ชีวิตเป็นอนิจจัง ไม่มีสิ่งใดจีรังและยั่งยืน

มีพบแล้วก็ต้องมีจาก

มีเสียงหัวเราะ ครึกครื้นแล้วก็ย่อมมีความเงียบเหงา

หากชีวิตของเรายังยึดติดกับอารมณ์แบบไม่จีรังและยั่งยืนแบบนี้ ทุก ๆ ครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง ใจเรานั้นก็คลอนแคลนไปตามสิ่งที่เปลี่ยนแปลงนั้น

ใจเรานั้นหนอชอบไปยึด ไปติดกับสิ่งที่เป็นอนิจจัง เนื่องด้วยเพราะชีวิตของเราคงอยู่ ติดอยู่ กับเรื่อง กับสิ่งที่ล้วนแล้วแต่อนิจจัง หรือแม้แต่ชีวิตเรานี้ก็ อนิจจัง พร้อมด้วยทุกขัง และทุกครั้งก็ต้อง "อนัตตา..."


 

ชีวิตที่เกิดขึ้นมานี้ ก็เพื่อเกิดขึ้นมาเพื่อทำความดี เพื่อเสียสละ

เมื่อทำความดีแล้วต้องไม่ติดดี

เมื่อทำความดีแล้วต้องสละความดีนั้นออกเสียจากใจ

เมื่อไม่ติดดี และสละความดีออกได้จากใจ ใจของเรานั้นย่อมไม่คลอนแคลนไปตามสิ่งต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลง


 

ชีวิตของคนทุกคนนั้นล้วนแล้วแต่มีกรรมเป็นของ ๆ ตน มีกรรมเป็นผู้ให้ผล มีกรรมเป็นแดนเกิด มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย ใครทำกรรมใด ๆ ไว้ ดีก็ตาม ชั่วก็ตาม จักต้องได้รับผลของกรรมนั้น ๆ สืบไป

อันชีวิตที่เปรียบเสมือนดั่งเรือลำน้อยที่ลอยละล่องอยู่กลางนาวาที่ต้องฝ่าคลื่นลมที่ถาโถมและไหลเชี่ยว

ต้องเรรวน ปรวนแปรไปตามกระแสแห่งกรรม อันเป็นการกระทำซึ่งเกิดทั้งในอดีต และปัจจุบัน ซึ่งกรรมนั้นนั่นเองจะบ่งบอกถึง "อนาคต..."

จิตอันสั่งสมด้วยกรรมดี จักนำพาบังเกิดสิ่งดี ๆ ในสัมปรายภพ อันเป็นจุดจบของสรรพสิ่ง


 

ความเกิด การตั้งอยู่ และการดับนั้น ทุกชีวิตล้วนจักต้องประสบและพบเจอ

เมื่อความตายเป็นจุดจบของสรรพสิ่ง เจ้าจักวิ่งหนีความจริงคือความตายหรือฉันใด


 

อารมณ์ ความรู้สึก ชีวิต และจิตใจ สุดท้ายเมื่อเกิดมาก็ต้องดับ

วันนี้ที่ยังมี ยังตั้งอยู่ มีไว้เพื่อรู้ "รู้ทำดี"