คำขวัญเก่า สระแก้ว เมืองข้าวสารป่น คนดำ น้ำขุ่น ฝุ่นเยอะ

          เชื่อว่าหลายคนที่อ่านหัวข้อเรื่อง คงคิดไปว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนอะไรสักอย่าง ยอมรับว่า เป็นการเปลี่ยนแน่นอน แต่ไม่ได้เปลี่ยนตามที่หลายท่านเข้าใจนะครับ ระหว่างวันที่ 14 - 15 ธันวาคมที่ผ่านมา เตริอข่าบศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ ทั่วประเทศ จาก 48 จังหวัด เกือบ 200 คน มาชุมนุมกันที่สระแก้ว มีการสัมมนาเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานที่เป็นประโยชน์ มากมาย ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ก็ไปให้การต้อนรับ ผมเข้าไปร่วมรับประทานข้าวมื้อเย็นกับเขา ในวันที่ 15 ธันวาคม

         ผมพบผู้ยิ่งใหญ่ในแนวทางของเกษตรธรรมชาติมากมาย พี่ทองเหมาะ จากสุพรรณบุรี คุณธีระจากจันทบุรี อาจารย์ยักษ์ จากมาบเอื้อง ขลบุรี และใครต่อใครอีกมากมายื เสียดาย คืนวันที่ 15 หลสยคนกลับไปบ้างแล้ว ส่วนพวกที่เหลือ เขาอยู่ต่อเพี่อร่วมงานการเปิดโรงสีพระราชทาน ที่บ้านคลองทราย ในวันที่ 16 และร่วมสัมมนาที่โพธิวิชชาลัย

         รุ่งเช้าวันที่ 16 หลังจากพิธีเปิดโรงสีพระราชทาน ที่บ้านคลองทรายแล้ว พวกเราก็มาร่วมสัมมนากันที่ โพธิวิชชาลัย ผมได้รับเกียรติให้เข้าร่วมอภิปรายด้วย บนเวทีมีผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน มีท่านอธิการบดี มศว.ประสานมิตร อาจารย์วิวัฒน์  ศัลยกำธร นายก อบต.หนองหมากฝ้าย ตัวแทนจากหน่วยทหาร ลุงโปรย ปราชญ์ชาวบ้าน ผม และคุณสมืทธิ์ หัวหน้าศูนย์กสิกรรมธรรมชาติสระแก้ว โดยมีอาจารย์กวี จาก มศว. เป็นผู้ดำเนินการอภิปราย

          ประเด็นของการเปลี่ยนอยู่ตรงนี้ครับ ผู้แทนจากหน่วยทหารเล่าให้ฟังว่า เมื่อจบ จาก จปร. เขาถูกส่งตัวมราฝึกยุทธวิธี ที่สระแก้ว ซึ่งตอนนั้นยังเป็นจังหวัดปราจินบุรีอยู่ เขาบอกว่าเขาไม่รู้จักสระแก้วเลย เพียงแต่ฟังคนอื่นเล่าว่า สระแก้วเป็นเมือง ข้าวสารป่น คนดำ น้ำขุ่น ฝุ่นเยอะ  เชื่อใหม พอท่านพูดแค่นี้ คนทั้งหอประชุมหัวเราะกันใหญ่เลย รวมทั้งผมด้วย ผมไม่เคยได้ยินเรื่องอย่างนี้มาก่อนเลย

         พยายามคิดตาม ก็เห็นเค้าว่าท่าจะจริง เพราะความแห้งแล้งเป็นสาเหตุ ข้าวสารป่น ก็เพราะขาดน้ำ ทุกอย่างเกิดจากการขาดน้ำอย่างเดียว ท่านนายก ลำไย  นายก อบต.หนองหมากฝ้าย  นั่งติดกับผมแอบถามว่า  ผอ.คิดว่าทุกวันนี้ มันยังเป็นอย่างนี้ใหม?  ผมกระซิบตอบไปว่า บ้านเรามีแนวโน้มว่าจะดีขึ้น พร้อมทั้งให้แนวคิดในการพูดแก้ข้อกล่าวหา ในฐานะเป็นคนสระแก้วโดยกำเนิดของท่านนายก

          พอถึงคิวท่าน นายก อบต. พูด ท่านบอกว่ายอมรับว่าในอดีต สระแก้วเป็นเมือง ข้าวสารป่น คนดำ น้ำขุ่น ฝุ่นเยอะ แต่คำขวัญนี้กำลังจะเปลี่ยนไปในโอกาสอันใกล้นี้ ดังนั้น คำขวัญใหม่จะเข้ามาแทนที่ ท่านเริ่มพูดด้วยเสียงที่ดังมากขึ้น   ในอนาคตอันใกล้นี้ สระแก้วจะกลายเป็นเมือง ข้าวสารดี สตรีสวย ร่ำรวยธรรมชาติ นักปราชญ์เต็มเมือง  เท่านั้นละเสียงปรบมือก้องหอประชุม

          ผมนั่งถอนใจเฮือกใหญ่ อยากถามตัวเองเหลือเกิน  แล้วพวกเราจะเปลี่ยนไหว มั้ยวะ