คุมมันคุ้มไหว ใครตัดสิน

คุณรู้จักดีแค่ไหนใช้ถูกต้องรึยังจ้ะ

ถุงยางอนามัยที่เรารู้จักกันอยู่ในทุกวันนี้เริ่มมีการบันทึกไว้เป็นครั้งแรก

ในสมัยของกษัตริย์ฟาโรห์แห่งอียิปต์โบราณเมื่อกว่า5,000ปีมาแล้ว

โดยนำลำไส้ของสัตว์มาทำเป็นอวัยวะเพศชายขณะร่วมเพศ

เพื่อเป็นการคุมกำเนิด ในปีค.ศ.1564 ก็มีการใช้ผ้าลินิน

มาทำเป็นปลอกสวมที่อวัยวะเพศชายเพื่อป้องกันโรคซิฟิลิส

ต่อมาได้มีนายแพทย์ชาวอังกฤษ ชื่อ Dr.Condomได้ประดิษฐ์

ปลอกสวมบนอวัยวะเพศชายเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

(VenerealDiseases)ต่อมาภายหลังได้มีการพัฒนานำเอาลำไส้แกะ

และยางธรรมชาติมาใช้ในการผลิตถุงยางอนามัยจึงได้ตั้งชื่อว่า

Condom ตามชื่อนายแพทย์ชาวอังกฤษผู้คิดค้น

 

ขนาดของถุงยางอนามัยโดยทั่วไปมีขนาดตั้งแต่ 44-56mm.

ความหนา 0.05-0.08 mm ความยาวเฉลี่ยประมาณ 200 mm  

(ตามข้อกำหนดต้องยาวไม่ต่ำกว่า160 mm)แต่ในเมืองไทย

ส่วนใหญ่จะมี 2 ขนาดคือ 49 mm และ 52 mm 


http://www.geocities.com
คุณรู้จักยาคุมดีหรือยัง?

ผู้หญิงที่ทานยาคุมกำเนิดทราบหรือไม่ว่าอาจจะทำให้กระดูกอ่อนแอได้วันนี้เกร็ดความรู้มีเรื่องนี้มาฝากกัน...


แคลเซียม คือ
เป็นธาตุอาหารจำเป็นสำหรับผู้หญิงสาว ๆองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาแนะนำว่า ควรกินแคลเซียมวันละ 1,000มิลลิกรัม โดยอาจดื่มนมวันละสามแก้วหรือโยเกิร์ตสามถ้วยเนยแข็งหรือซีเรียลหรือน้ำผลไม้แบบเสริมธาตุแคลเซียมวันละสามมื้อก็ได้ ที่สำคัญก็คือหากกำลังใช้ยาคุมกำเนิดอยู่ ยิ่งจำเป็นจะต้องได้รับแคลเซียมตามปริมาณที่องค์กรอาหารและยาแนะนำ


ดร.โดโรธีทีการ์เดนผู้ร่วมวิจัย และเป็นรองศาสตราจารย์ด้านโภชนาการมหาวิทยาลัยเพอร์ดู ได้ศึกษาผลงานวิจัยว่า

ผู้หญิงที่กินยาคุมนั้น หากได้รับแคลเซียมน้อยกว่าปริมาณที่แนะนำจะสูญเสียภาวะมวลกระดูกมากกว่าผู้หญิงที่ไม่ได้ใช้ยาคุม ในช่วงวัย 20และ 30 กว่านี้ หากสูญเสียมวลกระดูกมาก โอกาสที่ต่อไปจะเป็นโรคกระดูกพรุนเมื่อสูงวัยขึ้นย่อมมีมากทำให้กระดูกเปราะและหักได้ง่าย

ยังไงทานยาคุมแล้วก็อย่าลืมทานแคลเซียมเยอะ ๆจะได้มีกระดูกที่แข็งแรง.


ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย:หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
คนที่กินยาคุมมานานๆคงจะมีคำถามต่างๆ เหล่านี้ วิธีเลือกกินยาคุมแล้วป้องกันไม่ให้เกิดสิวควรเลือกอย่างไร? ถ้ากินมาแล้ว 6-7ปีจะทำให้เป็นมะเร็งได้หรือไม่?เรามีคำตอบมาให้ค่ะ

นายแพทย์วิริยะ เล็กประเสริฐ สูตินารีแพทย์บอกว่า

ยาคุมที่กินแล้วไม่เป็นสิวก็คือยาคุมที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนและแอนโดรเจนรวมกันอยู่ใน 1 เม็ด แต่ควรเลือกชนิดที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนหรือฮอร์โมนเพศหญิงประมาณ 20 มิลลิกรัมต่อเม็ดก็จะช่วยป้องกันสิวได้


แต่ในยาคุมที่มีฮอร์โมนรวม 2ตัวนี้อยู่ก็จะมีฮอร์โมนโปรเจสโตเจน

ซึ่งออกฤทธิ์ข้างเคียงเหมือนฮอร์โมนเพศชายหรือแอนโดรเจนอีก 1ตัว ถ้าสาวๆ คนไหนโดยปกติในร่างกายมีฮอร์โมนเพศชายมากอยู่แล้วก็จะทำให้มีสิวมากขึ้นได้เช่นกันเพราะฉะนั้นควรให้แพทย์เป็นผู้ช่วยเลือกให้

ส่วนคนที่กินยาคุม 6-7ปีแล้วกลัวเป็นมะเร็ง

ก็อาจเกิดขึ้นได้ถ้าสาวคนนั้นเคยมีประวัติคนในครอครัวเป็นมะเร็งมาก่อนเนื่องจากยาคุมกำเนิดส่วนใหญ่จะทำให้มีอัตราเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมได้แต่ค่อนข้างน้อย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : เลดี้ทิป


นักวิจัยอังกฤษยืนยันยาคุมช่วยป้องกันมะเร็งรังไข่ได้


ลอนดอน 25 ม.ค. - คณะนักวิจัยในอังกฤษสรุปผลการศึกษาว่ายาเม็ดคุมกำเนิดช่วยชีวิตผู้ป่วยมะเร็งรังไข่ในอังกฤษไว้แล้วอย่างน้อย100,000 คน ตลอด 50 ปีที่ผ่านมาและในอีกไม่นานจะช่วยป้องกันผู้ป่วยรายใหม่ได้ปีละ 30,000 คนเพราะเริ่มเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้น

วารสารแลนเซทลงพิมพ์ผลการศึกษาดังกล่าวของคณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ดที่ได้จากการวิเคราะห์ผลการศึกษาเก่า45 ชิ้น ก่อนหน้านี้ มีการเชื่อมโยงกันมานานแล้วว่ายาเม็ดคุมกำเนิดช่วยลดอัตราการเป็นมะเร็งรังไข่แต่การศึกษานี้พยายามลงลึกในรายละเอียดเพื่อหาว่ายาเม็ดคุมกำเนิดมีผลตลอดชั่วอายุของผู้หญิงอย่างไรพวกเขาพบว่า แม้ยาเม็ดคุมกำเนิดช่วงคริสต์ทศวรรษหลังปี 1960 และ 1970มีปริมาณฮอร์โมนสูงกว่าปัจจุบัน 2 เท่าแต่ผลในการป้องกันมะเร็งรังไข่ไม่ได้แตกต่างกันแต่อย่างใดและผลในการป้องกันก็ยังคงอยู่หลายสิบปีหลังจากหยุดรับประทานยาไปแล้ว

อย่างไรก็ดีการรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดไม่ได้มีแต่ผลดีอย่างเดียวผลเสียอีกด้านหนึ่งคือเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูกแต่นักวิจัยให้ความมั่นใจแก่สตรีอายุน้อยว่าไม่ต้องกังวลเรื่องนี้เพราะยาเม็ดคุมกำเนิดให้ผลลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งรังไข่มากกว่าเพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็งชนิดอื่นด้านบทบรรณาธิการของแลนเซทระบุว่าผลการศึกษานี้เป็นหลักฐานสนับสนุนกระแสเรียกร้องให้ยาคุมกำเนิดเป็นยาที่จำหน่ายได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ปัจจุบันสตรีในอังกฤษที่ต้องการซื้อยาเม็ดคุมกำเนิดต้องมีใบสั่งแพทย์เพราะยาชนิดนี้ไม่ปลอดภัยสำหรับผู้มีประวัติลิ่มเลือดอุดตันเป็นโรคหัวใจ และเป็นโรคตับ.- สำนักข่าวไทย

 

http://opdlabudon.blog.dada.net/