หากโรงเรียนที่มีชื่อเสียงให้โควต้าแก่เด็กที่โดดเด่นด้าน "ความเป็นคนดี/ประพฤติดี" ได้เข้าเรียน เป็นกรณีพิเศษ น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งในการกระตุ้นสังคม โดยให้ความสำคัญกับการตอบแทนคนดีในสังคม ไม่ใช่ตอบแทนเฉพาะคนเก่งเพียงอย่างเดียว

วันนี้(11 ธ.ค.51) ได้ไปร่วมประชุมกรรมการเขตพื้นที่การศึกษานนทบุรี เขต 2  ที่ประชุมได้หารือประเด็นต่าง ๆ หลายเรื่อง รายการสำคัญประการหนึ่งคือ เรื่อง แนวปฏิบัติในการรับนักเรียน ปี 2552

ในการรับนักเรียน ปี 2552 แนวปฏิบัติประการหนึ่ง ที่เห็นพ้องกัน

คือ การเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนในโรงเรียนใกล้บ้าน  ซึ่ง นับเป็นที่น่าชื่นชมยิ่ง คือ ที่โรงเรียนที่มีชื่อเสียงของเขตพื้นที่การศึกษานนทบุรี เขต 2  เช่น โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี  โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ หอวังนนทบุรี  โรงเรียนปากเกร็ด  และ  โรงเรียนบางบัวทอง  ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ได้รับความนิยมสูง(อัตราแข่งขันเข้าเรียนสูง) โรงเรียนเหล่านี้ เห็นพ้องที่จะรับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการคิดเป็นร้อยละ 50 ด้วยวิธีการจับฉลาก(เป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้รับสิทธิ์แบบเสมอภาคกัน)

       อีกประการหนึ่งที่มีการหารือหรือถกกันในที่ประชุม คือ ในอดีตที่ผ่านมา ในการรับนักเรียนเข้าเรียนชั้น ม. 1 หรือ ม.4 โดยเฉพาะในโรงเรียนที่ได้รับความนิยมสูง หรือมีอัตราการแข่งขันสูง จะมีการให้โควตาพิเศษสำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษ(เก่ง/เป็นเลิศด้านต่าง ๆ) และการรับเด็กกลุ่มเงื่อนไขพิเศษ เช่น ผู้ปกครองมีอุปการคุณต่อโรงเรียนมาเป็นระยะเวลายาวนาน หรือ เป็นตระกูลที่เคยบริจาคที่ดินสร้างโรงเรียน เป็นต้น  ในการนี้ คณะกรรมการได้อภิปรายกันว่า “ควรมีโควต้าด้านความเป็นคนดีหรือโดดเด่นในเรื่องความประพฤติหรือคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้วยหรือไม่” ในที่สุดคณะกรรมการเห็นว่า โรงเรียนที่ได้รับความนิยมสูง  ควรพิจารณาให้โอกาสสำหรับนักเรียนที่มีความโดดเด่นด้านความประพฤติ หรือ “มีความเป็นคนดี ในระดับที่โดดเด่นยิ่ง” ให้ได้เข้าเรียนด้วย เพื่อเป็นการส่งเสริมในเรื่องความประพฤติ หรือความเป็นคนดีของเด็กไทยในอนาคต(ส่งเสริมให้เด็กหันมาให้ความสำคัญกับการเป็นคนดี) ทั้งนี้ ให้สถานศึกษา ประกาศหลักเกณฑ์หรือ “วิธีการคัดเลือกคนดี หรือ นักเรียนที่มีความประพฤติดี” ที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม

อนึ่ง ในการนี้ ผอ.โรงเรียนบางบัวทอง กล่าวต่อที่ประชุมว่า จะทดลองคัดเลือกหรือให้โควต้า “คนดี หรือนักเรียนที่มีความประพฤติดี” ให้มีโอกาสเข้าเรียนในชั้น ม.1 เป็นกรณีพิเศษ สัก 1 ห้องเรียน ประมาณ 30-40 คน ด้วยวิธีการที่เหมาะสม (อาจเป็นนักเรียนที่มีผลการเรียนระดับปานกลาง แต่มีความโดดเด่นด้าน “การเป็นคนดี”) แล้วค่อยทำการวิจัยประเมินผล เพื่อให้ได้ข้อมูลสำหรับการดำเนินการในปีต่อไป หรือสำหรับโรงเรียนอื่นๆ ต่อไป...ผมฟังแล้ว รู้สึกชื่นชม ในความคิดของ ผอ.ท่านนี้(ผอ.เกษียณ มีแต้ม) หากโรงเรียนแห่งนี้สามารถดำเนินการได้ตามแนวคิดอย่างแท้จริง..และหากมีโรงเรียนที่คิด และทำแบบนี้ได้จริง น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งในการกระตุ้นสังคม โดยให้ความสำคัญกับการตอบแทนคนดีในสังคม ไม่ใช่ตอบแทนเฉพาะคนเก่งเพียงอย่างเดียว