"มนุษย์เงินเดือน" อย่างผม ที่องค์กรฝากชีวิต "ค่าการรักษาพยาบาล" เอาไว้กับ "สำนักงานประกันสังคม"

เมื่อเจ็บป่วยขึ้นมาที ก็ไปติดต่องานประกันสังคมของโรงพยาบาลที่เราเลือกเอาไว้ แล้วเค้าจะส่งต่อไปหาหมอที่ได้จัดไว้ให้ หากทุกอย่างอยู่ในกรอบที่กำหนดไว้ บางทีค่ารักษาก็ไม่ต้องจ่ายทันที ค่ายาก็ไม่ต้องจ่ายทันที หมายความว่า ก็เค้าหักเงินเดือนเราทุกเดือนอยู่แล้ว นั่นแหละเราถึงยังไม่ต้องจ่าย ก็เหมือนกับจ่ายไปล่วงหน้าแล้วนั่นแหละครับ

"ค่าทำฟัน" ... ทางสำนักงานประกันสังคมให้สิทธิ์มนุษย์เงินเดือนอย่างเรา เบิกได้ 2 บิล ๆ ละไม่เกิน 250 บาท รวมเป็น 1 ปี เบิกได้ไม่เกิน 500 บาท

ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ความเจ็บป่วยเรื่องฟัน ค่ารักษามันเกินกว่านี้ไปหลาย 10 เท่าตัว

หาแฟนพันธุ์แทะของผมเคยอ่านบันทึก Service Mind ... หัวใจของงานบริการ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2550 เมื่อปีที่แล้ว คงจำได้ว่า วันนี้ (26 ธ.ค.51) ผมไปใช้บริการสำนักงานประกันสังคมประจำจังหวัดเชียงใหม่ แล้วได้รับการบริการที่ประทับใจ โดยเฉพาะผู้ให้บริการ (ลองกลับไปอ่านบันทึกนี้ดูนะครับ)

ปีนี้ วันนี้ (18 ธันวาคม 2551) ขาดไปอี 8 วันจะครบรอบ 1 ปีที่ผมได้เดินทางไปเบิกค่าทำฟันประจำปี

ผมออกจากบ้านตอนบ่ายแก่แล้วครับ ถึงศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ 16.00 น. เหลืออีกครึ่งชั่วโมงเค้าจะปิดบริการ ผมนั่งกรอกแบบฟอร์มขอเบิกประมาณ 10 นาที แล้วจึงเดินเข้าไปในสำนักงานประกันสังคม โซนที่ 2 ... รับบัตรคิวที่ 219 ... มีผู้มาใช้บริการเหลือ 1 คน เจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ  5 - 6 คนครับ ... สายตาพยายามหา "ผู้ให้บริการ" ที่เคยประทับใจคนเดิม ปีที่แล้ว ให้บริการหมายเลข 8 แต่ปีนี้หมายเลข 8 มีป้า 2 ท่านให้บริการอยู่

แอบเห็นอยู่คนหนึ่งแต่ไม่แน่ใจว่าใช่หรือไม่ ให้บริการอยู่หมายเลข 4 ไม่ใช่ หมายเลข 8 จะใช่คนเดิมหรือเปล่าหนอ เพราะเหมือนไม่คุ้นเคย

ในที่สุด นั่งรอไม่ถึง 1 นาที ... ผู้ให้บริการประจำหมายเลข 4 ... เชิญให้เข้าใช้บริการครับ

ยื่นเอกสาร 2 ฉบับ ระหว่างการนั่งรอ ตาสายไปสายมา ดูว่า ด้านหลังมีคนผมยาว หน้าใส อยู่ตรงไหนหรือเปล่าน้า

ผู้ให้บริการประจำหมายเลข 4 ก็คีย์ข้อมูลลงไป แก๊ก แก๊ก ๆๆ โอ้ หลายแก๊กมาก ด้วยความชำนาญส่วนตัว

สักพักก็ได้รับเอกสารให้เซ็นรับเงินค่าทำฟัน 2 ใบ ... เซ็นเสร็จแล้ว

ผมก็ถามว่า "ครบถ้วนแล้วนะครับ"

เจ้าหน้าที่ "เรียบร้อยแล้วค่ะ"

ผมเริ่มอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ แล้วถามว่า "เออ เมื่อปีที่แล้ว ผมมาใช้บริการช่วงเดือนธันวาคมนี้ครับ ครบรอบ 1 ปีพอดีเลย" แล้วผมก็ทำท่าชี้ไปยังหมายเลขเดิม คือ หมายเลข 8 "ไม่ทราบว่า ใช่คนที่เคยนั่งหมายเลข 8 หรือเปล่าครับ ตอนนั้นผมยาว แต่ตอนนี้ผมสั้น ใช่หรือเปล่าครับ"

เค้ายิ้ม แล้วทำหน้าประหลาดใจ พร้อมกับตอบว่า "ใช่ค่ะ"

เท่านั้นแหละครับ ต่างคนต่างยิ้มให้กัน เสมือนบอกว่า "ต่างคนต่างจำกันได้ดี"

ผมเชื่อว่า เค้าจำผมได้ เพราะผมดันไปถามคำถามอะไรไว้มากมายเมื่อปีที่แล้ว

ผมจึงลุกแล้วบอกว่า "ขอบคุณมากครับ" แล้วเดินจากไปด้วยรอยยิ้มและความสุขใจ

ในใจก็คิดว่า "หน้าใสเหมือนเดิม เพียงแค่ตัดผมสั้นลงเท่านั้นเอง"

 

อิ อิ  "ความสุข" เกิดจาก "ความเอื้ออาทร" ที่มนุษย์ต่างมีให้กันและกัน นะครับ

ยิ่งคิดก็ยิ่งแปลกใจว่า "โชคชะตาทำให้เรามาพบกันอีกปี ... พอจะเรียกว่า ดวงสมพงษ์ กันได้ไหมครับเนี่ย"

ทำปัจจุบันให้มีความสุขไว้ก่อน 

ขอให้มีความสุขกันทุกคนครับ

ขอบคุณมากครับ :)