ความเป็นผู้แตกฉานในเรื่องภาษานั้นเป็นคุณสมบัติพิเศษข้อหนึ่งของพระอรหันต์ผู้บรรลุปฏิสัมภิทา ๔ คือ
๑. อัตถปฏิสัมภิทา มีปัญญาแตกฉานในอรรถ คือฉลาดในการอธิบายถ้อยคำที่ท่านอธิบายมาแล้วอย่างพิศดาร ถอดเนื้อความที่พิศดารนั้นให้ย่อสั้นลงมาพอได้ความชัด ไม่เสียความ
๒. ธัมมปฏิสัมภิทา ฉลาดในการอธิบายหัวข้อธรรม ที่ท่านกล่าวมาแต่หัวข้อให้พิศดาร เข้าใจชัด
๓. นิรุตติปฏิสัมภิทา มีความฉลาดในภาษา รู้และเข้าใจทุกภาษาได้อย่างอัศจรรย์
๔. ปฏิภาณปฏิสัมภิทา มีปฏิภาณเฉลียวฉลาด สามารถแก้อรรถปัญหาได้อย่างอัศจรรย์
พุทธสาวกที่แตกฉานภาษาใดก็จะใช้ภาษานั้นในการประกาศพุทธธรรมให้แก่พุทธศาสนิกชนได้อย่างถูกต้องเที่ยงตรง สมตามปฐมพุทธดำรัสว่า "จรถ ภิกฺขเว จาริก พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย" ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอจงเที่ยวจาริกไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล และความสุขแก่ชนทั้งหลาย จงแสดงธรรมให้งามทั้งในเบื้องต้น ในท่ามกลาง และในที่สุด จงประกาศพรหมจรรย์ คือแบบอย่างแห่งการประพฤติปฏิบัติอันประเสริฐ บริสุทธิ์ บริบูรณ์ สิ้นเชิง ให้ถึงพร้อมด้วยอรรถะและพยัญชนะ บุคคลผู้มีกิเลสตัณหาเบาบางยังมีอยู่ หากเขามิได้ฟังธรรมนั้นแล้วก็จะเสียประโยชน์อันใหญ่หลวง บุคคลจำพวกนี้แหละจักฟังธรรมและจักเข้าใจธรรมอย่างแจ่มแจ้ง จงไปทางเดียวรูปเดียว แม้เราตถาคตก็จะไปเพื่อแสดงธรรมเช่นเดียวกัน
นักปราชญ์ยกย่องผู้แตกฉานในด้านภาษา สมตามพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๖ ว่า
นานาประเทศล้วน นับถือ
คนที่รู้หนังสือ แต่งได้
ใครเกลียดอักษรคือ คนป่า
ใครเยาะกวีไซร้ แน่แท้คนดง...
บางตอนในบทความเรื่อง ภาษาไทย หัวใจวัฒนธรรมไทย (พุทธจักร นิตรสารรายเดือน)
ผู้แต่ง อดุลย์ คนแรง ป.ธ.๙, พธ.บ., ศษ.บ., น.บ., ศศ.ม., อาจารย์ประจำภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย