หลายประเทศเริ่มเห็นตรงกันว่าธุรกิจการท่องเที่ยวถือเป็นเสาหลักในการส่งเสริมเศรษฐกิจ

กลุ่มแม่น้ำโขงลงขันทำแผนตลาดกระตุ้นท้องเที่ยวผ้านอี-มาร์เกตติ้ง


นับแต่โรคทางเดินหายในเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส) ออกอาละวาดในประเทศต่าง ๆ ทำให้ผู้คนต้องเจ็บป่วยและเสียชีวิตลงอย่างรวดเร็วแบบสายฟ้าแลบได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของแต่ละประเทศและที่สำคัญคืออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่ถือเป็นหัวใจหลักในการนำรายได้เข้าประเทศ ซึ่งช่วงดังกล่าวหลายประเทศต้องงัดกลยุทธ์การตลาดออกมาต่อสู้กัน แถมผุดแคมเปญลดราคากันสนั่นหวั่นไหว เพื่อดึงนักท่องเที่ยวเข้าประเทศของตนให้มากที่สุด ก่อนที่ผู้ประกอบการต้องล้มหายตายจากหรือปิดกิจการลง

อย่างไรก็ตามหลังจากที่ผ่านพ้นวิกฤติอันร้ายแรงมาแล้ว หลายประเทศก็เริ่มตื่นตัวและให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศแถบลุ่มน้ำโขงซึ่งล่าสุดได้มีการจัดการประชุมคณะทำงานสาขาท่องเที่ยวของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ครั้งที่ 9 (แม่โขง ทัวริสซึ่ม ฟอรั่ม) ซึ่งจัดขึ้นโดย สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (พาต้า) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และตัวแทนจากประเทศสมาชิก (จีเอ็มเอส) ประกอบด้วย ไทย ลาว พม่า เวียดนาม กัมพูชา และจีนตอนใต้ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกันของสมาชิกทั้ง 6 ประเทศ และให้แหล่งท่องเที่ยวของประเทศสมาชิกเป็นที่กล่าวขานของคนทั่วโลก

เบื้องต้นได้มีการกำหนดประเด็นหลักในการประชุมคือ การส่งเสริมการตลาดในลักษณะของซิงเกิล เดสซิเนชั่น เช่น การปรับปรุงพัฒนาเว็บไซต์และเอกสารเผยแพร่ให้มีความทันสมัยมากขึ้น, การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน, การพัฒนาบุคลากร, กลยุทธ์ด้านการท่องเที่ยวที่จะช่วยกระจายรายได้, การส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นและการอำนวยความสะดวกในการเดินทางมายังอนุภูมิภาค

ผลจากการประชุมครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ประเทศสมาชิกเตรียมที่จะลงขันกันประเทศละ 5,000 เหรียญสหรัฐ เพื่อทำแผนตลาดและโปรโมตการท่องเที่ยวร่วมกัน หลังจากที่การประชุมในครั้งที่ผ่านมาไม่มีการตกลงส่งเสริมท่องเที่ยวอย่างจริงจังซักที โดยในเบื้องต้นจะให้ ททท. เป็นผู้ดำเนินงานด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวลุ่มแม่น้ำโขง รวมทั้งจัดตั้ง ศูนย์ประสานงานโครงการด้านการท่องเที่ยวของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง(แอมต้า) อย่างเป็นทางการและถาวร

"หลายประเทศเริ่มเห็นตรงกันว่าธุรกิจการท่องเที่ยวถือเป็นเสาหลักในการส่งเสริมเศรษฐกิจในประเทศให้ดีขึ้น คือการย้ำให้เห็นความสำคัญเกี่ยวกับการท่องเที่ยวของ นางพรศิริ มโนหาญ รองผู้ว่าฝ่ายการตลาดต่างประเทศ ททท. ซึ่งสมาชิกทุกประเทศได้เน้นให้มีการทำตลาดผ่าน ระบบออนไลน์หรือ อี-มาร์เกตติ้ง รวมทั้งเชื่อมโยงข้อมูลท่องเที่ยว ผ่านเว็บไซต์ศูนย์กลาง Mekong.com ที่ปัจจุบันยังไม่มีนักท่องเที่ยวรู้จักมากนักโดยในอนาคตอาจเปลี่ยนชื่อเว็บไซต์ให้เป็นสากลมากขึ้น

"ทางพาต้าได้เสนอให้ประเทศสมาชิกลงทุนประเทศละ 15,000 เหรียญ แต่เพราะหลายประเทศยังไม่มีความพร้อมด้านการเงินและเป็นประเทศที่เล็ก ๆ จึงมีการตกลงเพื่อทำตลาดร่วมกันเพียง 5,000 เหรียญเท่านั้นซึ่งไทยจะเร่งให้เกิดการพัฒนาข้อมูลด้านการตลาดผ่านทางอินเทอร์เน็ตมากขึ้น เพื่อดึงนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศและให้สามารถแข่งขันกับภูมิภาคอื่นได้ เพราะเท่าที่ผ่านมาถือว่าพัฒนาระบบเทคโนโลยีช้ามากว่า 10 ปีแล้ว โดยเชื่อว่าหากทำตลาดร่วมกันอย่างจริงจังแล้วจะช่วยเพิ่มตัวเลขนักท่องเที่ยวได้ประเทศละ 3% อีกทั้งการที่ประเทศจีนได้คาดว่าในปี 2020 จะมีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศถึง 130 ล้านคน ซึ่งเชื่อว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะเดินทางมาเที่ยวต่อยังประเทศไทยด้วย"

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ที่เกิดโรคซาร์ส ทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวแต่ละประเทศที่เข้ามายังแถบลุ่มแม่น้ำโขงต้องหายไปเป็นจำนวนมาก เมื่อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวในปีก่อน โดยประเทศกัมพูชา ลดลง 10.87%, ลาวลดลง 16%, พม่า ลดลง 5.34%, ไทย ลดลง 8.88%, เวียดนาม ลดลง 7.58%, จีนตอนใต้ (ยูนนาน) ลดลง 23.28%

ส่วนแนวทางการทำตลาดของ ททท. ต่อไปจะเสนอขายและพ่วงแหล่งท่องเที่ยวของประเทศสมาชิกไปด้วยทุกครั้ง ทั้งการไปโรดโชว์ต่างประเทศ และการจัดงานส่งเสริมการขายโดยจะมีการแบ่งพื้นที่เพื่อตั้งเป็นบูธแนะนำแหล่งท่องเที่ยวของลุ่มแม่น้ำโขงโดยเฉพาะ

ขณะที่ นายสนธยา คุณปลื้ม รมว. การท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่าไทยจะสนับสนุนประเทศเพื่อนบ้านในการพัฒนาบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การลงทุนสร้างสะพานเชื่อมระหว่างประเทศโดยในเดือนเม.ย.เป็นต้นไป จะเปิดให้รถบัสวิ่งผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาวบริเวณ จ.หนองคายได้ จากปัจจุบันที่อนุญาตให้เฉพาะรถยนต์ส่วนบุคคลวิ่งผ่านเท่านั้น

รวมทั้งคาดว่าภายในปี 2549-2551 จะมีการเชื่อมการเดินทางด้วยถนนในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงได้ทั้งหมด และในเร็ว ๆ นี้เชื่อว่าจะมีการเปิดใช้วีซ่าเสรี หรือวีซ่าเดียวที่สามารถใช้ผ่านแดนไปเที่ยวภายในภูมิภาคได้