นกหนึ่งตัวก็คือหนึ่งชีวิตนะ ชีวิตใครใครก็รัก

เมื่อวานนี้ (๒๐ ธ.ค. ๕๑) ผู้เขียนได้นัดเด็กนักเรียนมาฝึกซ้อมทักษะทางภาษาอังกฤษ เมื่อมาถึงโรงเรียนก็พบกับเด็กๆอีกกลุ่มหนึ่งที่คุณครูวันชัย  ป้อมพิมพ์ นัดมาฝึกซ้อมจินตลีลาประกอบเพลงเพื่อเตรียมไปแสดงในงานที่ตลาดดอนเจดีย์  ขณะที่ผู้เขียนกำลังทักทายอยู่กับพี่ครูอีกท่านหนึ่งก็ปรากฏว่ามีเจ้าเด็กน้อยคนหนึ่งพูดขึ้นว่า “ครูขา ครูขา(สำเนียงเหน่อๆ) ดูนกนั่นสิคะ” 

 

ผู้เขียนเดินเข้าไปดูใกล้ๆ จึงเห็นว่าเป็นนกพิราบตัวหนึ่งกำลังติดอยู่บนตาข่ายดักปลา (แต่ไหงนกดันมาติด) ที่ทางโรงเรียนทำไว้ในช่วงการประเมินโรงเรียนดีใกล้บ้าน นกห้อยต่องแต่งพร้อมๆกับสายตาที่ละห้อย รอคอยความหวัง พลัน...ผู้เขียนก็รีบเก็บสัมภาระที่ห้องภาษาอังกฤษพร้อมกับหยิบมีดคัตเตอร์และกรรไกรของเจ้าป๊อป และเดินจ้ำอ้าวไปที่โรงอาหาร ตั้งใจจะไปหาบันไดเพื่อปีนขึ้นไปแล้วใช้กรรไกรตัดตาข่าย แต่ระหว่างที่เดินไปก็คิดในใจว่า...เอ๊ เจ้านกน้อย มันจะมีของฝากมาให้เรารึเปล่าน้อ (ไข้หวัดนก) คิดได้ดังนั้นก็เดินเรื่อยๆๆๆไปจนพบไม้ที่ยาวเพียงพอ แล้วก็มัดมีดคัตเตอร์กับปลายไม้ จากนั้นก็ค่อยๆตัดตาข่ายที่พันกันยุ่งเหยิง (เจ้านกน้อยคงพยายามช่วยเหลือตัวเองให้หลุดพ้นจากพันธนาการ แต่หารู้ไม่ว่ายิ่งดิ้นก็ยิ่งรัดแน่น) เด็กๆก็ส่งเสียงเชียร์กันเย้วๆๆๆ โอ้วววว เกือบแล้วๆๆ  

ผู้เขียนก็ตัดไปด้วยพูดไปด้วยว่า..นกหนึ่งตัวก็คือหนึ่งชีวิตนะ ชีวิตใครใครก็รัก ถึงแม้ว่านกจะเป็นสัตว์แต่ก็รักชีวิตตัวเอง เห็นไม๊  แล้วผู้เขียนก็ให้เจ้าออยวิ่งไปหยิบกล้องมา (เด็กน้อยอีกคนก็พูดขึ้นว่า..แหม (สำเนียงเหน่อๆ) ครูนี่ ยังจะห่วงถ่ายรูปอีก เดี๋ยวนกก็ตายพอดี  ผู้เขียนก็ตอบไปทันควันว่า เออน่ะสิ ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสแบบนี้อีกหรือเปล่า แล้วก็จะเอาไว้ให้คนอื่นๆดูด้วย นกมันทนได้น่าาาาา 555

สักพักก็มีเสียงดัง ตุ้บ! (เจ้านกน้อยตกลงมาโดยไม่มีเสียงร้อง..อมทนอดทนชะมัด) มันรีบพยุงตัวเองขึ้นมาแล้วกระโดดไปหลบที่ไม้ประดับเล็กๆ พอผู้เขียนเข้าไปใกล้เพื่อจะช่วยตัดเชือกเอ็น มันก็กระโดดเหย็งๆๆๆขึ้นบันไดไปหาที่กำบังต่อ ผู้เขียนก็เลยไม่อยากกวนใจ

          หลังจากที่ผ่านไปประมาณห้าชั่วโมง ผู้เขียนได้เล่าให้นักเรียนอีกกลุ่มหนึ่งฟังแล้วให้เดินไปดูนก ปรากฏว่ามันไม่อยู่แล้ว เฮ้อ...เรื่องเล็กๆ แต่หมายถึงชีวิตเชียวนะเนี่ย

          ขอบใจจ้ะ..เด็กๆและเจ้านกน้อย