ส.อ.ท. วอนรัฐเร่งพยุงภาคธุรกิจฟื้นไข้ปิดสนามบิน

น.ส.ศุภรัตน์ นาคบุญนำ รองโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมาได้อนุมัติงบประมาณ 1.9 พันล้านบาท เพื่อปฏิบัติตามกรอบและหลักเกณฑ์ในการให้ดำเนินการเยียวยาผู้ประสบวิกฤตด้านการท่องเที่ยว กรณีสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิไม่สามารถให้บริการแก่ผู้โดยสารได้เพราะถูกปิดล้อม รวมทั้งเห็นชอบแนวทางปฏิบัติเพื่อแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติต่อไป ตามที่ผู้อำนวยการ สำนักงบประมาณเสนอ  

ทั้งนี้ จากกรณีที่วันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา ครม.ได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณเป็นหัวหน้าคณะทำงานร่วมกับกรมบัญชีกลาง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และรองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ไปพิจารณากำหนดกรอบและหลักเกณฑ์เยียวยาผู้ประสบเหตุดังกล่าว ซึ่งหลังจากเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมร่วมจึงมีข้อสรุปเพื่อจะเยียวยาและเสนอต่อ ครม.เพื่อพิจารณาและอนุมัติ  ดังนี้ กลุ่มเป้าหมายที่จะช่วยเหลือแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ตกค้างไม่สามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้ และชาวไทยในต่างประเทศที่ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้ โดยจะให้ความช่วยเหลือเป็นค่าที่พักและค่าอาหาร 3 มื้อ ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย. 51 จนถึงวันที่เหตุการณ์กลับสู่ภาวะปกติและผู้ได้รับผลกระทบเดินทางกลับภูมิลำเนาได้ แต่ต้องไม่เกินเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 9 ธ.ค. 51 ซึ่งคาดว่าจะสามารถจัดส่งนักท่องเที่ยวตกค้างได้ทั้งหมด โดยการช่วยเหลือจะเป็นการจ่ายตามจริงรายหัวแต่ต้องไม่เกินวันละ 2 พันบาทต่อวัน

นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวภายหลังการประชุมหาแนวทางเยียวยาภาคธุรกิจโลจิสติกส์ภายหลังเหตุการณ์ปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ว่า ภาคเอกชนเสนอให้รัฐหาแหล่งเงินกู้อัตราพิเศษ ลดค่าธรรมเนียมในการขนส่ง และช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ถูกปรับจากการขนส่งสินค้าล่าช้า พร้อมทั้งภาครัฐต้องหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นมาอีก เพราะการปิดสนามบินครั้งนี้สร้างความเสียหายต่อภาคธุรกิจกว่า 1.37 แสนล้านบาท โดยเป็นความเสียหายของการขนส่งทางอากาศถึง 2.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งขณะนี้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่เสียหายจากการปิดสนามบินยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ   ทั้งนี้ แนวทางการป้องกันปิดสนามบินควรจะออกเป็นกฎหมายห้ามไม่ให้ชุมนุมในสถานที่เกี่ยวข้องกับระบบการขนส่ง อาทิ สนามบิน ท่าเรือ และหากมีการชุมนุมเกิดขึ้นแกนนำในการชุมนุมต้องรับผิดชอบทางแพ่งในความเสียหายที่จะเกิดขึ้น  นอกจากนี้ รัฐบาลควรมีสนามบินสำรองไว้ พร้อมกับควรตั้งหน่วยงานขึ้นมาประสานและเจรจาหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาอีก ซึ่งแนวทางดังกล่าวข้างต้นจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นกับต่างชาติว่าประเทศไทยสามารถป้องกันไม่ให้เกิดเหตุปิดสนามบิน จะทำให้ต่างชาติมั่นใจที่จะสั่งซื้อสินค้าของไทย มั่นใจที่จะเข้าลงทุน และเข้ามาท่องเที่ยวในไทยต่อไป

ข่าวสด 10 ธ.ค. 51