อย่าเอาความสุขทั้งชีวิตไปฝากไว้กับใคร มีเขาแค่เพื่อ "เติมเต็ม" ก็พอ
คนเราทุกคนต้องการความรัก
รักแล้วก็ต้องการความสุข จนเผลอไผลคิดไปว่า รักคือความสุข อันที่จริง รักให้ได้ทั้งสุขและทุกข์
อยู่ที่เรารักอย่างไรและคาดหวังอะไรจากความรัก ต่อไปนี้เป็นวิธีคิด เพื่อสร้างมุมมองใหม่
อย่าเอาความสุขทั้งชีวิตไปฝากไว้กับใคร มีเขาแค่เพื่อ "เติมเต็ม" ก็พอ
1. ขณะรักควรมีความสุขได้ด้วยตัวเอง คนอื่นที่เข้ามาเติมความสุขให้ ถือเป็นเพียงโบนัสที่เพิ่มเข้ามา
2. ขณะรักควรปรารถนาให้ผู้อื่นเกิดสุขด้วย ไม่ใช่คิดถึงแต่ความสุขของเราฝ่ายเดียว เช่น เมื่อคนที่เรารักไม่รักเรา แต่เขามีความสุขของเขา แม้เราจะเศร้าก็ยังคิดได้ว่า อย่างน้อยก็ได้เห็นคนที่เรารักมีความสุข
3. ลดความคาดหวัง แม้เราจะเป็นปุถุชนซึ่งคงตัดความคาดหวังไม่ได้ แต่ถ้าเรายิ่งคาดหวังจากอีกฝ่ายน้อยลงเท่าไหร่ โอกาสที่เราจะสุขสมหวังก็ยิ่งมากขึ้น
4. ยอมรับความแตกต่าง ทั้งด้านสรีระและความคิดของผู้อื่น ความคิดไม่ตรงกันนั้น ถือเป็นเรื่องธรรมชาติ หากฝ่ายหนึ่งไม่พยายามทำให้อีกฝ่ายคิดเหมือนกัน และพยายามเข้าใจว่าเหตุใดจึงคิดต่างกัน ปัญหาก็จะไม่เกิด หากเข้าใจและยอมรับได้แล้ว เมื่อเห็นเขาทำตัวไม่ถูกใจ ไม่น่ารัก ขี้บ่น ใจร้อน เราก็จะปรับตัวให้เข้ากับเขาและมอบความรักให้ได้ง่ายขึ้น
5. ยอมรับความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ความรักจึงจะยืนยาว เพราะความเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดาของโลก เพลงโปรด ฟังซ้ำ อาหารจานประจำ กินบ่อยก็เบื่อ ความรักที่เคยจี๋จ๋าหวานแหวว อาจจืดจางลง แต่ยังคงความผูกพันและสัมพันธ์อันดี หรือแม้จะเลิกรา บางคู่ก็ยังเป็นเพื่อนรู้ใจต่อกันได้
6. ไม่ควรทำแต่สิ่งที่ตัวเองชอบ หรือสิ่งที่ตนคิดว่าดีให้คนอื่นเพียงอย่างเดียว จะต้องมองถึงความต้องการของเขาด้วย จะได้ไม่ต้องมาน้อยใจว่าเราอุตส่าห์หวังดี ยอมเหน็ดเหนื่อยทำเพื่อเขา แต่เขากลับไม่เห็นคุณค่า
7. ความเกรงใจ เป็นองค์ประกอบสำคัญ ควรเอาใจเขามาใส่ใจเรา เพราะคนใกล้ชิดสนิทกัน มักคิดว่าจะสามารถทำอะไรตามใจตัวได้แทบทุกเรื่อง จนลืมนึกถึงความรู้สึกของอีกคนไป
8. พูดจาชื่นชมในสิ่งดีของกันและกัน เป็นอีกหนึ่งวิธีมอบความรักที่ควรทำ บางคนละเลยว่าอยู่ด้วยกันมานาน เรื่องดีเขาคงรู้อยู่แล้วไม่ต้องชม จึงเอาแต่พูดถึงสิ่งไม่ดีหรืออยากให้อีกฝ่ายเปลี่ยนแปลง เอาแต่บ่นโดยไม่เคยชม คนฟังก็ท้อใจเหมือนกัน
9. ถ้ารักแล้วไม่แสดงออกเลยอีกฝ่ายก็คงไม่รู้ เพราะเขาไม่มีตาทิพย์ แต่การแสดงความรู้สึกแค่ไหน อย่างไร คงต้องดูว่าเป็นสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการด้วย ส่วนความต้องการของเราก็ควรบอกตรงๆ ไม่ใช่คาดหวังให้คู่ของเราเป็นหมอดู คอยเดาใจ
และถ้าจะรักให้ดีต่อสุขภาพจิต ทุกคนควรคิดว่าความรักนั้นเหมือนกับดอกไม้ที่สวยงาม หรือเป็นของหวานสำหรับชีวิต อย่ายึดติดว่าเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง อย่าคิดว่า "รัก" เป็นข้าวปลาอาหารหรืออากาศที่ขาดไม่ได้
รักแล้วก็ต้องการความสุข จนเผลอไผลคิดไปว่า รักคือความสุข อันที่จริง รักให้ได้ทั้งสุขและทุกข์
อยู่ที่เรารักอย่างไรและคาดหวังอะไรจากความรัก ต่อไปนี้เป็นวิธีคิด เพื่อสร้างมุมมองใหม่
อย่าเอาความสุขทั้งชีวิตไปฝากไว้กับใคร มีเขาแค่เพื่อ "เติมเต็ม" ก็พอ
1. ขณะรักควรมีความสุขได้ด้วยตัวเอง คนอื่นที่เข้ามาเติมความสุขให้ ถือเป็นเพียงโบนัสที่เพิ่มเข้ามา
2. ขณะรักควรปรารถนาให้ผู้อื่นเกิดสุขด้วย ไม่ใช่คิดถึงแต่ความสุขของเราฝ่ายเดียว เช่น เมื่อคนที่เรารักไม่รักเรา แต่เขามีความสุขของเขา แม้เราจะเศร้าก็ยังคิดได้ว่า อย่างน้อยก็ได้เห็นคนที่เรารักมีความสุข
3. ลดความคาดหวัง แม้เราจะเป็นปุถุชนซึ่งคงตัดความคาดหวังไม่ได้ แต่ถ้าเรายิ่งคาดหวังจากอีกฝ่ายน้อยลงเท่าไหร่ โอกาสที่เราจะสุขสมหวังก็ยิ่งมากขึ้น
4. ยอมรับความแตกต่าง ทั้งด้านสรีระและความคิดของผู้อื่น ความคิดไม่ตรงกันนั้น ถือเป็นเรื่องธรรมชาติ หากฝ่ายหนึ่งไม่พยายามทำให้อีกฝ่ายคิดเหมือนกัน และพยายามเข้าใจว่าเหตุใดจึงคิดต่างกัน ปัญหาก็จะไม่เกิด หากเข้าใจและยอมรับได้แล้ว เมื่อเห็นเขาทำตัวไม่ถูกใจ ไม่น่ารัก ขี้บ่น ใจร้อน เราก็จะปรับตัวให้เข้ากับเขาและมอบความรักให้ได้ง่ายขึ้น
5. ยอมรับความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ความรักจึงจะยืนยาว เพราะความเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดาของโลก เพลงโปรด ฟังซ้ำ อาหารจานประจำ กินบ่อยก็เบื่อ ความรักที่เคยจี๋จ๋าหวานแหวว อาจจืดจางลง แต่ยังคงความผูกพันและสัมพันธ์อันดี หรือแม้จะเลิกรา บางคู่ก็ยังเป็นเพื่อนรู้ใจต่อกันได้
6. ไม่ควรทำแต่สิ่งที่ตัวเองชอบ หรือสิ่งที่ตนคิดว่าดีให้คนอื่นเพียงอย่างเดียว จะต้องมองถึงความต้องการของเขาด้วย จะได้ไม่ต้องมาน้อยใจว่าเราอุตส่าห์หวังดี ยอมเหน็ดเหนื่อยทำเพื่อเขา แต่เขากลับไม่เห็นคุณค่า
7. ความเกรงใจ เป็นองค์ประกอบสำคัญ ควรเอาใจเขามาใส่ใจเรา เพราะคนใกล้ชิดสนิทกัน มักคิดว่าจะสามารถทำอะไรตามใจตัวได้แทบทุกเรื่อง จนลืมนึกถึงความรู้สึกของอีกคนไป
8. พูดจาชื่นชมในสิ่งดีของกันและกัน เป็นอีกหนึ่งวิธีมอบความรักที่ควรทำ บางคนละเลยว่าอยู่ด้วยกันมานาน เรื่องดีเขาคงรู้อยู่แล้วไม่ต้องชม จึงเอาแต่พูดถึงสิ่งไม่ดีหรืออยากให้อีกฝ่ายเปลี่ยนแปลง เอาแต่บ่นโดยไม่เคยชม คนฟังก็ท้อใจเหมือนกัน
9. ถ้ารักแล้วไม่แสดงออกเลยอีกฝ่ายก็คงไม่รู้ เพราะเขาไม่มีตาทิพย์ แต่การแสดงความรู้สึกแค่ไหน อย่างไร คงต้องดูว่าเป็นสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการด้วย ส่วนความต้องการของเราก็ควรบอกตรงๆ ไม่ใช่คาดหวังให้คู่ของเราเป็นหมอดู คอยเดาใจ
และถ้าจะรักให้ดีต่อสุขภาพจิต ทุกคนควรคิดว่าความรักนั้นเหมือนกับดอกไม้ที่สวยงาม หรือเป็นของหวานสำหรับชีวิต อย่ายึดติดว่าเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง อย่าคิดว่า "รัก" เป็นข้าวปลาอาหารหรืออากาศที่ขาดไม่ได้
ถูกต้องเลยนะคะ..รักย่อมมาทั้งสุขและทุกข์
จะรักให้มีสุขต้องเตรียมใจไว้ให้กว้างๆ
เผื่อไว้ทุกอย่างจะได้ไม่เครียดนะคะ
จอยถูกต้องเหมือนกันค่ะ
จอยของพี่ก้อทำไม่เป็นเหมือนกัน ไม่เป็นไรเดี๋ยวก้อถามผู้นู้เอาเน้อ
ถูกใจวัยโจ๋ เย้ว เย้ว
อืม ขอบคุณ บทความดีๆ
...รัก ก็คือ รัก และจะรักให้ดีที่สุด..เพราะเราไม่รู้ว่า วันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น..เพราะหากมีการเปลี่ยนเเปลง เราจะได้ไม่มานั่งเสียใจ ..เพราะเราทำดีที่สุดแล้ว...และคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ต้องยิ้มรับกับความสุข และความทุกข์ไปพร้อมๆ กัน...
ขอบบทความของคุณค่ะ ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ อ่านแล้วตรงใจ...
ใช่เลยค่ะ เพราะตอนนี้มีปัญหาด้านความรักมากๆ เลยยหาเอ็นทรีไล่อ่านไปเรื่อยๆ
ในตอนแรกเรารักเขาเพราะอยากให้เขารักเรา เราเลยมีแต่ให้ ไม่ยึดติดว่าเขาจะต้องมารักเรานะ เขาต้องเป็นของเราสิ
แต่เมื่อให้แล้วก็ได้รับกลับมาเยอะทีเดียว แต่เมื่อความรักเกิดแล้ว ด้วยที่ตัวเราอ่อนหัดจริงๆแหละค่ะ
ตอนนี้เลยไปยึดติดว่า เธอเป็นแฟนฉันนะ หึง หวง อารมณ์อะไรไปหมดเลย
เหมือนว่าเราเรียกร้องอยากได้ความรัก ทั้งๆที่แต่ก่อนเรามีแต่ให้เอง แล้วก็มีความสุขด้วย
แปลกใจว่า คิดในตอนแรกว่า
"รักเขาถึงเขาไม่รักเรา แต่เราก็มีความสุขเพราะเราได้รักเขา แล้วเราไม่ต้องการอะไรตอบแทน มีแต่ให้"
***
รู้นะค่ะว่าต้องเผื่อใจไว้บ้าง ความรักไม่จีรัง มาแล้วอาจจะจากไป
แต่ีต้องขอบคุณเธอมากๆจริงๆ ที่ยอมรับในข้อเสียงของฉันได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความหึง หวง คิดมาก ความยึดติดครอบครอง
ซึ่งมันเป็นกิเลสทั้งนั้นจริงๆค่ะ อยากให้เขาเป็นนู่นนี่ ซึ่งเราคิดว่าเขาทำอย่างงี้ดีกับตัวเขาเอง แต่ความจริงแล้วตัวเราอาจจะกำลังอยากให้เขาเปลี่ยน ตามที่ เรา อยากให้เปลี่ยนก็ได้ ซึ่งมันผิดค่ะ เพราะว่า ในบางอย่างที่เราเห็นว่าดีเขาอาจจะคิดว่ามันไม่ดี แต่เขาอาจจะไม่พูด... ขอขอบคุณจริงๆที่เธอยังคงอยู่ข้างๆฉัน ในตอนที่ฉันกำลังลังเลใจ สับสน จนเราเกือบจะเลิกกันในหลายๆครั้ง แต่เธอก็พยายามเสมอ บอกฉันว่าตรงนี้เปลี่ยนให้ได้นะ เราทำให้ได้เพื่อเธอ... อยากบอกเธอว่าขอบคุณจริงๆ และอยากขอโทษในหลายๆเรื่อง แต่ขอบคุณที่ "ให้" ทุกอย่างกันฉัน โดยที่เธอนั้นเข้าใจฉันและยอมรับฉันทุกอย่างที่เป็นฉัน ขอบคุณจริงๆ...
"รักแท้คือกรุณา เมตตา เอื้อาธร"
จะพยายามค่ะ กิเลสมาก เขล่ามาก แต่จะพยายามฝึกจิตฝึกตัวฝึกใจตัวเองค่ะ อยากให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้ด้วย...
จะพยายามเป็นคนรักที่ดีของเธอ รักที่มีแต่ให้ ยอมรับในความแตกต่าง และเข้าใจสังคมของเธอ
จะไม่ยึดติดแต่จะขัดเกลาตัวเองทีล่ะน้อย
"เพราะการหยุด เริ่มจากหยึดที่ตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก"
เคยรักเขาข้างเดียวค่ะเศร้าเลยค่ะเพราะเขาไม่รักตอบ