บุญที่ได้กระทำลงไปสำเร็จแล้วด้วยดี ภาพจำจึงสวยสดงดงามเสมอ ในยามที่คิดถึง
วันนี้ผู้เขียนได้เดินทางผ่านโรงพิมพ์แห่งหนึ่ง ชื่อเมืองใหม่สิ่งพิมพ์ เมื่อภาพผ่านสายตาไป เรื่องราวที่เคยเกี่ยวข้องกับโรงพิมพ์แห่งนี้ ก็ปรากฏขึ้นมาในใจอีกครั้ง และเป็นเรื่องราวที่มีความสำคัญ ต่อชีวิตของผู้เขียนด้วย
เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๐
เป็นช่วงเวลาใกล้จะสิ้นปีมากแล้ว ของปี ๒๕๕๐ ผู้เขียนได้มีเรื่องที่ต้องเดินเข้า เดินออกโรงพิมพ์แห่งนี้ หลายต่อหลายหน ทั้งนี้ เพราะผู้เขียนได้สั่งพิมพ์หนังสือเล่มหนึ่ง ที่สำคัญและต้องใช้ความพิถีพิถันมาก หนังสือเล่มนั้นชื่อ "หนึ่งคนวาด หนึ่งคนแต่ง" โดยคุณพลเดช วรฉัตร เป็นผู้วาดภาพ และบุญรุ่ง ตันติราพันธ์ เป็นผู้แต่งกลอนบรรยายภาพทั้งหมด
เป็นโรงพิมพ์ที่ใจดี และรับผิดชอบมาก โดยเฉพาะช่วยเร่งงานจนเสร็จก่อนปีใหม่ จนทำให้หนังสือออกมา เป็นของขวัญของใครต่อใคร ที่จะมอบให้กัน นอกจากนี้ ยังร่วมทำบุญกับผู้เขียน ด้วยการพิมพ์หนังสือเพิ่มให้อีก ๒๐๐ เล่ม ให้โดยไม่คิดมูลค่า
ที่บอกว่าหนังสือเล่มนี้สำคัญ ก็เพราะผู้เขียนได้รับทุน ในการไปเป็นอาสาสมัครช่วยงานวัดไทยกุสินารา เป็นคนแรก ที่กุสินาราคลินิก จากการขายหนังสือเล่มนี้ หนังสือขายหมดอย่างรวดเร็ว ทั้งการสั่งซื้อของสมาชิก Gotoknow และผู้มีจิตศรัทธา
ยังได้มีโอกาส บริจาคเงินเข้ากองทุน บำรุง Gotoknow จำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท ที่เหลือคือค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายของผู้เขียน
บุญที่ได้กระทำลงไปสำเร็จแล้วด้วยดี ภาพจำจึงสวยสดงดงามเสมอ ในยามที่คิดถึง แม้กับสิ่งที่เกี่ยวข้อง ก็ประทับใจ แม้จะนำบุญนั้น มาอธิษฐาน ให้ได้ไปสร้างบารมีที่ต่างแดนอีก แต่ผู้เขียนก็คงต้องรอ ให้ธรรมะจัดสรร เหมือนที่คุณพลเดช วรฉัตร บอกไว้ ว่าทุกอย่าง มีเวลา มีส่วนประกอบที่เหมาะสม จึงจะสำเร็จ
ยังตั้งใจปรารถนาเสมอ จะอย่างไรก็ตาม ก็ต้องเตรียมใจว่า "จะได้ไปอีกก็ดี หรือไม่ได้ไปอีกก็ดี...หนอ"
หนังสือเล่มสำคัญ
โยคีน้อย
หนังสือคือประวัติศาสตร์
เล่มที่ว่ามี ISBN ด้วย จึงเป็นประวัติศาตร์ของวงการหนังสือได้
ที่เคยบอกว่าเป็นธรรมะจัดสรรนั้น เป็นจริงๆ
เมื่อถึงเวลาก็คงเกิดขึ้นเอง
แต่ก็หมายถึงด้วยว่าเราต้องไม่ประมาท ทำทุกวันให้ดีที่สุด
ทำโดยไม่ต้องคิดว่าอยากให้เกิดตามความปรารถนาของเรา
แต่ทำเพราะมีโอกาสทำ ก็ทำไป ในสิ่งที่เราถนัด
เมื่อวัน นั้น มาถึง เราควรจะพร้อมที่จะทำดีตามที่เคยปรารถนาเอาไว้
เจริญสุข
ตามมาอ่านและทักทายครับพี่รุ่ง
สวัสดีค่ะพี่โยคี
โยคีน้อยก็คิดถึงไปเรื่อยเปื่อย
ดูเหมือนเหตุการณ์เพิ่งจะผ่านไปเอง
วันคืนผ่านไปเร็วมาก
ดีใจที่ได้มีโอกาสทำสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อน
ต้องขอบคุณพี่ ที่เป็นกัลยาณมิตรมาตลอด
และตามที่พี่บอกค่ะ
เมื่อถึงเวลาทุกอย่างก็จะลงตัวเอง
เหมือนที่ผ่านมา
หนังสืออยู่กับลุงเอกอีก ๖๐ เล่ม
คงต้องแบ่งกันเก็บไว้นะคะ
เป็นที่ระลึก
ปัจจุบันตัวเองก็ไม่มีสักเล่มค่ะ
อนุโมทนาบุญกับบุญใหญ่ที่จะจัดตักบาตร ณ สถานทูตที่เดลี
ในวันปีใหม่ด้วยนะคะ
สวัสดีค่ะคุณครูโย่ง
อดีตที่ผ่านพ้นมาแล้วค่ะ
เมื่อได้เดินทางย้อนผ่านไป
ก็เลยทำให้คิดถึง
ก็คงเหมือนใครหลายๆคน
ที่เวลาผ่านบางสถานที่แล้วรู้สึกคุ้นเคย
ครูโย่งเคยเป็นไหมคะ