เหลือก็เป็นคุณกิจ แต่ละกลุ่มก็เริ่มจากการตั้งชื่อกลุ่มกันอย่างสนุกสนาน เหตุผลคงมาจากการที่ทุกคนสนิทกันเป็นอย่างดี เลยทำให้งานนี้เพิ่มความสนุกสนานได้มากขึ้น แต่ตอนที่ให้ระดมสมองและเล่าเรื่องรวมทั้งสกัดความรู้กันออกมาเพื่อนำมาเป็นแก่นความรู้และcore competency ทุกคนตั้งใจกันมากและพยายามดึงความรู้ความสามารถที่มีอยู่ออกมาเพื่อแสดงความคิดเห็นทั้งจากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาและจากการที่ได้ไปศึกษาดูงานมาจากที่ต่างๆ ทำให้ได้ Core ที่สามารถนำกลับไปต่อยอดกันได้ทันที และตอนที่ทำ AAR สิ่งที่ทุกคนได้บอกกล่าวก็จะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่คนที่พูดได้กินใจที่สุด คงเป็นท่านคณบดี เนื่องจาก ท่านพยายามบอกทุกคนให้นำKM เป็นเครื่องมือในการพัฒนางาน อย่าคิดแค่ว่ามาทำ workshop วันนี้แล้วก็จบกัน และไม่ใช่ทำcoreแล้วนำกลับไปปฏิบัติแต่ให้นำกลับไปต่อยอดความรู้ที่ได้รับไปในวันนั้น ดูท่าทางแล้ว งานนี้คณะอุตสาหกรรมเกษตรน่าจะเป็นน้องใหม่ไฟแรงที่หลายๆคณะน่าจะนำไปเป็นเยี่ยงอย่าง ........To  Be  Continue