การสอนงานนั้น แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ
1. แบบผลัก-ดัน (push) คือ ต้องทั้งผลักและดัน เพื่อให้เกิดผลงานที่เราต้องการ โดยการสั่ง/สอนให้ทำ ต้องใช้วิธีการให้คำตอบ หรือบอกวิธีการทำอย่างชัดเจน ถ้าเราเห็นว่าผู้ปฏิบัติงานนั้นๆ ไม่มีความรู้ ไม่มีความมั่นใจ ไม่สามารถทำงานให้ลุล่วงได้เอง หรือบางครั้งเราเองต้องการให้งานนั้น ๆ เสร็จสิ้นโดยเร็ว
2. แบบดึง (pull) คือการดึงเอาข้อดีของเขาออกมา ไม่ว่าจะเป็นความรู้ ความสามารถในตัวเขา โดยผู้สอนจะเป็นคนคอยตั้งคำถาม กระตุ้นให้คิด และรับฟังเป็นส่วนใหญ่ โดยให้ผู้เรียนหรือผู้ปฏิบัติงานต้องรับผิดชอบต่อผลของงานที่เกิดขึ้น
แต่ไม่ว่าเทคนิคในการสอนงานของเราจะเป็นการ ผลัก(push)หรือ ดึง (pull) ก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาถึงรูปแบบการโค้ช หรือการสอนงาน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของงานแล้ว สามารถแยกได้เป็น 3 ประเภท คือ
1. การสั่ง / บอกให้ทำ (Instruct/Direct)เป็นการเน้นให้ทำทีละขั้นตอนเพื่อให้เกิดทักษะ
2. การชี้แนะ (Coach/ Quide)เป็นการมุ่งไปที่ผลงาน ใช้วิธีลงมือปฏิบัติโดยการค้นหาสาเหตุ / ปัญหาร่วมกันหรือใช้เพื่อให้โอกาสฝึกฝีมือ
3. การให้คำปรึกษา / พี่เลี้ยง (Mentor / Enable) เพื่อพัฒนาความสามารถให้เกิดขึ้นในระยะยาวซึ่งจะยาวกว่าการชี้แนะ (coach) ในข้อ 2 โดยใช้กระบวนการ “ ชวนคุย ” Q&A เพื่อเปิดทัศนะในการพัฒนางานอย่างยั่งยืน
เทคนิค / หลักการสำคัญสำหรับผู้สอนงาน เพื่อการพัฒนาคนอย่างยั่งยืน
1. สิ่งที่ผู้สอนงาน/หัวหน้างานต้องระลึกเสมอ คือ
1. หลีกเลี่ยงการใช้ข้อสันนิษฐานของตนเอง
2. ให้ผู้ปฏิบัติเป็นฝ่ายประเมินตนเอง
3. ยกตัวอย่างจริงที่ผู้ปฏิบัติทำเพื่อใช้ทบทวนร่วมกัน
4. กฎ 70:30 [ถาม-ฟัง-ทบทวน : เสนอแนะ]
5. สะท้อนในเชิงบวก และให้ตัวอย่างเฉพาะเจาะจง
2. บุคคล มี 4 ประเภท หัวหน้างานควรเลือกใช้แนวปฏิบัติต่อบุคคลแต่ละประเภทนั้นให้เหมาะสมเพื่อช่วยในการสอนงาน / ทำงานร่วมกัน ดังนี้
ประเภทที่ 1 ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร แต่มีความตั้งใจ อยากทำงานนั้น ควรใช้วิธีชี้นำ (Directing) ในการทำงาน ซึ่งเป็นการบอกเป้าหมาย หลักเกณฑ์ สอนเป็นขั้นตอน ต้องมีการควบคุม กำกับติดตาม นิเทศอย่างใกล้ชิด เหมาะสำหรับ คนไม่รู้ แต่ตั้งใจอยากทำ และสำหรับงานที่เร่งด่วน งานที่มีความเสี่ยงสูง
ประเภทที่ 2พอรู้ว่าต้องทำอย่างไร แต่ไม่ตั้งใจ ไม่อยากทำ ต้องใช้วิธีสอนแนะ วิธีการสอนแนะ (Coaching) เป็นการบอกเป้าหมาย หลักเกณฑ์ สอนเป็นขั้นตอน มีการควบคุม กำกับติดตาม นิเทศ แต่มีการรับฟังข้อคิดเห็นเสนอแนะ คอยดูแลสนับสนุนให้กำลังใจ วิธีนี้เหมาะสำหรับ คนที่พอรู้ แต่ไม่ตั้งใจ
ประเภทที่ 3 มีความเชี่ยวชาญในงานนั้น ๆ และมีความตั้งใจที่จะทำให้ใช้วิธีส่งเสริม สนับสนุนให้ทำ วิธีการส่งเสริม (Supporting) เป็นการบอกเป้าหมาย หรือซักถาม รับฟังข้อคิดเห็น ให้ข้อเสนอแนะ ดูแลให้กำลังใจอำนวยความสะดวก ช่วยให้เขา แก้ปัญหาของเขาเอง วิธีการนี้เหมาะสำหรับ คนเชี่ยวชาญ แต่ รอดูทีท่า
ประเภทที่ 4 มีความเชี่ยวชาญในงานนั้น ๆ แต่กลับชอบรอดูท่าที ไม่อาสาทำ ต้องใช้วิธีมอบหมายงาน วิธีการมอบหมาย (Delegating) เป็นการบอกเป้าหมายมอบความรับผิดชอบ การตัดสินใจแก้ปัญหา และคอยรับฟังและช่วยเหลือตามที่ร้องขอ ซึ่งเหมาะสำหรับ คนเชี่ยวชาญ และตั้งใจ
ภาวะผู้นำ
จากการที่เราได้จำแนกว่า บุคคล มี 4 ประเภท ส่งผลให้เกิดภาวะผู้นำ 4 แบบ เช่นกัน คือ
§ ผู้นำ แบบ ชี้นำ
§ ผู้นำ แบบ ชี้แนะ
§ ผู้นำ แบบส่งเสริม และ
§ ผู้นำ แบบมอบหมาย

เป็นกำลังใจให้น้องนะ
ผู้นำ แบบ ชี้นำ § ผู้นำ แบบ ชี้แนะ § ผู้นำ แบบส่งเสริม และ § ผู้นำ แบบมอบหมาย เป็นกำลังใจให้นู๋ปุ้ยนะ..เจี๊ยกๆ..