ทำงานแล้วสรุป ก็ช่วยฝึกการเขียนให้กับเราได้เป็นอย่างนี้นะ.

   เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คณะทำงานของกรมส่งเสริมการเกษตรเรื่องการบริหารองค์ความรู้ ปี 2551 ได้ประชุมคณะทำงานเพื่อติดตามสถานการณ์และปรึกษาหารือถึงงานที่แต่ละคนหรือแต่ละหน่วยงานได้นำ KM ไปใช้ปฏิบัตินั้นเป็นอย่างไรบ้าง?

   ก็ได้เริ่มจากการเล่าสู่กันฟังถึงข้อมูลข่าวสารที่เปลี่ยนแปลงและเคลื่อนไหว ได้แก่  การโยกย้ายประธาน KM และการโยกย้าย/เปลี่ยนหน่วยงานของคณะทำงานฯ เป็นต้น  ดังนั้นจึงเห็นควรว่า  ควรจะมีการทบทวนและปรับปรุงคณะทำงานฯ

   การจัดการความรู้ของกรมส่งเสริมการเกษตรที่เห็นว่า ควรจะมีคณะทำงานการจัดการความรู้ในแต่ละระดับนั้นก็เพราะว่า "เราสามารถนำมาใช้เป็นกลไกขับเคลื่อนความรู้ความเข้าใจและการปฏิบัติในเรื่องดังกล่าวให้กับเจ้าหน้าที่ด้วยกันได้"

   นอกจากนี้ในการดำเนินงานเพื่อจัดการความรู้ในหน่วยงานที่ได้ดำเนินการในปี 2551 ที่ผ่านมานั้นในการปฏิบัติก็ได้มีปัจจัยบางประการเข้ามาเป็นข้อจำกัดจึงทำให้ติดตามข่าวคราวการนำ KM ไปใช้งานได้ค่อนข้างน้อย ดังนั้น ที่ประชุมจึงเห็นพ้องต้องกันว่า "ในการวางแนวทางการดำเนินงานจัดการความรู้ ปี 2552 จึงควรนำสถานการณ์ของการดำเนินงานที่ผ่านมา ๆ ใช้เป็นฐานสำหรับการปฏิบัติในปีต่อไป" จึงได้ขอความร่วมมือให้ทีมงาน KM ของแต่ละหน่วยงานช่วยประเมินและสรุปผลการปฏิบัติของตนเองด้วย ได้แก่  จังหวัด/ เขต/ สำนัก/ กอง เพื่อคณะทำงาน KM (กลาง) จะได้สรุปเป็นภาพรวมและนำมาใช้ในปี 2552 ต่อไปได้ โดยเฉพาะการวิเคราะห์สถานการณ์ของ "จุดเด่น จุดด้อย โอกาส และอุปสรรค"

   ส่วนการใช้ KM เพื่อพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร ตอนนี้เราได้ใช้เวที DW เป็นกลไกหลักของการเรียนรู้/ การแลกเปลี่ยน/ การถ่ายทอดความรู้ ของเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานระดับอำเภอ/จังหวัดในปีงบประมาณ 2552 นั่นเอง.