เมื่อวาน ผมได้รับ "บทเรียนชีวิต" เป็นข้อความที่ post ใน Blog ของผม จากผู้ไม่ปรากฎชื่อท่านหนึ่ง
เสียใจ แต่ก็ใช้เวลาทบทวนตนเองว่า เคยทำผิดไปวิจารณ์ผู้อื่นในขณะประกอบกิจกรรมการทำงานใดๆ หรือไม่ ผมยอมรับว่า เคยวิจารณ์เพื่อนร่วมงานในการประเมินคุณภาพการทำงานในองค์กรครับ แต่อาจเพราะเป็นคนตรงไปตรงมามากเกินไป เลยแสดงบทวิจารณ์เชิงลบและไม่ได้คิดหาหนทางที่จะเสนอแนะเพื่อนร่วมงานท่านนั้นอย่างเหมาะสม
ขอบคุณสำหรับข้อความเชิงลบ (คัดลอกมาบันทึกไว้เพื่อเตือนสติ ดร. ป๊อป ครับ)
ผมขอโทษคนนิรนามท่านนี้ด้วยครับ ผมไม่ได้ตั้งใจและจะไม่วิจารณ์โดยไม่ไตร่ตรองอีก
!!! เท่าที่ฉันได้อ่านๆบทความที่ลอกเค้ามาทั้งหมดทั้งปวง มันก็ไม่เห็นจะได้อะไรซักเท่าไหร่ บทความที่ดีแต่คัดลอกจากหนังสือที่ผู้อื่นเขียน บทความที่อ่านแล้วชวนง่วงงาวหาวนอน บทความที่เคยอ่านเจอในหนังสือเล่มอื่น บทความที่คุณอาจใช้สมองที่คิดว่าอัจฉริยะเสียเหลือเกิ๊นน แต่แท้จริงแล้วมันไม่ได้เรื่อง เว่ากันซื่อๆ มัน"ห่วยแตกมากกก" เป็นถึง ดร. แต่ความคิด ความรู้ที่ถ่ายทอดออกมามันยังไม่ตกผลึก และก่อเกิดองค์ความรู้ใหม่เลยแม้แต่น้อย
อีกอย่าง ฉันหล่ะหมั่นไส้จริงจริ๊ง คิดว่าตัวเองจบดอกเตอร์แล้ว ก็เลยทำทีเป็นอวดชาวบ้านชาวช่องว่าฉันเนี่ยเก่ง เลอเลิศกว่าใคร คอยดูถูกแต่คนรอบข้างเพียงเพราะว่าเค้ามาทีหลังบ้างหล่ะ เพียงเพราะเค้าอายุน้อยกว่าบ้างหล่ะ หรือเพียงเพราะเค้ายังได้เพียงแค่ใบปริญญาที่วุฒิต่ำกว่าบ้างหล่ะ แต่นั่นไม่ได้แสดงว่าพวกเค้าเหล่านั้นจะด้อยน้อยไปกว่าคุณเลย คนที่เก่งจริงๆเค้าไม่ออกมาแสดงตัวจนออกนอกหน้า
ปล. เก็บความอวดฉลาดที่ไม่เข้าท่าไว้หน่อยก็ดี เพราะมันแสดงถึงความเขลาที่ร้ายแรงของคุณออกมา ระวังจะไม่มีคนคบนะ
ข้อความบางตอนอาจเป็นของขวัญปีใหม่ชิ้นแรก ที่ทำให้ผมต้องปรับปรุงตนเองว่า "อย่าแสดงความรู้จนนอกกรอบและส่งผลต่อการวิจารณ์ผู้อื่นในเชิงลบ"
ผมนึกถึงคำสอนของคุณพ่อคุณแม่ว่า "จงทำตัวให้เหมือนบัวสี่เหล่า อย่ายึดถือเชื่อมั่นตนเองมากจนเกินควร ต้องรู้จักปล่อยวางและช่วยเหลือผู้อื่นเหมือนบัวที่โค้งอย่างอ่อนน้อมถ่อมตนเสมอ ไม่โอ้อวดความรู้จนผู้อื่นเกียจชังหรือผิดกาลเทศะ คำพูดใดควรไตร่ตรองว่ามีสาระ มีความหมายตามกาลเทศะ และมีคุณค่าเชิงพัฒนาความเป็นมนุษย์ระหว่างคู่/กลุ่มสนทนา แม้ว่าการแสดงความรู้นั้นจะไม่มีคุณค่าในสายตาของผู้อื่น แต่ให้เราคิดว่าคำพูดที่ไตร่ตรองแล้วเป็นการแสดงความรู้สึกที่ดีและให้เกียรติเพื่อนร่วมงาน
ขอให้มีความสุขและสุขภาพกาย สุขภาพใจ ที่แข็งแรงครับ เป็นเหมือนต้นหลิวก็ดีนะครับอาจารย์ป๊อป แม้ว่าจะเจอลมแรง มรสุมลูกใหญ่ๆ แต่ก็ยืนหยัดอยู่ได้อย่างปลอดภัย และเจริญเติบโตไปไม่หยุดยั้ง สู้ๆๆๆ
ขอส่งแรงใจอีกคนค่ะ
มีทุกข์ก็อย่าท้อ โดนต่อว่าก็อย่าถอย
ความสุขก็มีคอย คนนินทามีทั่วไป
แวะมาเยี่ยมครับ
ขอบคุณมากครับพี่ขจิต คุณยงยศ คุณ pam และคุณศรีกมล
ขอส่งความสุขปีใหม่ล่วงหน้าแด่ทุกท่านครับ
อ.จ.ป๊อป
อ่านข้อความของบุคคลนิรนามแล้วชวนให้สงสาร เข้าใจดีว่าคงเกิดจากอารมณ์ของเธอ ณ ขณะนั้น ลูกต้องให้อภัยเธอ อย่าไปโกรธ ถ้าเราคิดว่าสิ่งที่เราพูดไปไม่ทำให้เธอเสียหาย แต่ถ้าเธอไม่ยอมรับและโกรธเราๆก็เพียงขอโทษที่ทำให้เธอไม่พอใจ และขอบใจเธอที่ทำให้เราได้รู้ความจริงว่าการพูดตรงๆพูดความจริงนั้นบางครั้งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเพราะทำให้บางคนยอมรับไม่ได้ บางคำที่เธอเขียนมานั้นไม่ควรสนใจ เพราะเป็นการแสดงออกที่ทำให้เรารับรู้ถึงพื้นฐาน โดยเฉพาะชนชั้นปัญญาชนไม่ควรมี คนเราความเก่งไม่ได้เป็นเครื่องชี้วัด นอกจากความดี ควร ignore สิ่งที่เกิดขึ้น ถือว่าเป็นบทเรียน แต่การกระทำเช่นนี้ถ้าไปทำกับบุคคลอื่นอาจเข้าข่ายละเมิดซึ่งสามารถตรวจสอบและนำไปสู่ข้อกฎหมายอันเป็นเหตุให้เสียอนาคตได้ ขอให้พิจารณาก่อนจะเขียนออกสู่สาธารณชนเช่นนี้ เตือนมาด้วยความหวังดี ถ้าไม่พอใจควรหาทางปรับความเข้าใจกันจะดีกว่ า การpost blog เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อกัน ไม่ใช่เพื่อเป็นการระบายอารมณ์ และอาจเข้าข่ายผิด กฎหมายถ้ามีการร้องเรียน ไม่ควรกระทำเช่นนี้อีกขอให้จบแต่เพียงเท่านี้มิเช่นนั้นจะนำความเดือดร้อนมาสู่คุณนิรนาม เกี่ยวกับหนังสือเลี้ยงลูกอย่างไรให้เป็นด๊อกเตอร์ ที่มีผู้หวังดีว่าอวดตัวเอง นั้น คุณแม่ได้ชี้แจงในหนังสือแล้วว่ามิได้เป็นการโอ้อวด ซึ่งก่อนออกหนังสือลูกได้ทักท้วง คุณแม่จึงได้เขียนชี้แจงในคำนำเพราะคิดว่าถ้าไม่แจ้งก่อนต้องมีคนคิดแบบนี้แน่นอน และก็เป็นจริงทั้งๆที่แจงไปแล้วก็ยังคิดอยู่ แสดงให้เห็นถึงการย้ำคิดในเชิงลบของท่านผู้หวังดี นี่แหละเป็นเหตุให้ต้องเขียนหนังสือเล่มที่ท่านคิดว่าเป็นการโอ้อวด สิ่งที่เราสื่อในหนังสือถ้าได้อ่านทุกหน้าและคิดในเชิงบวกแล้วนำไปไตร่ตรองให้ดี ก็จะรู้ว่าผู้เขียนต้องการอะไร โดยเฉพาะการปูพื้นฐานให้การอบรมสั่งสอนในครอบครัว เพื่อให้เป็นคนดีของสังคม ไม่คิดร้ายต่อใคร โดยเฉพาะการยอมรับความจริง แต่เมื่อเกิดกับลูกของตนเองแม่ก็ได้แต่ชี้แจงให้ฟังว่า คนเราไม่เหมือนกัน ลูกต้องไม่โกรธตอบและให้อภัย ถ้าเราคิดว่าเราทำดีที่สุดแล้ว ดังในหนังสือหน้าสุดท้ายที่ว่าใครจะว่าอะไรเราถ้าเราไม่รับก็เหมือนกับถ่มน้ำลายขึ้นฟ้าแล้วจะกลับไปหาตัวเอง
ขอบคุณคุณแม่มากครับสำหรับข้อคิดเตือนสติที่แนะนำลูกเสมอ
มีกำลังใจดีๆนะคะ
หลายคนหลายมุมมอง
หากเราเจตนาดี อะไรๆจะผ่านพ้นค่ะ
อย่าพึ่งท้อนะคะ
ยิ้มสู้ค่ะ
คุณความดีคุ้มครองค่ะ
ขอบคุณมากครับสำหรับกำลังใจและภาพดอกไม้จากคุณสายธาร
ส่งความสุขใกล้ปีใหม่แด่คุณสายธารด้วยครับ
มีหัว มีก้อย
มีน้อย มีใหญ่
มีดี มีร้าย
มีซ้าย มีขวา
มีสูง มีต่ำ
มีดำ มีขาว
มีสั้น มียาว
ต่างๆ นานา
โอ้น้องศุภลักษณ์จ๋า......
จงอย่าท้อสู้ต่อไป......
ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับคุณสา