ผู้หญิงคือควาย ผู้ชายคือคน

คลินิกหมอความ

ความเสมอภาคกันระหว่างชายและหญิง กลายเป็นเรื่องสำคัญของสังคมไทยไปเสียแล้วจนต้องมีการบัญญัติกฎหมายออกมาหลายฉบับ รวมถึงการแก้ไขกฎหมายที่มีอยู่แล้วมากมายที่อยู่ภายใต้แนวความคิดที่ว่า ผู้หญิงคือควาย ผู้ชายคือคน เสียใหม่ให้สอดคล้องกับหลักความเสมอภาค คำนำหน้าชื่อสตรีก็เป็นเรื่องใกล้ตัวที่สุดของหญิงที่มีการเปลี่ยนแปลงไป โดยกฎหมายที่มีชื่อว่า พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. 2551 โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2551 เป็นต้นมา

เหตุผลในการประกาศใช้ระบุไว้ว่า  การที่ใช้คำนำหน้านามของหญิงที่จดทะเบียนสมรสแล้ว และหญิงที่จดทะเบียนสมรสแล้วแต่ต่อมาการสมรสได้สิ้นสุดลง ต้องใช้คำนำหน้าว่า นาง โดยมิอาจเลือกได้ตามความสมัครใจ ทำให้เกิดผลกระทบต่อหญิงดังกล่าวในการดำรงชีวิตประจำวัน อาทิ การประกอบอาชีพ การศึกษาของบุตร และการทำนิติกรรมต่างๆ และส่งผลให้การใช้คำนำหน้านามในลักษณะดังกล่าวของหญิงมีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างทางเพศ สมควรกำหนดให้หญิงมีทางเลือกในการใช้คำนำหน้านามตามความสมัครใจ ซึ่งเป็นการสอดคล้องกับการเลือกใช้นามสกุลตามกฎหมายว่าด้วยชื่อบุคคล

สำหรับเนื้อหาสำคัญโดยสรุปของ พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. 2551 มีดังนี้

1.   หญิงที่มีอายุ 15 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปและยังไม่จดทะเบียนสมรส ให้ใช้คำนำหน้านามว่า นางสาว

2.   หญิงซึ่งจดทะเบียนสมรสแล้ว จะใช้คำนำหน้านามว่า นาง หรือ นางสาว ได้ตามความสมัครใจ โดยให้แจ้งต่อนายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียนสมรสครอบครัว

3.   หญิงซึ่งจดทะเบียนสมรสแล้ว หากต่อมาการสมรสสิ้นสุดลง จะใช้คำนำหน้าว่า นาง หรือ นางสาว ได้ตามความสมัครใจ โดยให้แจ้งต่อนายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการจดทะเบียนสมรสครอบครัว

นอกจากการให้สิทธิหญิงที่สมรสในการเลือกคำนำหน้าชื่อแล้ว ยังมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 21/2546 ได้ให้สิทธิกับหญิงที่จะจดทะเบียนสมรสมีสิทธิใช้นามสกุลเดิมของตนเอง หรือหากจะใช้นามสกุลสามีก็ต้องให้สามีอนุญาตเสียก่อน ในกรณีที่หญิงได้จดทะเบียนสมรสก่อนวันที่ 5 มิถุนายน 2546 (ก่อนมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ) อยากให้นามสกุลเดิมก็ต้องยื่นคำร้องเฉพาะตัวขอเปลี่ยนนามสกุลไปใช้นามสกุลเดินก่อนจดทะเบียนสมรสได้

ผู้เขียนเคยถามความเห็นของผู้ชายต่อกฎหมายดังกล่าว ส่วนใหญ่ก็มักจะได้คำตอบคล้ายๆ กันว่า แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าคนไหนโดน (?) แล้ว เมื่อนำคำนี้ไปถามผู้หญิงก็ได้คำตอบว่า แล้วเอ็งจะรู้ไปทำไม

                                                                                                จักรกฤษณ์  สถาปนศิริ [email protected]