ารมาค่ายครั้งนี้ผมหวังว่าความดีที่เป็นผลจากการทำงานทั้งหมด...คงส่งผมให้แม่ไม่ต้องทรมานกับหนาวในครั้งนี้...สาธุ.

         เย็นวันที่ 12 ธันวาคม 2551 รถยนต์ของพี่พนัส อัดแน่นไปด้วยสัมภาระต่างๆ  ทั้งเต็นท์ ถุงนอน  กระเป๋าเสื้อผ้า  กล้องวีดีโอ  ปลั๊กไฟ  รวมถึงผู้ร่วมทางอีก 4 คน  ได้แก่  พี่สุริยะ  พี่พนัส และน้องดิน น้องแดน หัวแก้วหัวแหวนของพี่พนัส... ส่วนสาเหตุที่ไม่ได้ไปพร้อมกับเพื่อนๆช่วงตี5ของเช้าวันเดียวกันคือผมมีโปรเจคที่ต้องส่ง...ก็เลยพลาดโอกาสร่วมลงมือทำงานตั้งแต่เช้า...รวมถึงการจับบัดดี้ และพ่อฮักแม่ฮัก...

       แม้ว่าผมเคยเดินทางมาที่นี่ครั้งหนึ่งแล้วจากการสำรวจค่ายเพื่อนำเสนอข้อมูลของพื้นที่แก่ที่ประชุม... เพราะเป็นคนเดียวที่เคยเดินทางมาที่บ้านหนองหญ้าปล้อง การเดินทางครั้งนี้จึงทำให้ผมรู้สึกกดดันเป็นพิเศษเนื่องจากการเดินทางเป็นเวลากลางคืนประกอบกับสายตาที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก ที่สำคัญ คือ กลัวบอกเส้นทางพี่พนัสผิด แต่รถที่เกือบจะเป็นปลากระป๋องของพี่พนัสก็นำพาเรามาสู่ค่ายต้านลมหนาวสานปัญญา    โรงเรียนเหล่าภูพาน  สาขาบ้านหนองหญ้าปล้อง  ตำบลแซงบาดาล อำเภอสมเด็จ  จังหวัดกาฬสินธุ์    อย่างปลอดภัย ผมเดินทางมาถึงโรงเรียนเหล่าภูพาน สาขาหนองหญ้าปล้อง เกือบจะ3ทุ่ม  ภาพที่ปรากฏตรงหน้า คือ การประชุมสรุปงานทั้งวันของเหล่านิสิตเพื่อนพ้องน้องพี่ของผม ท่ามกลางอากาศที่หนาวจัดบวกกับลมแรงที่พัดกระทบกายอยู่ตลอดเวลา ตัวผมเองก็อดเป็นห่วงสมาชิกค่ายและเจ้า ดิน แดนหลานทั้งสอง อยู่ไม่น้อย..

   เสื้อกันหนาวลายพรางของแม่จึงถูกนำมาใช้ และก็ทำหน้าที่ของมันได้ดีที่สุด...อากาศเย็นพัดกระทบกายอยู่ตลอดเวลา  ผมอดนึกคิดถึงคนที่อยู่บ้านไม่ได้ โดยเฉพาะ ทูนหัวของผม...

แม่ หน้าหนาวอย่างนี้...แม่เป็นคนขี้หนาวและร่างกายไม่ค่อยจะแข็งแรงนัก อาการถุงลมโป่งพอง และไทรอยด์ ปีศาจร้ายคงจะทำร้ายแม่ของผมอยู่...

หลังจากกิจกรรมทั้งหลายทั้งปวงเสร็จสิ้นลง...ผมพอที่จะมีเวลาแอบเล่นกีต้าร์จากการยืมกีต้าร์ของเพื่อนต่างองค์กรที่เข้าร่วมค่ายมาบรรเลงเพลงที่ผมตั้งใจอยากจะเล่นให้เพื่อนร่วมค่ายฟังเพื่อให้นึกถึงคนที่อยู่ข้างหลังของพวกเขา...เพลงความแค้นของแม่ ของน้าหงา สุรชัย  จันธิมาธร ทำเอาใจผมสั่นและคิดถึงแม่อยู่ไม่น้อย..

 

การมาค่ายครั้งนี้ผมหวังว่าความดีที่เป็นผลจากการทำงานทั้งหมด...คงส่งผมให้แม่ไม่ต้องทรมานกับหนาวในครั้งนี้...สาธุ.