มีโอกาสรับรู้ปัญหาข้าวโพดจากคำบอกเล่าของเพื่อน เมื่อปลายเดือน สิงหาคม 2549 เพื่อนผมบอกให้ทราบว่า ปัญหาข้างหน้ามองว่ามีมากมาย เนื่องจากเพื่อนเป็นนักพัฒนาพันธุ์พืช เห็นวิธีการเอาเปรียบของบริษัทยักษ์ใหญ่ เขามองไปไกลว่า ต้นทุันการผลิตจะสูง ขณะที่พันธุ์ข้าวโพดดั้งเดิมเปลี่ยนไป พันธุ์ที่ืซื้อมาไม่สามารถขยายอีกได้ แล้วพันธุ์นั้นสนองตอบต่อยาก และสิ่งที่มีการคิดค้นมาเื่พื่อพันธุ์ที่เขาเอามาขาย ผมเองก็ได้แต่ฟัง เพราะเราไม่ค่อยได้เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตรสักเท่าไหร่
สิ่งที่ผมคิดว่า ไม่น่าเกี่ยวข้องทำให้ผมต้องเกี่ยวข้องจนได้ เมื่อปลายเืดือน ตุลาคม 2551 ภรรยากลับบ้านไม่ได้ตามเส้นทางปกติ เพราะเหตุมีการชุมนุมปิดถนนบริเวณด่านตรวจบ้านห้วยน้ำอุ่น ตั้งแต่วันที่ 20 - 23 ตุลาคม 2551 พวกเราต้องใส่ใจศึกษาหาความรู้ต่าง ๆ แล้วคิดพิจารณาย้อนคิดถึงคำบอกเล่าวของเพื่อนนักวิชาการว่า เขาวิเคราะห์ปัญหาได้แม่นยำเหลือเกิน ณ เวลานี้ไม่อยากให้มีการซ้ำเติม ควรพิจารณาและแก้ไขปัญหาภาคเกษตร ที่เรียกว่าแก้ปัญญหาข้าวโพดน่านกันไปก่อน
สัปดาห์ที่แล้วพี่น้องสมาพันธ์ฯ ยกคณะมายื่นหนังสือต่อผู้บริหารระดับสูงจังหวัด ๆ เรียกประชุมด่วนในวันที่ 15 ธันวาคม 2551 เพื่อนำข้อเสนอต่าง ๆ ทั้งที่ผ่านมา และข้อเสนอในวันนี้ เพื่อดูแลแก้ไขปัญหาข้าวโพดน่าน เพื่อไม่ให้มีเหตุบานปลาย ปัญหาในพื้นที่เมื่อแก้ไขได้แล้ว ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับระดับสูงเกินจังหวัด เป็นหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเป็นกลไกราชการ จำเป็นต้องรับลูกไปดูแลแก้ไขปัญหาประชาชน
ทราบว่าประชาชนน่าน เห็นว่า การที่จังหวัดน่านรับเรื่อง รับข้อเสนออย่างเดียวนั้นยังไม่เพียงพอ พวกเขายังจำเป็นต้องเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครด่วน เืพื่อไปยื่นหนังสือต่อกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้รับรู้และเร่งรัดดูแลแก้ไขปัญหาข้าวโพดน่านโดยด่้วน แม้ว่ารัฐบาลเดิมจะอยู่ในสถานะรัฐบาลรักษาการ และในวันนี้สภาผู้แทนราษฏร ได้เสนอชื่อให้มีคัดเลือก สส.เป็นนายกรัฐมนตรี ปัญหาข้าวโพดน่านจะไม่ได้รับการแก้ไขแน่นอน หากผู้บริหารระดับประเทศที่กระทรวงและรัฐบาลไม่ใส่ใจดูแลในเร็ววัน หวั่นใจว่า หากเพิกเฉยเสียคงเกิดผลเสียหายใหญ่หลวงกันเหมือนที่ผ่านมากันอีก ถึงวันนั้นจะโทษใครกันดี
ทําไมข้าวโพดที่เมือ
งน่าน ต้องรับชื่อตอนกลางคืนด้วย
ตอนกลางวันทําไมไม่ชื่อช่วยตอบผมหน่อย
แล้วใครจะเข้ามารับผิดชชอบ
ทุกปีข้าวโพดที่เมืองน่าน ทําไมขายได้แล้วปีนี้ทําไมมีปัยหามากมาย
เงินก็ไมพอใช้ คนที่รวยก็สบาย
ขอขอบใจที่เอาใจใส่ถามมา ขอตอบเท่าที่รู้ มาถึงวันนี้ปัญหารออยู่ข้างหน้า จำเป็นต้องฟัง รับรู้และหาทางช่วยกัน หลายครั้งคนรวยเดือดร้อนรัฐยังเข้าช่วย เกษตรกรไม่ใช่คนอื่น มาตรการรรับจำนำที่ทำอยู่ เป็นเครื่องมือรัฐที่ต้องการแทรกแซง เพื่อให้ราคารับซื้อสูงขึ้นเป็นกลไกอย่างหนึ่ง แต่เกษตรกรรมักเข้าใจว่า รับจำนำคือขายขาด อันที่จริงแล้วไม่ใช่เลยครับ ใครจะรวย จะจน ว่ากันไปแต่เมื่อมีปัญหา ต้องฟัง ร่วมหาทางออก ทางแก้โดยสันติวิธีครับ