ผมสอนตัวเองว่า ชีวิตคือการต่อสู้ และการทำงานคือการต่อสู้ ต่อสู้กับอุปสรรคที่มาขวางกั้นการบรรลุเป้าหมาย และในการต่อสู้นั้น offensive strategy ดีกว่า defensive strategy แต่สังคมของเราติดนิสัย/วัฒนธรรมราชการ ผมจึงเป็น “ชนกลุ่มน้อย” ไปโดยปริยาย
ผม AAR ว่าตัวเองมีนิสัยชอบฝัน หรือเรียกว่ามีจินตนาการไปข้างหน้า แล้วดำเนินการต่อสู้เพื่อบรรลุภาพฝันนั้น ชีวิตแบบนี้สอนผมว่า ผมเป็นคนใจร้อน หวังผลเร็วเกินไป ภาพที่ผมหวังจะเห็นในเวลา ๔ – ๘ ปีนั้น มาปรากฏชัดในเวลา ๑๕ ปีให้หลัง
การทำงานแบบวาดภาพฝัน และทำงานแบบรุกไปข้างหน้า ทำให้ผมสนุกมาก และเรียนรู้มาก โดยมีการลงทุนสูงด้วย คือเครียด ผมมักเล่าให้คนใกล้ชิดว่า คนที่เดือดร้อนกับชีวิตที่ชอบทำงานแบบท้าทายของผม คือภรรยา เมื่อผมเครียด ภรรยาก็จะ “โดนเตะ” บ่อยๆ คือผมจะฝันร้าย แล้วเตะถีบคนที่นอนข้างๆ คือภรรยา
ความเครียดที่เกิดขึ้น ร้อยละ ๙๐ เกิดจากคน ที่มีการต่อต้าน หรือมีการสร้าง “วาระลี้ลับ”(hidden agenda) ขึ้นมาทำลายกระบวนการสร้างสรรค์เพื่อบรรลุฝันนั้น คนเหล่านี้จะไม่ต่อสู้ขัดแย้งไม่เห็นด้วยกับภาพฝัน เพราะภาพฝันมันดี เห็นอยู่ชัดแจ้ง เขาจะมีวิธีทำลายแผนงานและโครงการโดยมีวิธีการที่คนส่วนใหญ่เห็นด้วย คือเป็นการต่อสู้เชิงวัฒนธรรมหรือกระบวนทัศน์ การต่อสู้นี้แม้จะก่อผลร้ายต่อชีวิตในด้านความเครียด แต่ก็ให้ผลดีในด้านการเรียนรู้อย่างเหลือประมาณ พูดภาษาชาวบ้านว่าทำให้ “กระดูกแข็ง” ขึ้น เข้าใจโลก เข้าใจชีวิต และเข้าใจข้อจำกัดของความเป็นมนุษย์
ผมโชคดี ที่แม้จะต่อสู้กับอุปสรรคเหล่านั้น ผมก็ต่อสู้กับตัวกระบวนการ ไม่คิดต่อสู้กับคน ไม่ผูกใจเจ็บแค้นต่อคนที่สร้างอุปสรรคเหล่านั้น จึงยังดำรงมิตรภาพไว้ทำงานในส่วนที่มีความเห็นตรงกันได้ เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า ผู้คนก็จะยอมรับความฝัน และ “วิธีการนอกรีต” ของผมได้ง่ายขึ้น และเป็นที่เชื่อถือของผู้คนมากขึ้น
ผม AAR ว่า ที่ผมทำอย่างนั้นได้ ก็เพราะผมไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัวในการบรรลุภาพฝันนั้น ตอนอายุน้อยๆ คนก็ไม่เชื่อใน integrity ของผม แต่ประพฤติปฏิบัตินานเข้า คนก็เชื่อไปเอง แล้วเมื่อได้ trust จากผู้คน การ “ขายฝัน” ก็ง่ายขึ้น จนบางทีรู้สึกว่าง่ายเกินไปด้วยซ้ำ
วิจารณ์ พานิช
๑ ธ.ค. ๕๑
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณข้อคิดในการทำงาน .. เพื่อให้บรรลุผค่ะ
ควรทำงานด้วย offensive strategy (วิธีการนอกรีต)
สร้างภาพฝัน มีจินตนาการ
ตระหนักถึง...วาระลี้ลับ (hidden agenda) แต่อย่ากลัวจนทำอะไรไม่ได้ เพราะสิ่งนี้จะทำให้ "กระดูกแข็งขึ้น" (ในการทำงาน)
เพิ่มพูน integrity...จนเกิด trust จากผู้คนและผู้ร่วมงาน และ trust นี้จะนำไปสู่...ฝันและจินตนาการนอกรีต ของเราได้
สวัสดีปีใหม่ค่ะ
ได้แนวทางของอาจารย์ไปสร้างแรงบันดาลใจค่ะ