วันนี้หลังหมดชั่วโมงที่ 4 ผอ.มอบหมายให้ครูวรางค์ภรณ์นำสื่อ นวัตกรรมของเพื่อนครูภายในกลุ่มที่ส่งประกวด ไปมอบให้ประธานกรรมการตัดสิน เมื่อหมดชั่วโมง จึงเก็บข้าวของ รวมทั้งสื่อดังกล่าว จัดใส่กล่อง ใส่ตะกร้า ให้นักเรียนช่วยถือไปส่งขึ้นรถที่จอดเยื้องอยู่หน้าอาคารเรียน
นักเรียนเดินไวกว่า ลงไปรอที่รถแล้ว ครูวรางค์ภรณ์จึงลงมาถึงชั้นล่างของอาคาร ในมือคล้องกระเป๋าถือมาด้วย ก่อนจะลงบันไดหน้าอาคาร ครูวรางค์ภรณ์มองเห็นผู้ชายวัยฉกรรจ์สองคน คนหนึ่งคร่อมรถมอเตอร์ไซต์ สวมหมวกกันน็อค ส่วนคนที่สองยืนอยู่ข้างรถ ไม่สวมหมวก ทั้งสองมองมาที่ครูวรางค์ภรณ์ แล้วคนที่ยืนก็เดินตรงมาหาครูวรางค์ภรณ์ ต่างคนต่างมองกัน ที่ครูวรางค์ภรณ์มอง เพราะคิดว่าเขาจะถามอะไร แต่เขาไม่ถาม ได้แต่เดินตรงมา แต่ก็ไม่ทันได้สวนทาง ครูวรางค์ภรณ์ถึงรถก่อนจึงเลี้ยวเข้ารถเปิดประตู วางกระเป๋าถือ ล็อคกุญแจทันที แต่ตัวยังไม่ได้เข้าเพราะยังต้องไปเตรียมของมาใส่ท้ายรถอีก ชายคนนั้นจึงเดินเลยไป
เขาเดินไปตามห้องชั้นล่างของอาคาร มองเข้าไปทุกห้องจนถึงห้องริมสุดเป็นห้องชั้นม.1 แต่เด็กม.2 กำลังเรียนอยู่ ขณะนั้นคุณครูผู้สอนออกไปพบผอ. ทิ้งเด็ก ๆ ทำงานอยู่ตามลำพัง 18 คน ครูวรางค์ภรณ์ก็เดินสวนกลับขึ้นไปอีก ชายคนดังกล่าวผ่านก๊อกน้ำ เขาแวะล้างมือ แต่เหมือนไม่ได้ตั้งใจที่จะล้าง ส่วนสายตาเขาก็ยังมองครูวรางค์ภรณ์อยู่ แล้วเขาก็เดินลงบันไดหน้าอาคารไป ครูวรางค์ภรณ์เลยเดินไปถามนักเรียนชั้นม.2 ว่าชายคนนั้นมาหาใคร เด็ก ๆ บอกไม่ทราบ เมื่อถามว่าใช่คนแถวบ้านเราหรือเปล่า เด็กก็บอกไม่ใช่อีก ไม่เคยเห็นหน้า พอดีเด็กชายคนหนึ่งปากไว ลุกออกไปที่ประตูห้อง ตะโกนถามไล่หลังไปว่า “พี่ พี่ มาหาใครครับ” ชายคนนั้นตอบว่า “ไม่ได้มาหาใคร จะทำไม” คุณครูที่อยู่ได้ยินเสียง จึงออกมาดูกัน รวมทั้งผอ.ด้วย (ผอ.หญิง) ชายคนดังกล่าวจึงขึ้นซ้อนท้ายมอเตอร์ไซต์เพื่อนที่จอดรออยู่ ขับออกจากโรงเรียนไป ก่อนออกรถ คนขี่ได้ยื่นหมวกกันน็อคให้คนซ้อนได้สวมด้วย
พวกเราได้พูดคุยกัน วิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นคนแปลกหน้า มีพฤติกรรมน่าสงสัย ให้ช่วยกันระมัดระวังเป็นหูเป็นตาให้กัน แล้วครูวรางค์ภรณ์ก็ขับรถออกจากโรงเรียน เพราะนัดกรรมการตัดสินสื่อไว้ที่เวลา 14.30 น.
หลังจากส่งมอบสื่อให้คุณครูที่เป็นกรรมการแล้ว ครูวรางค์ภรณ์ก็เตรียมกลับบ้าน พอดีพี่ที่โรงเรียนโทรศัพท์เข้ามา พี่บอกว่าชายสองคนนั้น ไปจี้กระเป๋าสตางค์ของครูโรงเรียนที่อยู่ถัดจากโรงเรียนครูวรางค์ภรณ์ไปประมาณ 3 กิโลเมตร ได้กระเป๋าและในกระเป๋านั้นมีเงินสด 6,000 บาท สร้อยคอทองคำ บัตรเครดิตและหลักฐานทางราชการหลายรายการ โดยขึ้นไปหยิบเอาที่ห้องเรียนเลย ในขณะที่ครูเจ้าของกระเป๋าก็นั่งอยู่ที่โต๊ะ นักเรียนก็อยู่เต็มห้อง แถมมันยังทำร้ายนักเรียนที่ส่งเสียงร้องด้วยความตกใจอีกด้วย ซึ่งโรงเรียนดังกล่าวเปิดสอนถึงชั้นป.6 เด็กนักเรียนจึงเป็นเด็กเล็ก โดยเฉพาะห้องที่เกิดเหตุ เป็นห้องนักเรียนชั้นป.3
เราวิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่เกิดขึ้น แล้วครูวรางค์ภรณ์ก็มาปะติดปะต่อเรื่องได้ดังนี้
1. เจ้าสองคนนั้นคงมาซุ่มดูลาดเลาที่โรงเรียนครูวรางค์ภรณ์
2. เมื่อครูวรางค์ภรณ์เดินมา มันจึงคิดว่าพบเหยื่อแล้ว จึงเดินตรงมาเพื่อกระทำการ
3. จังหวะไม่ให้ เพราะก่อนที่จะเดินสวนกัน ครูวรางค์ภรณ์เลี้ยวเข้ารถก่อน
4. ที่มันไม่กระชากกระเป๋า มันคงคิดจะเอาสร้อยที่ครูวรางค์ภรณ์สวมมากกว่า
5. แต่เมื่อเดินมาใกล้ จึงรู้ว่าไม่ใช่ทองคำ เพราะครูวรางค์ภรณ์สวมสร้อยคอเป็นทองเคสองเส้น สร้อยข้อมือก็เป็นทองเค
6. มันเลยเสียจังหวะแก้เขินเดินเลยไปดูตามห้อง
7. ไปเจอห้องที่คุณครูไม่อยู่ มีกระเป๋าครูวางอยู่ แต่ไปเจอเด็กม.2 ตัวโต ๆ ทั้งนั้น และเป็นขณะที่เด็ก ๆ ล้อมดูงานที่โต๊ะครูอยู่ ก็พลาดจังหวะไปอีก
8. พอเด็กตะโกนถาม ครูจึงโผล่ออกจากห้องไปดูจำนวน 4-5 คน มันจึงไม่เสี่ยงที่จะกระทำการ
9. เมื่อมันสวนทางขากลับกับครูวรางค์ภรณ์ มันแกล้งก้มทำเป็นล้างมือที่ก๊อกน้ำแต่ตาก็ยังมองครูวรางค์ภรณ์อยู่คิดว่ามันคงมองสร้อยคอครูวรางค์ภรณ์ เพราะวันนั้นครูวรางค์ภรณ์ใส่เสื้อสูท สวมทับตัวใน ปกเสื้อสูทแบะออกทำให้เห็นสร้อยได้ถนัด มันคงมองอย่างชั่งใจว่าใช่ทองหรือเปล่า วันนั้นถ้าใส่สร้อยคอทองคำ ก็เรียบร้อยโรงเรียนวัดบ้านดาบไปแล้ว
10. ทั้งสองมาด้วยรถมอเตอร์ไซต์เวฟสีน้ำเงิน ค่อนข้างเก่า รูปร่างล่ำ ๆ คนที่เดินมาหน้าตาคม ๆ
11. ระเบิดหูข้างหนึ่ง 4 รู (ข้อนี้เด็กโรงเรียนที่คุณครูโดนจี้บอก)
12. และเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดกับครูลพบุรี หลายโรงเรียนโดนมาแล้ว ขึ้นไปจี้ถึงห้องเรียนเช่นกัน แม้โรงเรียนใหญ่ ๆ ใกล้การสัญจร ก็ยังโดนมาแล้ว
พวกโจรมันคงคิดว่าหาเอากับครูนี่แหละง่ายดี เพราะครูคงไม่มีอาวุธอะไรที่จะสู้ และครูส่วนมากก็จะคิดว่าเราอยู่กับเด็ก อยู่กับนักเรียน คงไม่จำเป็นจะต้องเตรียมตัวไว้ต่อสู้อะไรกับใคร เมื่อเกิดเรื่องขึ้นมา เราจึงสูญเสียทุกครั้ง เสียแต่ทรัพย์สินก็ยังพอทำเนา ขออย่าได้สูญเสียอะไรไปมากกว่านี้เลย ตอนนี้ตำรวจกำลังเร่งดำเนินการอยู่
.....จึงฝากเตือนพี่น้องทุกท่านด้วยความปรารถนาดี....
ครูแจ๋วค่ะ...
จองงงงงงงงงงง
ขอที่สอง
อิอิ
ขอที่สาม
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
คุณครูฮะ อย่าสวมสร้อยทองเลยฮะ ตอนนี้ทองแพง...
และสร้อยที่ไม่ใช่ทองแท้ แต่เหมือนทองแท้ ก็อาจทำให้เป็นภัย เพราะว่า ผมเคยได้ยินมาว่า บางทีโจรคิดว่าเป็นทองแท้ พอจี้ไปแล้ว เจอว่าเป็นทองไม่แท้ ขายไม่ได้เงิน โมโหที่ทำให้เสียเวลา กลับมาทำร้ายเจ้าทุกข์อีก เป็นภัยทั้งขึ้นทั้งล่อง ไม่อยากมองโลกในแง่ร้ายเลย แต่กันไว้ก่อนก็ดีนะฮะ เพราะว่าปลายปีแล้ว ใกล้เทศกาลต่างๆ ที่จะต้องใช้เงินน่ะฮะ
สวัสดีครับ คุณครู วรางค์ภรณ์ เนื่องจากอวน แสดงว่าที่โรงเรียนวัดบ้านดาบ มีความละเอียดอ่อนรอบครอบ และเข้มแข็ง จนพวกโจรไม่กล้า โชคดีแล้วครับ และขอให้โชคดีตลอดไป
ต้องระวังตัวกันมาก ๆ นะคะ ยิ่งประเภทสถานที่จอดรถตามห้าง ก่อนขึ้นรถมองซ้ายขวากันก่อน ขึ้นรถแล้วรีบล็อกประตูทันที อย่ามัวดูข้าวของที่ซื้อมาอยู่ เด๋วนี้มันหากินกันแบบนี้เยอะ
น่ากลัวนะคะพี่วรางค์ภรณ์
โชคดีที่พี่ไหวตัวทัน..เออ..สมัยนี้หากินทุกรูปแบบ
ล่าสุดที่มหาสารคาม ในวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา
มีการทำบุญตอนเช้า..หลวงพ่อมีอะไรมากมาย
กำลังจะเดินทางกลับวัด..มีผู้ชายขับมอเตอร์ไซด์เข้ามาและบอกหลวงพ่อว่า
จะมารับกลับที่วัด..แต่จะเอาข้างของที่ได้มาไปก่อนแล้วให้หลวงพ่อรออยู่ที่นี่
หลวงพ่อส่งย่ามส่งสัมภาระทุกอย่างให้..ปรากฎว่าไม่มีชายที่ว่ากลับมารับ
คอยแล้วคอยเล่า..ดูสิค่ะแม้แต่พระสงฆ์องค์เจ้ามันก็ไม่ละเว้น
สมัยนี้..เราต้องระวังตัวให้ถึงที่สุดนะคะ
ขอเป็นกำลังใจให้พี่นะคะ
สวัสดีครับพี่แจ๋ว
ครูโชคดีที่รอดพ้นค่ะ
แต่สงสารครูที่ถูกจี้นะค่ะ
เสียดาย....
เสียใจ
เสียความรู้สึก
เมื่อไหร่บ้านเมืองจะอยู่เย็นเป็นสุข ซักทีน้อ
ป้าแจ๋ว ขา ยังไม่ได้สงการบ้านให้ป้าแจ๋ว เลยนะคะ ลองดูทำแล้วอยู่ที่โรงเรียน ค่ะ ( เรื่อง หน้าปกการทำหนังสือ )
สวัสดีค่ะท่านผอ.ประจักษ์~natadee
สวัสดีค่ะน้องครูโย่ง หัวหน้า~ natadee
สวัสดีค่ะคุณ กระติก~natachoei ที่ ~natadee
สวัสดีค่ะน้องครูใหม่บ้านน้ำจุน