ปฏิบัติตามคำสั่งสอนเพื่อทำให้ทุกข์ที่เกิดมีขึ้นในจิตใจนั้นดับสนิท ( นิพพาน )นั้นเอง.

มุมคิดทางพุทธปรัญา

ศาสนาเป็นเรื่องของความเชื่อ  แต่แนวคิดทางปรัชญานั้นเป็นเรื่องของเหตุผล  แม้พระพุทธเจ้าทรงประกาศพุทธธรรมเป็นหลักคำสอนทางศาสนา  แต่นั้นก็มีมุมคิดทางปรัชญาอยู่ในคำสอนนั้น  เพราะในศาสนาของอินเดียนั้นมีปรัชญาอยู่ด้วยเสมอ 

 หลักคำสอนได้สร้างโลกทัศน์  ( ทรรศนะ หมายถึง  การรู้แจ้งในสัจธรรม...Vision  of  Truth...) อันหมายถึงมุมมองของชีวิตที่คนเราใช้เป็นเครื่องมือค้นหาทางชีวิตของตนเอง  ซึ่งคนเราทุกคนล้วนมีโลกทัศน์ด้วยกันทั้งนั้น  และโลกทัศน์ของชาวพุทธก็มาจากพุทธปรัชญา  และความเป็นพุทธปรัชญาก็มาจากพระคัมภีร์พระไตรปิฎก 

 แต่ในความเป็นเอกภาพทางมุมคิดจะแตกต่างกันไหมอย่างเช่น  คำพระที่ว่า  อัตตา  หิ  อุตตโน  นาโถ  แปลว่าตนนั้นแลเป็นที่พึ่งของตน  กับคำพระที่ว่า  สัพเพ  ธัมมา  อะนัตตา  แปลว่า  ธรรมชาติทุกสิ่งทั้งปวงไม่มีตัวตน  การที่จะเข้าถึงความรู้แจ้งแห่งสัจธรรมนั้น  คนเราต้องเปิดประตูเข้าทางพุทธปรัชญาซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้สนใจใฝ่รู้ได้ตริตรองตามหลักการทางเหตุผล  จากกระบวนการแห่งสัจธรรมที่เป็นระบบไหลรวมลงสู่ความเป็นหนึ่งเดียวเหมือนดังสายน้ำไหลรวมลงสู่ทะเลหลวง 

 เมื่อมองวิถีชีวิตของคนเราซึ่งเต็มไปด้วยความทุกข์เป็นเจ้าเรือนจึงสะท้อนเห็นหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าล้วนมุ่งชี้ชวนให้คนเราเห็นในทิศทางมาแห่งความทุกข์และหนทางที่จะทำให้ความทุกข์ดับสนิทในจิตใจของตนนั้นเอง  นั้นคือพุทธธรรมมีคำสอนเชื่อมโยงอยู่แต่ในเรื่องทุกข์และความดับทุกข์ที่มีอยู่ในจิตใจคนเรา 

โดยที่พระพุทธเจ้าทรงสอนแนวทางนี้อยู่ถึง 45 ปี  สิ่งอื่นที่นอกเหนือจากนี้พระองค์ไม่ให้ความสำคัญแต่ให้ความสำคัญในทางเดินที่ถูกต้องสำหรับคนเราเท่านั้นโดยเป็นเพียงผู้รู้แจ้งโลกและทรงชี้ชวนให้คนเราเดินตามเมื่อเห็นและเข้าใจความทุกข์แล้วก็ปฏิบัติตามคำสั่งสอนเพื่อทำให้ทุกข์ที่เกิดมีขึ้นในจิตใจนั้นดับสนิท ( นิพพาน )นั้นเอง.